“ฟันน้ำนม” ไม่ใช่แค่ฟันชุดแรกของเด็ก ๆ แต่การดูแลฟันน้ำนม 20 ซี่อย่างถูกต้องและเหมาะสมยังเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพที่ดี ซึ่งหลายคนอาจมองข้ามและละเลยเรื่องนี้ไป
“บางคนอาจคิดว่าไม่จำเป็นต้องดูแลฟันน้ำนม สามารถทิ้งไปได้เลย เพราะฟันแท้ที่ดีกว่าจะขึ้นมาทดแทน แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ เพราะฟันน้ำนมจะส่งผลกระทบต่อชีวิตเด็กอย่างมาก เด็กต้องใช้ฟันเคี้ยวอาหาร ถ้าฟันน้ำนมผุก็จะทำให้ขาดสารอาหารและอาจทำให้ฟันแท้ที่ขึ้นมาเรียงตัวผิดรูปร่าง ทำให้ต้องจัดฟันเพิ่มในอนาคต” อ.ทพ.ดร.พีรวิชญ์ ลิมป์ลาวัณย์ อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ช่องปาก คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบาย
การดูแลฟันน้ำนมจึงสำคัญกว่าที่หลายคนคิด ถ้าผู้ปกครองเริ่มพาลูกหลานไปหาทันตแพทย์ตั้งแต่ยังเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ก็จะทำให้พวกเขาคุ้นเคยและมีทัศนคติที่ดีกับการทำฟัน จนเป็นนิสัยที่ดีติดตัวไปเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ โดยหนึ่งในวิธีดูแลรักษาฟันที่สำคัญ คือ การแปรงฟันด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์อย่างสม่ำเสมอที่บ้าน รวมถึงการพาเด็ก ๆ ไปเคลือบฟลูออไรด์ที่มีประโยชน์ในการป้องกันฟันผุอย่างชัดเจน
การเคลือบฟลูออไรด์ให้เด็กเล็กและเยาวชน ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนต้น จึงเป็นหนึ่งในกิจกรรมของโครงการ “GULF Sparks Smiles มอบรอยยิ้มสดใสให้ชุมชน ปีที่ 6” ที่ออกหน่วยดูแลสุขภาพฟันและช่องปากฟรี เป็นครั้งที่ 2 แก่ชาวปราจีนบุรี ณ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 93 (บ้านลาดตะเคียน) อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 5 – 7 พฤษภาคม 2569
นายภูวไนย สุขธัญญาวัฒน์ ครูระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 - 6 และหัวหน้าบริหารงานทั่วไป โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 93 (บ้านลาดตะเคียน) เล่าว่า เมื่อโรงเรียนฯ ประชาสัมพันธ์เรื่องหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ของโครงการฯ ออกไป ผู้ปกครองก็ตอบรับเป็นอย่างดี พาเด็ก ๆ มาเคลือบฟลูออไรด์และตรวจรักษาฟัน คุณหมอและเจ้าหน้าที่ก็ให้บริการด้วยความเป็นกันเอง แนะนำการดูแลรักษาฟันให้เด็ก ๆ เพิ่มเติม ซึ่งช่วยยกระดับการดูแลสุขภาพช่องปากของนักเรียนให้ดียิ่งขึ้น จากปกติที่นักเรียนก็ได้รับความอนุเคราะห์เรื่องการดูแลช่องปากจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่ส่วนหนึ่งอยู่แล้ว โดยอยากให้มีการจัดโครงการฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยดูแลฟันของเด็ก ๆ ให้สะอาดและแข็งแรงอยู่เสมอ
ด.ช.ฉันทนัทธ์ เจิกโว้น นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 93 (บ้านลาดตะเคียน) เป็นหนึ่งในเยาวชนที่เข้ารับการเคลือบฟลูออไรด์และอุดฟันผุ 1 ซี่ โดย น.ส.ประดิษฐ์ ยุติธรรม คุณยาย พาเข้าร่วมโครงการฯ เพราะเห็นความสำคัญของทันตกรรมที่จะทำให้หลานมีฟันที่แข็งแรง จนเกิดเป็นสุขภาพที่ดีในภาพรวม ซึ่งคุณยายกล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “ขอขอบคุณโครงการฯ ที่มาให้บริการในวันนี้”
นอกจากนี้ โครงการฯ ยังให้บริการทันตกรรมขั้นพื้นฐานอื่น ๆ ได้แก่ การอุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน ผ่าตัดฟันคุด แก่ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ในชุมชน ซึ่ง น.ส.อรวรรณ วิประเสริฐ พนักงานเอกชนใน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า “รู้สึกประทับใจที่ได้ตรวจรักษาฟันในโครงการฯ พร้อมลูกสาว เพราะมีเจ้าหน้าที่ดูแลและให้บริการอย่างรวดเร็ว ทันตแพทย์ให้บริการเป็นอย่างดีและให้ความรู้ควบคู่กัน ทุกวันนี้ประชาชนเข้าถึงการทำฟันได้ยากพอสมควร เพราะโรงพยาบาลมีข้อจำกัดเรื่องปริมาณการรับคนไข้ในแต่ละวัน ส่วนการใช้สิทธิ์ประกันสังคมของคนทำงานก็ไม่เพียงพอ เพราะมีการจำกัดวงเงินค่ารักษาต่อปี ด้านลูกสาว ส่วนใหญ่ก็จะรับบริการเคลือบฟันตามสถานีอนามัยเท่านั้น จึงอยากขอบคุณโครงการฯ และอยากให้จัดโครงการฯ ต่อเนื่องทุกปี เพราะช่วยเหลือประชาชนได้หลายด้าน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุในชุมชนที่ไม่สะดวกเดินทาง”
โครงการ “GULF Sparks Smiles มอบรอยยิ้มสดใสให้ชุมชน” เกิดจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF และ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อลดอุปสรรคในการเข้าถึงบริการทันตกรรมของประชาชนในชุมชนต่าง ๆ ทั้งด้านการเดินทางและค่าใช้จ่าย ด้วยการเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถรับการรักษาทางทันตกรรมขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
“ตลอดระยะเวลา 6 ปี “GULF Sparks Smiles มอบรอยยิ้มสดใสให้ชุมชน” ได้ออกหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ถึงชุมชน เพื่อสร้างรอยยิ้มให้คนไทยไปแล้วกว่า 6,500 คน และในปี 2569 โครงการฯ จะจัดหน่วยบริการต่อเนื่องอีก 2 ครั้ง (ครั้งที่ 3 และ 4) การเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการดูแลสุขภาพช่องปากที่มีคุณภาพ โดยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญจากคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และไม่มีค่าใช้จ่าย จะเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เข้าร่วมโครงการฯ ที่ครอบคลุมถึงกลุ่มเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งจะเติบโตเป็นเสาหลักและอนาคตของประเทศต่อไป ตามแนวคิด “Powering the Future, Empowering the People” น.ส.ญาณิศา วัฒนคำนวณ ผู้อำนวยการด้านการบริหารฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม GULF กล่าว


