xs
xsm
sm
md
lg

กกพ.ยอมรับต้นทุนค่าไฟพุ่งแรงจากราคา LNG เสนอรัฐบาล ช่วยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กกพ.ยอมรับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางทำต้นทุนค่าไฟฟ้า ที่คำนวณในงวดเดือน พฤษภาคม-สิงหาคม 2569 พุ่งสูงขึ้น 58 สตางค์ต่อหน่วย

นอกจากจะนำเงิน Claw back (เงินเรียกคืน) 9,400 ล้านบาทมาช่วยลดค่าไฟฟ้าลงได้ประมาณ 13 สตางค์ต่อหน่วยแล้ว ยังต้องให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ไม่รับคืนหนี้ค่าเชื้อเพลิงค้างจ่ายในงวดดังกล่าว และเสนอให้รัฐบาลพิจารณาช่วยเหลือค่าไฟฟ้าเฉพาะประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200-300 หน่วยต่อเดือน

ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ( สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ว่า การสู้รบในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นด้วยการทำลายฐานการผลิต LNG ในกาตาร์ ส่งผลให้ราคา Spot LNG ปรับเพิ่มสูงขึ้น และทำให้ประเทศไทย ที่พึ่งพาการนำเข้า LNG เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า ได้รับผลกระทบด้านต้นทุนค่าไฟฟ้า อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ค่าเงินบาท ก็อ่อนค่าลงมาอยู่ที่ประมาณ 32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ สำนักงาน กกพ. ได้คำนวณต้นทุนการผลิตไฟฟ้า เอาไว้ ว่า หากราคา LNG ปรับเพิ่มจากประมาณ 12 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู เป็น 25 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู จะทำให้ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) เพิ่มขึ้นประมาณ 0.58 บาทต่อหน่วย

สำหรับแนวทางการพิจารณาช่วยเหลือค่าไฟฟ้าในงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2569 ที่เป็นการคำนวณด้วยการคาดการณ์ตัวเลขต้นทุนล่วงหน้า นั้น กกพ.จะใช้เงิน Claw back หรือเงินเรียกคืนจาก 3 การไฟฟ้า (กฟผ. กฟน. และ กฟภ.) ที่คำนวณเกินไว้ในค่าไฟฟ้างวดก่อนหน้า ซึ่งมีอยู่ประมาณ 9,400 ล้านบาท มาปรับลดค่าไฟฟ้า ได้ประมาณ 13 สตางค์ต่อหน่วย

นอกจากนี้ยังปรับแผนการผลิตไฟฟ้าโดยให้โรงไฟฟ้าถ่านหิน จากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ซึ่งมีต้นทุนประมาณ 0.70 บาทต่อหน่วย เดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต จากกำลังการผลิตที่มีอยู่ ประมาณ 1,200 เมกะวัตต์ แต่ปัจจุบันเดินเครื่องได้เพียงประมาณ 700 เมกะวัตต์ เนื่องจากปัญหาดินไสด์ที่เหมืองลิกไนต์ ที่ทำให้ต้องจัดส่งถ่านหินจากแหล่งสำรอง รวมทั้งการพิจารณานำโรงไฟฟ้าชุดที่ 9 และ 10 ที่ปลดระวางไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา กลับมาเดินเครื่องอีกครั้ง รวมทั้งการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำ ที่ สปป.ลาว การเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติ จากอ่าวไทย ที่มีต้นทุนที่ถูกว่า LNG นำเข้า ซึ่งได้ปริมาณก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นจากปกติอีกประมาณ 150 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

ในขณะที่การผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลหรือพลังงานแสงอาทิตย์ ในกลุ่ม non -firm หากผู้ประกอบการสามารถที่จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าส่วนเพิ่ม ก็สามารถเสนอเรื่องให้ กกพ.พิจารณาให้ซื้อไฟฟ้าเข้าระบบเพิ่มเติมได้

ดร.พูลพัฒน์ กล่าวด้วยว่า จะมีการแถลงข่าวถึงทางเลือกต่างๆในการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร หรือ เอฟที งวดเดือน พ.ค.-ส.ค.2569 โดยจะแจ้งนัดหมายวันเวลาต่อสื่อมวลชนในวันพุธที่ 25 มี.ค.นี้หลังจากที่ มีการประชุม กกพ.


ด้านนายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา กรรมการกำกับกิจการพลังงาน กล่าวว่า ในความเห็นส่วนตัว เห็นว่าควรต้องสะท้อนต้นทุนค่าไฟฟ้าที่แท้จริงให้ประชาชนทราบ เพื่อจะได้ปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ โดยหากไม่มีมาตรการใดๆเข้าไปช่วยเหลือ ค่าไฟฟ้างวดเดือน พ.ค.-ส.ค.2569 จะปรับขึ้นจากราคาเฉลี่ย 3.88 บาทต่อหน่วย เป็น 4.59 บาทต่อหน่วยตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ได้มีการหารือใน กกพ.แล้ว ที่จะนำเงิน Claw back 9,400 ล้านบาท มาช่วยลดค่าไฟฟ้าทั้งหมด และเจรจากับ กฟผ. ที่จะยังไม่ชำระคืนเงินค้างจ่ายค่าเชื้อเพลิงที่สะสมอยู่ 36,000 ล้านบาท ในงวดนี้ ซึ่งจะทำให้ค่าไฟฟ้าปรับขึ้นจริง ประมาณ 7 สตางค์ต่อหน่วย

อย่างไรก็ตาม เห็นว่า รัฐบาลควรต้องพิจารณาจัดงบมาช่วยเหลือค่าไฟฟ้า โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200-300 หน่วยต่อเดือน ในขณะที่ ผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มอื่นๆ ควรจะต้องมีการปรับขึ้นค่าไฟฟ้า เพื่อส่งสัญญาณถึงการประหยัดพลังงานในช่วงที่ประเทศได้รับผลกระทบจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง โดยมีการประเมินว่าแหล่งผลิตLNG ของกาตาร์ที่ได้รับความเสียหาย จากขีปนาวุธ และไทยต้องนำเข้า LNG จากกาตาร์เป็นสัญญาระยะยาว ประมาณ 2 ล้านตันต่อปีนั้น จะต้องใช้เวลาประมาณ 3-5 ปี จึงจะกลับมาจ่าย LNG ได้ตามปกติ