xs
xsm
sm
md
lg

“ดร.วิษณุ” เตือนเอลนีโญ “แรง-แรงมาก” ทำฝนแปรปรวน-ร้อนแล้ง ลากถึงต้นปี 70

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมและภูมิอากาศ โพสต์บนเพจเฟซบุ๊ก Witsanu
Attavanich
เมื่อวานนี้ (16 พ.ค. 69) ว่า ให้จับตาภาวะฝนแกว่ง ภัยร้อน และน้ำต้นทุนข้ามปี เนื่องจากผลกระทบของเอลนีโญซึ่งจะอยู่ยาว อย่างน้อยถึง พ.ค.70

ขออัพเดทน้ำท่วมน้ำแล้ง (16 พ.ค. 69) เอลนีโญจะมาแรง ต้องจับตาฝนแกว่ง ภัยร้อน และน้ำต้นทุนข้ามปี โดยเอลนีโญจะมีกำลังแรงถึงแรงมากปลายปี 69 ถึงต้นปี 70 และจะอ่อนกำลังแต่จะอยู่ถึงอย่างน้อย พ.ค. 70 ต้องระวังฝนแปรปรวนในช่วงฤดูฝนที่จะมาถึง ฝนปลายฤดูอาจลดลงเร็ว ตามด้วยภัยร้อนและแล้งต้นปี 70 โดยภาคใต้ระวังฝนทิ้งช่วงตั้งแต่ ส.ค.-ต.ค. 69 เตรียมรับมือฝุ่นพิษจากอินโดนีเซีย และระวังน้ำท่วมช่วง พ.ย. 69 ขณะที่ช่วง มิ.ย.-ก.ค. 69 ภาคตะวันตก เหนือบางส่วน และใต้ตอนบน ฝนจะมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติ และต้องเตรียมรับมือภัยร้อนต่อเนื่องช่วง มิ.ย.-พ.ย. 2569 ทั้งความต้องการใช้น้ำเพิ่ม ผลผลิตเสียหาย และสุขภาพ

ภาพที่ 2
ภาพที่ 2 (ซ้าย) ศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางของยุโรป (ECMWF) ระบุว่าเอลนีโญจะเร่งกำลังขึ้นเร็วมากจากนี้ไป และมีโอกาสขึ้นถึงระดับกำลังแรงถึงแรงมาก! ช่วงปลายปี 69 ถึงต้นปี 70 และจะอ่อนกำลังแต่จะอยู่ถึงอย่างน้อย พ.ค. 70 ส่วนภาพขวา ดัชนี Indian Ocean Dipole จาก BoM (ดูมหาสมุทรอินเดีย) ชี้ว่ามีโอกาสเพิ่มในทางบวก ต้องจับตากันต่อ เพราะถ้าเกิดพร้อมเอลนีโญจะเพิ่มโอกาสฝนลดลงในประเทศไทย

ภาพที่ 3
ภาพที่ 3 (ซ้าย) ทาง Climate Prediction Center (NOAA) บอกว่า Niño3.4 จะแรงขึ้นจนเข้าโซนเอลนีโญกำลังแรงช่วงปลายปี ส่วนภาพขวา Relative Niño3.4 ก็เพิ่มขึ้นชัดแปลว่าสัญญาณเอลนีโญรอบนี้ไม่ได้เกิดจากทะเลเขตร้อนทั่วโลกที่อุ่นขึ้นอย่างเดียว แต่เป็นการอุ่นเด่นของแปซิฟิกตอนกลาง เพิ่มความเชื่อมั่นว่าเอลนีโญปี 69 มีโอกาสพัฒนาถึงระดับกำลังแรงถึงแรงมาก

ภาพที่ 4
ภาพที่ 4 (ซ้าย) ทาง Climate Prediction Center (NOAA) พยากรณ์ว่าโอกาสเกิดเอลนีโญเพิ่มขึ้นเร็วตั้งแต่ช่วง พ.ค.–ก.ค. 2569 ถึง 82% และมีแนวโน้มสูงมากต่อเนื่องถึงปลายปี 2569 - ต้นปี 2570 และมีโอกาสลากยาวถึงอย่างน้อย ก.พ. 2570 ถึง 96% เมื่อดูความแรง (ภาพขวา) จะเห็นว่าโอกาสเกิดเอลนีโญระดับรุนแรงและรุนแรงมากเพิ่มขึ้นชัด โดยช่วง พ.ย. 2569 - ม.ค. 2570 มีโอกาสเป็นเอลนีโญระดับรุนแรง 30% และรุนแรงมาก 37% หรือรวมกันราว 67% ต้องคอยติดตามด้วยความไม่ประมาท

ภาพที่ 5
ภาพที่ 5 ค่าเฉลี่ยผลพยากรณ์ของสำนักอุตุนิยมวิทยา 12 สำนักทั่วโลกบ่งชี้ว่าช่วง มิ.ย. 69 พื้นที่ภาคตะวันตก เหนือบางส่วน และใต้ตอนบน อาจได้ฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ขณะที่ช่วง ก.ค. 69 ภาคกลางตอนล่าง ตะวันออก อีสานตอนล่าง และภาคใต้ตอนบนต้องระวังฝนกระจายไม่สม่ำเสมอและต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติ

ภาพที่ 6
ภาพที่ 6 ค่าเฉลี่ยผลพยากรณ์ของสำนักอุตุนิยมวิทยา 12 สำนักทั่วโลกบ่งชี้ว่า ส.ค. - ก.ย. เป็นช่วงชี้ขาดของน้ำต้นทุนประเทศ โดยช่วง ส.ค. 69 ปริมาณฝนในภาคตะวันตกและเหนือบางส่วนจะมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติเล็กน้อย ขณะที่ภาคใต้ฝนจะน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติ เมื่อเข้า ก.ย. 69 สัญญาณฝนต่ำกว่าปกติเกือบทั่วประเทศ (ยกเว้นเหนือตอนบน) ถ้าพายุไม่เข้า น้ำสะสมปลายฤดูอาจต่ำกว่าที่คาด ต้องเตรียมแผนจัดการน้ำข้ามปีให้พร้อมรับฤดูแล้งในปี 2570 ด้วยความไม่ประมาท

ภาพที่ 7
ภาพที่ 7 ค่าเฉลี่ยผลพยากรณ์ของสำนักอุตุนิยมวิทยา 12 สำนักทั่วโลกบ่งชี้ว่าช่วง ต.ค. 69 เมื่อเอลนีโญเริ่มแรงขึ้น ฝนปลายฤดูของไทยตอนบนอาจลดลงเร็ว และภาคตะวันตก กลาง อีสาน ตะวันออก และภาคใต้ ปริมาณฝนจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติ (พื้นที่สีส้ม) ขณะที่ช่วง พ.ย. 69 พื้นที่ตอนบนของประเทศปริมาณฝนจะเท่ากับค่าเฉลี่ยปกติ ขณะที่ภาคใต้ ปริมาณฝนจะมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติบ่งชี้ว่ามีโอกาสเกิดน้ำท่วมเพราะเป็นช่วงฤดูฝนใหญ่ของภาคใต้


ภาพที่ 8 IRI มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา พยากรณ์ว่าช่วง มิ.ย.–ส.ค. ปริมาณฝนจะใกล้เคียงหรือมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติในบางส่วนของภาคเหนือ กลาง ตะวันตก และใต้ แต่เมื่อขยับไป ส.ค.- ต.ค. และ ก.ย. - พ.ย. 69 สัญญาณฝนต่ำกว่าปกติเริ่มชัดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเหนือ อีสาน กลาง และตะวันออกบางส่วน สะท้อนว่าฝนต้นฤดูบางพื้นที่อาจดูดี แต่ฝนปลายฤดูอาจไม่พอเติมน้ำต้นทุนข้ามปี จึงต้องบริหารน้ำแบบไม่ประมาท


ภาพที่ 9 IRI มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา พยากรณ์ว่าประเทศไทยอยู่ในโซนอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติด้วยความน่าจะเป็นสูงมาก ต่อเนื่องตั้งแต่ มิ.ย.–พ.ย. 2569 ดังนั้น แม้บางเดือนฝนจะใกล้เคียงหรือมากกว่าปกติในบางพื้นที่ แต่ความร้อนที่สูงกว่าปกติจะเพิ่มการระเหย เพิ่มความต้องการใช้น้ำ เพิ่มความเครียดของพืช ปศุสัตว์ และสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะแรงงานกลางแจ้ง ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ต้องเตรียมรับมือให้ดี

"เตรียมมือกับภัยร้อนและแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญกันด้วยความไม่ประมาทกันนะครับ เตรียมวางแผนการใช้น้ำถึงปีหน้ากันด้วยนะครับ ต้องบริหารทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้งไปพร้อมกัน เตรียมเก็บน้ำเมื่อฝนมา แต่ต้องไม่ลืมเปิดทางระบายน้ำเมื่อฝนหนัก เกษตรกรควรรอฝนตั้งหลักก่อนตัดสินใจปลูกพืชใช้น้ำมาก ภาครัฐควรเริ่มวางแผนน้ำข้ามปีและคุมความเสี่ยงนาปรังตั้งแต่ตอนนี้ ส่วนภาคใต้ควรเตรียมแผนรับมือฝุ่นควันจากอินโดนีเซียช่วง ก.ค.–ก.ย. 69 ด้วยความไม่ประมาท ต้องติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่องในยุคโลกรวน ผลพยากรณ์ใหม่จะให้ความแม่นยำที่สูงกว่าผลพยากรณ์เก่าในเดือนที่ผ่านๆ มา"


หมายเหตุ :
-Niño3.4 คือ เทอร์โมมิเตอร์หลักของเอลนีโญ อยู่บริเวณแปซิฟิกตอนกลาง ถ้าผิวน้ำทะเลบริเวณนี้อุ่นกว่าปกติต่อเนื่อง จะสะท้อนว่าเอลนีโญกำลังก่อตัวหรือแรงขึ้น
-ส่วน Relative Niño3.4 หรือ RONI/rNiño3.4 คือการดู Niño3.4 แบบหักอุณหภูมิทะเลเขตร้อนโดยรวมออกเพื่อไม่ให้ภาวะโลกร้อนหรือทะเลเขตร้อนที่อุ่นขึ้นทั่ว ๆ ไปทำให้เราประเมินเอลนีโญแรงเกินจริง
-ขณะที่ IOD หรือ Indian Ocean Dipole คือ สมดุลอุณหภูมิผิวน้ำทะเลฝั่งตะวันตกและตะวันออกของมหาสมุทรอินเดีย ถ้าเป็น IOD มีค่าบวก จะมีน้ำอุ่นกว่าปกติฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรอินเดีย และเย็นกว่าปกติแถวตะวันออกใกล้สุมาตรา–ชวา ซึ่งมักสัมพันธ์กับฝนที่ลดลงแถวอินโดนีเซียซึ่งอาจรวมถึงภาคใต้ของไทย
-เอลนีโญไม่ได้แปลว่าจะไม่มีน้ำท่วม แต่ทำให้ฝนมีโอกาสมาไม่สม่ำเสมอ ฝนทิ้งช่วงยาวขึ้น ร้อนขึ้น และน้ำต้นทุนปลายฤดูอาจไม่พอ นอกจากนั้น ปริมาณฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ไม่ได้แปลว่าฝนจะไม่ตกหนัก เพราะฝนหนัก 1–3 วันยังทำให้น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มได้ ดูน้อยลง