xs
xsm
sm
md
lg

มธ.สร้างเสริมผู้นำแนว ESG ผ่านรุ่นแรก มุ่งบริหารธุรกิจที่สมดุล ”กำไร-ผู้คน-โลก”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



●หลักสูตร TU ESG NEXT รุ่นที่ 1 จบสมบูรณ์แล้ว และเป็น“จุดเริ่มต้น” สู่บทบาทผู้นำที่ขับเคลื่อนองค์กรอย่างตระหนักรู้แนวทาง ESG ที่แท้จริง

●ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมไม่เพียงรับองค์ความรู้ แต่ได้ “คิดใหม่ ทำใหม่ และมองไกลกว่าเดิม” ผ่านประสบการณ์จริง การแลกเปลี่ยนมุมมอง และการเชื่อมโยงเครือข่ายที่มีคุณค่า


●เชื่อว่า “ผู้นำที่แท้จริง” ในโลกยุคใหม่ ไม่ได้วัดความสำเร็จจากผลลัพธ์ทางธุรกิจเท่านั้น แต่ต้องสามารถสร้างสมดุลระหว่าง People • Planet • Profit จึงจะเกิดความยั่งยืน

ผศ.ดร.ศุภชัย ศรีสุชาติ รองอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์,ศ.ดร.ธีระ สินเดชารักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันเสริมศึกษาและทรัพยากรมนุษย์,ดร.วรวุฒิ ไชยศร ผู้อำนวยการหลักสูตร ร่วมมอบรางวัลรายงานวิชาการด้านความยั่งยืนยอดเยี่ยม
ดร.วรวุฒิ ไชยศร ผู้อำนวยการหลักสูตรผู้นำเพื่อความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้กล่าวสรุปผลลัพธ์จากการจัดหลักสูตรนี้ว่าตลอดระยะเวลา 14 สัปดาห์ของหลักสูตรผู้นำเพื่อความยั่งยืน (TEN) ผู้บริหารจากองค์กรชั้นนำที่เข้าอบรมทุกท่านได้ “เรียนรู้” และ “เปลี่ยนมุมมอง” ต่อการเป็นผู้นำในโลกยุคใหม่อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะการนำแนวคิด ESG (Environmental, Social, Governance) มาประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อนองค์กรและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

มีการศึกษาดูงานทั้งในประเทศ และต่างประเทศที่ไต้หวัน ถือเป็นหนึ่งในประสบการณ์สำคัญที่สะท้อนการบูรณาการ ESG อย่างครบมิติ ตั้งแต่ระดับการศึกษา องค์กรธุรกิจ ชุมชน ไปจนถึงองค์กรเพื่อสังคม

ในมิติ “การศึกษา” เราได้เห็นรูปแบบการเรียนรู้ที่เน้นการลงมือทำจริง (Learning by Doing) และการแก้ปัญหาจริง (Problem-Based Learning) ซึ่งช่วยพัฒนาบุคลากรให้สามารถตอบโจทย์ความท้าทายด้านความยั่งยืนในโลกปัจจุบันได้อย่างแท้จริง ดังที่เราได้เห็นจากสถาบันผู้นำ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ Taiwan National University of Science and Technology

ในมิติ “ธุรกิจ” ที่ได้ศึกษาดูงาน 8 องค์กรธุรกิจด้านความยั่งยืน เช่น 1ธนาคารกสิกรไทย 2บ้านปู 3เบทาโกร 4มิตรผล 5SCG 6โรงแรมศิวาเทล กรุงเทพฯ 7โฮมโปร 8 One Bangkok แสดงให้เห็นว่าองค์กรสามารถสร้างผลกำไรควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการใช้เทคโนโลยี การจัดการพลังงาน และการเปลี่ยนของเสียให้เป็นทรัพยากร ซึ่งเป็นหัวใจของ Circular Economy

ในมิติ “สังคมและชุมชน” การศึกษาดูงาน มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง โครงการพัฒนาดอยตุง วัดหลงซานและมูลนิธิฉือจี้ ที่ไต้หวัน เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้พลังของวัฒนธรรม ศาสนา และจิตอาสา ในการดูแลผู้คนและสิ่งแวดล้อม โดยแสดงให้เห็นว่า ESG ไม่ใช่เพียงกรอบขององค์กรธุรกิจ แต่เป็น “วิถีชีวิต” ที่ทุกภาคส่วนสามารถมีส่วนร่วมได้


สิ่งสำคัญที่เราได้เรียนรู้ร่วมกัน คือ ความยั่งยืนไม่ใช่เป้าหมายระยะสั้น แต่เป็น “กระบวนการ” ที่ต้องอาศัยวิสัยทัศน์ ความร่วมมือ และความต่อเนื่องของผู้นำ ผู้นำในยุค ESG จึงไม่ใช่เพียงผู้ที่ขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโต แต่ต้องเป็นผู้ที่สร้างสมดุลระหว่าง “กำไร” “ผู้คน” และ “โลก” ไปพร้อมกัน

ตลอดการเรียนรู้ที่ผ่านมา เราได้เห็นชัดว่า ESG & Sustainability ไม่ใช่เป็นเพียงแนวคิด แต่คือทิศทางของโลกธุรกิจและสังคมในศตวรรษที่ 21 ผู้นำในยุคนี้จึงต้องมองไกลกว่า “ผลกำไรระยะสั้น” และตัดสินใจบนพื้นฐานของความรับผิดชอบ จริยธรรม และความยั่งยืน

สิ่งที่มีค่าที่สุดจากหลักสูตรนี้ไม่ใช่เพียงองค์ความรู้หรือประสบการณ์จากการศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ แต่คือ “พลังของเครือข่ายผู้นำ” ที่มีเจตนารมณ์ร่วมกันในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืน