xs
xsm
sm
md
lg

แลนด์บริดจ์ ได้ไม่คุ้มเสีย ! "ดร.ธรณ์" หวั่นกระทบป่าชายเลน-มรดกโลกอันดามัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์” รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศวิทยาทางทะเล ให้ความเห็นต่อโครงการแลนด์บริดจ์ ว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จะกระทบต่อการยื่นขอมรดกโลกทะเลอันดามัน ส่งผลกระทบต่อป่าชายเลน ซึ่งเป็นแหล่งเก็บกักคาร์บอนที่ดีที่สุด

เนื่องจากป่าชายเลนสามารถกักเก็บคาร์บอน และนำรายได้เข้าประเทศในระยะยาวผ่านกลไกการค้าคาร์บอนที่เพิ่งตกลงชัดเจนในเวทีเจรจาโลกร้อนระดับโลก (COP24) ที่กลาสโกว์เมื่อปลายปีที่ผ่านมา รวมถึงการสูญเสียศักยภาพสร้างรายได้ประเทศจากการท่องเที่ยว

•ข้อมูลทางทะเลของ EHIA ยังไม่ผ่าน
ดร.ธรณ์ กล่าวว่าท่านนายกฯ ตั้งคณะศึกษาแลนด์บริดจ์ กำหนด 90 วัน ให้เน้นข้อมูลจริงทางวิชาการ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ทว่า อะไรคือข้อมูลจริงทางวิชาการในเรื่องทะเล ? ตามกม. - ข้อมูลวิชาการเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EHIA) ต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) ซึ่งตอนนี้ยังไม่ผ่าน จึงมีสถานะเป็นข้อมูลสำรวจขั้นต้น

การสำรวจขั้นต้นในพื้นที่ไม่ได้ทำเพียงแค่หนึ่งเดียว ผมจึงนำข้อมูลการสำรวจขั้นต้นจากนักวิชาการท่านอื่นๆ หรือข้อมูลอันมีหลักฐานยืนยันมาประกอบเวลาเขียนถึง

ความเชื่อมั่นและเป็นที่ยอมรับทางวิชาการ - ประเทศนี้มีวิทยาศาสตร์ทางทะเล หากนับการจัดตั้งภาควิชาเฉพาะด้านนี้ มีมาแล้วเกือบ 60 ปี (พ.ศ.2511 เกษตร/จุฬา) ข้อมูลพื้นฐานทางทะเล จึงควรเป็นที่ยอมรับในระดับหนึ่งสำหรับมาตรฐานงานด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล โดยเฉพาะโครงการขนาดยักษ์ที่เกี่ยวพันถึงเงินจำนวนมหาศาลและอนาคตของชาติ

จนปัจจุบัน ผมยังไม่ทราบว่าข้อมูลใน EHIA ทำโดยนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลท่านใด แต่ในขณะเดียวกัน ข้อมูลที่ผมอ้างอิงถึงทำโดยโครงการต่างๆ ของภาครัฐ เช่น อันดามันมรดกโลก (กรมอุทยานฯ) หรือทำโดยนักวิชาการที่มีชื่อเสียงและมีผลงานตีพิมพ์ทางวิชาการในระดับนานาชาติ (เช่น สัตว์หน้าดิน)

ผมไม่ได้ต้องการชี้ว่าใครถูกใครผิด เชื่อใครไม่เชื่อใคร เพียงอยากเน้นย้ำว่าการพิจารณาของคณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นมาควรให้ความสำคัญตรงจุดนี้ด้วย

เวลา 90 วัน - ผมไม่ทราบในเรื่องอื่น แต่ผมยังไม่มั่นใจว่าข้อมูลทางทะเลของ EHIA จะผ่าน คชก. ได้ในช่วงเวลานั้น เท่ากับสถานะของข้อมูลยังเป็นระดับขั้นต้น เทียบเท่ากับข้อมูลอื่นๆ ที่มีการอ้างอิงหรือศึกษากันมา คงไม่ใช่ข้อมูลจริงทางวิชาการที่สามารถยอมรับได้อย่างสนิทใจและนำมาใช้พิจารณาได้เพียงข้อมูลเดียว

หรือกรรมการจะไม่พิจารณาข้อมูลทะเล ? - ทะเลคือหนึ่งในประเด็นหลักที่กลายเป็นกระแสในตอนนี้ ไม่เช่นนั้น อ.ธรณ์คงไม่ต้องตระเวนออกรายการต่างๆ

สรุป - ผมขอเน้นย้ำว่าเห็นด้วยกับท่านนายกฯ เป็นอย่างยิ่งว่าเราต้องใช้ข้อมูลจริงทางวิชาการ และแทนที่เราจะมาเถียงกันไปมา เราควรเสาะหาข้อมูลจริงทางวิชาการเพื่อเป็นทางเลือกประกอบ นอกเหนือจากการฝากความหวังไว้กับ EHIA ที่ไม่รู้จะผ่าน คชก. เมื่อไหร่


• คนไทยอยากเห็นโครงการยักษ์ใหญ่ที่โปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
แน่นอนว่า EHIA ต้องมี แต่ในขณะเดียวกัน เราสามารถทำการศึกษาคู่ขนานได้ และหลายประเทศก็มีการศึกษาในรูปแบบนี้สำหรับโครงการขนาดใหญ่

กลไกดังกล่าวสามารถดำเนินการโดยหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมทะเล โดยให้หลายองค์กรทางวิชาการเข้าไปร่วมสนับสนุน และจัดสรรงบประมาณรองรับให้เพียงพอ

การตั้งอนุกรรมการ/คณะทำงาน มาประชุมกันเฉยๆ ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งหมด เพราะสิ่งที่เราขาดอย่างมากคือข้อมูลในพื้นที่ซึ่งมีความเชื่อมั่น

ผมทราบหน้าที่ของตัวเองว่าเป็นนักวิชาการ ไม่ใช่เป็นผู้ตัดสินใจ ผมเพียงทำตามหน้าที่ในการพูดเรื่องนี้ว่า “ข้อมูลจริงทางวิชาการด้านทะเล“ ของโครงการนี้มันยังไม่ใช่

อย่างน้อยก็ในประสบการณ์ของผม ผู้ทำงานด้านทะเลมาตลอดชีวิตการทำงาน จนใกล้เกษียณแล้ว (ผมเกิดปีเดียวกับท่านนายกฯ ครับ )

จึงอยากเห็นข้อมูลจริงทางวิชาการ เช่นเดียวกับท่านและคนอื่นๆ ในคณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้น เพื่อการพิจารณาที่เหมาะสมและสร้างความเชื่อมั่นได้

เช่นเดียวกับคนไทยที่อยากเห็นโครงการยักษ์ใหญ่ที่โปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะกับทะเลอันเป็นสมบัติของชาติและเป็นผลประโยชน์ของคนทั้งประเทศตามที่ท่านนายกฯ ให้สัมภาษณ์ครับ


ผลศึกษาคู่ขนาน EHIA ไม่ตรงปก

จากภาพข้างบน : เป็นเเผนที่ทรัพยากรทางทะเลเเละชายฝั่ง ที่เกิดขึ้นจากการรวบรวม สัมภาษณ์ ลงพื้นที่ของทีม Beach
for life
ซึ่งเผยเเพร่อยู่ในรายงาน “Land bridge effect ผลกระทบท่าเรือน้ำลึกเเลนด์บริดจ์” สะท้อนความสมบูรณ์ เเละเเหล่งทรัพยากรของพื้นที่โดยรอบโครงการท่าเรือน้ำลึกเเลนด์บริดจ์

ในรายงานการศึกษาผลกระทบทางสิ่งเเวดล้อมเเละสุขภาพ(EHIA) จัดทำโดย สำนักงานนโยบายเเละเเผนการขนส่งเเละจราจร (สนข.) พบความผิดปกติที่ชวนเอ๊ะ ! หลายประการ อาทิ

“สัตว์หน้าดิน 1 ชนิด 7 ตัว ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร”
“การไม่พบเเนวปะการังเเละเเหล่งหญ้าทะเลในพื้นที่โดยรอบโครงการ”
“การกำหนดขอบเขตการศึกษาโครงการเพียง 5 กิโลเมตร”
“การประเมินการท่องเที่ยวของพื้นที่ไว้เพียงครึ่งหน้า A4”
“ครัวเรือนที่อยู่ในรัศมีโครงการท่าเรือน้ำลึกเเหลมอ่าวอ่าง พบเพียง 13 ครัวเรือน”
“ในรายงานมีเเต่ข้อมูลนก จำนวนปลามีน้อยชนิดมาก เเละพบปลาที่โดดเด่นเป็นเพียงกลุ่มปลาทราย” เป็นต้น

แต่ในขณะที่การศึกษาคู่ขนานของภาคประชาชนเเละนักวิชาการที่ระบุในรายงาน “Land bridge effect ผลกระทบท่าเรือน้ำลึกเเลนด์บริดจ์” กลับพบว่า พื้นที่ระนอง เเละชุมพร มีสัตว์น้ำที่หลากหลาย มีผู้คนที่อาจจะได้รับผลกระทบจากโครงการจำนวนมาก เเละยังมีห่วงโซ่อุปทานในระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพิงฐานทรัพยากรทางทะเลเเละชายฝั่ง ในรูปเเบบการทำประมงพื้นบ้าน การท่องเที่ยว ซึ่งสร้างรายได้ในระบบเศรษฐกิจอย่างมหาศาล

ข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับพื้นที่ ขาดหายทรัพยากรที่สำคัญไป ทำให้เกิดรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งเเวดล้อมเเละสุขภาพ(EHIA) ในโครงการเเลนด์บริดจ์นี้มีความน่าเชื่อถือ เเละมีข้อมูลที่ถูกต้อง ครอบคลุมพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด

นี่คงเป็นคำถามสำคัญ ที่ต้องช่วยกันส่งเสียงเพื่อให้รัฐบาลได้ทบทวนโครงการนี้อย่างจริงจัง ก่อนทรัพยากรทางทะเลเเละชายฝั่งจะถูกทำลายไปมากกว่านี้