•ทีดีอาร์ไอ เผยได้เวลา “จังหวะที่น่าสนใจมากขึ้น” สำหรับการลงทุนติดตั้ง Solar Rooftop
•รัฐจูงใจพอหรือยัง “ลดหย่อนภาษี-ขายไฟคืน-สินเชื่อสีเขียว”
•ชี้ปัจจัยทำให้ Solar Rooftop คุ้มค่ามากขึ้น
มาตรการลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาติดโซลาร์รูฟท็อปไม่เกิน 2 แสนบาท (โซลาร์รูฟท็อปภาคครัวเรือน) และลดหย่อนภาษี 50% ของการติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์อนุรักษ์พลังงานของบุคคลธรรมดา 40(5)-(8) ห้างหุ้นส่วนและบริษัท ที่เริ่มมีผลมาตั้งแต่ 3 มี.ค. 69
พอมาประจวบเหมาะกับสถานการณ์ที่ไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตพลังงานจากสงครามในตะวันออกกลาง กลายเป็นแรงกระตุ้นให้ประชาชนต้องการลดค่าไฟฟ้ามากขึ้น โดยการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานไฟฟ้าสะอาดด้วยการติดโซลาร์รูฟท็อป ถึงแม้ภาครัฐเตรียมใช้อัตราค่าไฟฟ้าใหม่ (โครงสร้างราคาแบบก้าวหน้า Progressive Rate) ในรอบบิลเดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไปก็ตาม
• ภาคครัวเรือน ควรมองเป็น “เครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านพลังงาน”
ดร. อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย เปิดเผยว่าปัจจุบันเริ่มเป็น “จังหวะที่น่าสนใจมากขึ้น” สำหรับการลงทุนติดตั้ง Solar Rooftop เนื่องจากหลายปัจจัยเริ่มเอื้อต่อความคุ้มค่า ทั้งต้นทุนแผงโซลาร์ที่ลดลงต่อเนื่อง เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงแนวโน้มค่าไฟฟ้าที่มีความผันผวนสูงขึ้นจากต้นทุน LNG และราคาพลังงานโลก
ที่ผ่านมา ประชาชนจำนวนมากมักมอง Solar Rooftop เป็นเพียงเครื่องมือ “ลดค่าไฟ” แต่ในปัจจุบัน บทบาทของ Solar Rooftop เริ่มเปลี่ยนไปสู่การเป็น “เครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านพลังงาน” ของครัวเรือนและธุรกิจ เพราะช่วยลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบในช่วงที่ต้นทุนพลังงานโลกมีความไม่แน่นอนสูง
อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญคือ Solar Rooftop ควรมองเป็น “การลงทุนระยะยาว” มากกว่าการหวังผลตอบแทนระยะสั้นจากการขายไฟคืนเข้าระบบ เนื่องจากอัตรารับซื้อไฟส่วนเกินในปัจจุบันยังอยู่ในระดับประมาณ 2.20 บาทต่อหน่วย ซึ่งต่ำกว่าค่าไฟฟ้าที่ประชาชนซื้อจากระบบ ดังนั้น ความคุ้มค่าที่แท้จริงจะเกิดจาก “การผลิตแล้วใช้เอง” มากกว่าการขายไฟคืน
ด้วยเหตุนี้ บ้านหรือธุรกิจที่มีการใช้ไฟฟ้าช่วงกลางวันสูง จะได้รับประโยชน์มากที่สุด เพราะสามารถนำไฟฟ้าที่ผลิตได้มาใช้ลดค่าไฟโดยตรง และช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของค่าไฟในอนาคตได้อย่างมีนัยสำคัญ
• จูงใจพอหรือยัง ? ลดหย่อนภาษี-ขายไฟคืน-สินเชื่อสีเขียว
ปัจจุบัน ภาครัฐมีมาตรการสนับสนุน Solar Rooftop หลายด้าน เพื่อกระตุ้นให้ภาคประชาชนและภาคธุรกิจเข้าถึงพลังงานสะอาดมากขึ้น โดยกลไกสำคัญประกอบด้วยมาตรการลดหย่อนภาษี การขายไฟคืนเข้าระบบ และแนวโน้มการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว
มาตรการสำคัญล่าสุด คือ การให้ประชาชนสามารถนำค่าติดตั้ง Solar Rooftop มาลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เช่น ต้องเป็นบ้านอยู่อาศัย ระบบเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า (On-grid) และมีขนาดไม่เกินที่รัฐกำหนด รวมถึงต้องมีเอกสารภาษีอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกต้อง
ในด้านการขายไฟคืน ปัจจุบันภาครัฐใช้ระบบ Net Billing โดยรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากครัวเรือนในอัตราประมาณ 2.20 บาทต่อหน่วย แม้จะช่วยสร้างรายได้เสริมให้ประชาชน แต่หัวใจหลักของความคุ้มค่ายังคงอยู่ที่ “การใช้ไฟเอง” มากกว่าการขายคืนเข้าระบบ
“หลายธนาคารเริ่มพัฒนาสินเชื่อสีเขียว หรือ Green Loan สำหรับติดตั้ง Solar Rooftop มากขึ้น ทั้งในรูปแบบสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและการผ่อนชำระระยะยาว ซึ่งภาครัฐควรผลักดันกลไกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับครัวเรือนเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ในวงกว้าง และลดภาระต้นทุนเริ่มต้นของการลงทุน” ดร. อารีพรกล่าว
• ผู้ใช้ไฟฟ้าแบบไหน ควรเลือกติด Solar Rooftop
โดยทั่วไป กลุ่มที่มัก “คุ้มเร็ว” จากการติด Solar Rooftop คือกลุ่มที่มีการใช้ไฟฟ้าค่อนข้างสูง โดยเฉพาะบ้านที่มีค่าไฟประมาณ 3,000–5,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป หรือธุรกิจที่มีการใช้ไฟฟ้าช่วงกลางวันสูง สาเหตุสำคัญ เพราะบ้านหรือธุรกิจกลุ่มนี้มักมี “ปริมาณการใช้ไฟฟ้ามากพอ” และสามารถใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้เองทันที ทำให้ลดค่าไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักคิดสำคัญคือ “ยิ่งใช้ไฟมาก และใช้ไฟช่วงกลางวันมาก ยิ่งคืนทุนเร็ว”
อีกปัจจัยหนึ่งคือ ค่าไฟฟ้าของไทยเป็นอัตราก้าวหน้า กล่าวคือ เมื่อใช้ไฟมาก ค่าไฟต่อหน่วยจะสูงขึ้น ดังนั้น Solar Rooftop จะช่วยลดหน่วยไฟที่มีต้นทุนสูงก่อน ทำให้บ้านที่ใช้ไฟมากประหยัดได้มากกว่าบ้านที่ใช้ไฟน้อย
ในกรณีบ้านอยู่อาศัย กลุ่มที่เหมาะ เช่น บ้านที่มีคนอยู่ช่วงกลางวัน มีการเปิดแอร์กลางวัน ทำงานที่บ้าน มีผู้สูงอายุอยู่บ้าน หรือมีการชาร์จรถ EV ซึ่งล้วนทำให้สามารถใช้ไฟฟ้าจาก Solar ได้ทันที ต่างจากบ้านที่ปิดบ้านทั้งวันและกลับมาใช้ไฟเฉพาะกลางคืน ซึ่งอาจใช้ประโยชน์จาก Solar ได้ไม่เต็มที่
สำหรับภาคธุรกิจ โรงงาน อาคารสำนักงาน โรงแรม และห้างสรรพสินค้า ถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูง เพราะใช้ไฟฟ้าช่วงกลางวันจำนวนมาก จึงสามารถลดต้นทุนค่าไฟได้ชัดเจน อีกทั้ง Solar Rooftop ยังช่วยตอบโจทย์ด้าน ESG, RE100 และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ เช่น CBAM ซึ่งกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยในอนาคต
ดังนั้นการติด Solar Rooftop จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของ “การประหยัดค่าไฟ” แต่กำลังกลายเป็น “การเพิ่มภูมิคุ้มกันด้านพลังงาน” ทั้งในระดับครัวเรือนและภาคธุรกิจ
• สูตรการคำนวณ ติด Solar Rooftop ให้คุ้มค่าได้อย่างไร?
หลักคิดสำคัญในการประเมินความคุ้มค่าของ Solar Rooftop คือ ต้องดูว่า “สามารถใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้เองมากน้อยเพียงใด” เพราะไฟฟ้าที่ใช้เองจะมีมูลค่าสูงกว่าการขายคืนเข้าระบบ
ปัจจุบัน ค่าไฟฟ้าที่ประชาชนซื้อจากระบบอยู่ในระดับสูงกว่าอัตรารับซื้อไฟคืนหลายเท่า ดังนั้น หากผลิตไฟแล้วใช้เองได้ทันที จะช่วยลดค่าไฟได้มาก และทำให้คืนทุนเร็วขึ้น
สูตรพื้นฐานที่นิยมใช้ในการประเมิน คือ ระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) ตัวอย่างเช่น หากติดตั้งระบบมูลค่า 200,000 บาท และสามารถประหยัดค่าไฟได้ปีละ 40,000 บาท จะมีระยะเวลาคืนทุนประมาณ 5 ปี หลังจากนั้นจะเป็นช่วงที่ผู้ใช้งานได้รับประโยชน์จากค่าไฟที่ลดลงต่อเนื่อง ขณะที่อายุการใช้งานของแผงโซลาร์ส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 20–25 ปี
ปัจจัยที่ทำให้ Solar Rooftop คุ้มค่ามากขึ้น ได้แก่ การใช้ไฟฟ้าช่วงกลางวันสูง ค่าไฟเดิมอยู่ในระดับสูง หลังคารับแสงได้ดี ไม่มีเงาบดบัง รวมถึงมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มเติมในอนาคต เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
อย่างไรก็ตาม หากเป็นบ้านที่ใช้ไฟน้อย ใช้ไฟเฉพาะช่วงกลางคืน หรือไม่มีคนอยู่บ้านช่วงกลางวัน ระยะเวลาคืนทุนอาจยาวขึ้น จึงควรประเมินรูปแบบการใช้ไฟฟ้าของตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน
ดังนั้นการติด Solar Rooftop จึงควรถูกมองว่าเป็นทั้ง “การลงทุนด้านพลังงาน” และ “การบริหารความเสี่ยงค่าไฟระยะยาว” ในยุคที่ต้นทุนพลังงานทั่วโลกมีแนวโน้มผันผวนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
• ลดอุปสรรคต่อการตัดสินใจติดโซลาร์รูฟท็อป
เหตุผลสำคัญที่ส่งผลให้ครัวเรือนยังไม่ตัดสินใจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป อาทิ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนการหาผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือ และการเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการติดตั้ง ซึ่งครัวเรือนสามารถลดอุปสรรคดังกล่าวผ่าน 2 แนวทาง ดังนี้
1. เลือกผู้ให้บริการติดตั้งที่มีทางเลือกด้านเงินทุนและการชำระเงินที่หลากหลายเพื่อให้ครัวเรือนมีตัวเลือกในการชำระเงินที่เหมาะกับภาระทางการเงิน อย่างเช่น สินเชื่อเช่าซื้อดอกเบี้ยต่ำที่เป็นทางเลือกใหม่นอกจากสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือดอกเบี้ย 0% ที่ปัจจุบันสถาบันการเงินหลายแห่งได้เริ่มออกแพ็กเกจดังกล่าวแล้ว โดยแนวทางนี้จะช่วยลดอุปสรรคในการจัดหาแหล่งเงินทุนและเกิดความคุ้มค่ามากขึ้นจากมาตรการลดหย่อนภาษี
2. เลือกผู้ให้บริการติดตั้งที่มีความน่าเชื่อถือจากการเสนอสินค้าและการบริการที่มีการรับประกัน โดยผู้ให้บริการติดตั้งควรมีหลักฐานแสดงถึงความเชี่ยวชาญและคุณภาพการบริการ พร้อมเสนอรายละเอียดผลิตภัณฑ์ ราคา การรับประกัน และบริการหลังการขายอย่างชัดเจน โดยคัดเลือกจากบริษัทที่ให้บริการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปแบบครบวงจร สามารถประเมินการติดตั้งรวมถึงค่าใช้จ่ายและระยะเวลาคืนทุน ควบคู่กับการแสดงให้เห็นถึงผลงานที่ติดตั้งสำเร็จแล้วพร้อมการรีวิวจากผู้ที่ติดตั้ง เป็นต้น


