บริษัท เอส.ซี.เอช.อินดัสตรี้ จำกัด ผู้ผลิตผ้าดิสก์เบรกชั้นนำของประเทศไทย ได้รับรางวัลธรรมภิบาลแห่งปี2569 ด้านการปฏิบัติต่อพนักงานดีเด่น จากสถาบันป๋วย อึ้งภากรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และสมาคมธนาคารไทย
บริษัทฯ ก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ.2543 โดย ยงยุทธ เพียวทองคำ ประธานบริษัท ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมผ้าดิสก์เบรก ด้วยวิสัยทัศน์ในการยกระดับมาตรฐานการผลิตผ้าดิสก์เบรกของไทยให้ทัดเทียมระดับสากล โดยเป็นผู้ผลิตรายแรกในประเทศไทยที่ยกเลิกการใช้สารใยหิน (Asbestos) ในกระบวนการผลิตผ้าดิสก์เบรก 100% เพื่อยกระดับความปลอดภัยต่อสุขภาพของพนักงาน ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังได้รับมาตรฐาน ISO 9001 , ISO 14001 และ IATF 16949 รวมทั้ง ได้นำระบบToyota Production System มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความสูญเสีย และยกระดับคุณภาพอย่างต่อเนื่องทุกขั้นตอน
บริษัทฯ ผลิตและจำหน่ายผ้าดิสก์เบรกภายใต้แบรนด์ NEXZTER และ N-BRAKE ด้วยการร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตผ้าเบรกชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและนำเข้าเคมีภัณฑ์จากประเทศญี่ปุ่น มาผลิตเป็นผ้าดิสก์เบรกสำเร็จรูป นอกจากนี้ ยังรับจ้างผลิตแผ่นเหล็กรองและผ้าดิสก์เบรก (OEM) ให้แก่บริษัททั้งในและต่างประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น เวียดนาม มาเลเซีย ออสเตรเลียและอังกฤษ เป็นต้น
หัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า “บุคลากรคือรากฐานของคุณภาพสินค้าและความสำเร็จอย่างยั่งยืนขององค์กร” โดยให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานอย่างเป็นธรรม เคารพศักดิ์ศรีแรงงาน และสร้างความมั่นคงในการทำงาน เพื่อส่งเสริมความผูกพันองค์กรและการเติบโตในระยะยาว ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง สร้างโอกาสการเติบโตในสายอาชีพ พร้อมทั้ง มุ่งผลิตสินค้าที่มีคุณภาพปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยเชื่อมั่นว่าการเติบโตขององค์กรจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสมดุลระหว่างผลประกอบการทางธุรกิจ คุณภาพชีวิตของพนักงาน ความเชื่อมั่นของลูกค้า และความยั่งยืนของสังคมโดยรวม
สำหรับหลักธรรมาภิบาลด้านพนักงาน บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า “องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืน เพราะเราให้คุณค่าและดูแลคนของเราอย่างแท้จริง” พนักงาน คือ ทรัพยากรที่มีคุณค่า และมีความสำคัญสูงสุดขององค์กร ความสำเร็จและการเติบโตอย่างมั่นคงของบริษัทฯ เกิดจากความทุ่มเท ความสามารถ และความผูกพันของพนักงานทุกคน บริษัทฯ จึงยึดหลักธรรมาภิบาลด้านพนักงานเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงาน โดยมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เป็นธรรม เอื้อต่อการพัฒนา และสนับสนุนให้พนักงานเติบโตไปพร้อมกับองค์กรอย่างยั่งยืน ด้วย 5 แนวทาง ดังนี้
1. การดูแลคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของพนักงาน บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของพนักงานในทุกมิติ โดยสนับสนุนค่าเช่าที่พักสำหรับพนักงานที่ปฏิบัติงานนอกภูมิลำเนา มีบ้านพักสำหรับพนักงานในบางตำแหน่ง จัดให้มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่สะอาด โปร่งโล่ง ถูกสุขลักษณะและปลอดภัย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นอย่างครบครัน ทั้งยังส่งเสริมกิจกรรมการปลูกผักเพื่อให้พนักงานสามารถนำผลผลิตไปประกอบอาหารสำหรับตนเองและครอบครัว รวมถึงจัดกิจกรรมการออกกำลังกายก่อนเลิกงาน
2. การดูแลด้านสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดูแลด้านสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานของพนักงาน โดยดำเนินการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง พนักงานทุกคนได้รับความคุ้มครองเพิ่มเติมจากประกันอุบัติเหตุและประกันชีวิตเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและความอุ่นใจในการทำงาน
บริษัทฯ มีห้องพยาบาล อุปกรณ์ประถมพยาบาลที่ได้มาตรฐานและบุคลากรที่ผ่านการอบรมด้านการปฐมพยาบาลเบื้องต้น มีการตรวจสุขภาพประจำปี รวมถึงการตรวจประเมินปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน มีการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินเป็นประจำ อาทิ แผนอพยพหนีไฟ แผนรองรับเหตุสารเคมีหรือก๊าซรั่วไหลและแผนรองรับเหตุแผ่นดินไหวเพื่อสร้างความเข้าใจและความพร้อมในการปฏิบัติเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งยังมีกิจกรรม Safety Day เพื่อส่งเสริมความรู้และความตระหนักด้านความปลอดภัยในการทำงานผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์และเกมต่างๆ พร้อมของรางวัลเพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของพนักงาน รวมถึงมีกิจกรรมรณรงค์เพื่อส่งเสริมให้พนักงานปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยในการใช้ยานพาหนะอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งให้เงินช่วยเหลือสำหรับการจัดซื้อหมวกกันน็อคและจัดกิจกรรมจับรางวัลเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานที่ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
3. การส่งเสริมความสุข ความผูกพัน และวัฒนธรรมองค์กร โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมขวัญและกำลังใจของพนักงานอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ งานสังสรรค์ปีใหม่ กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงาน รวมถึงการสนับสนุนการศึกษา ดูงานทั้งในและต่างประเทศ อาทิ งานสมรส การคลอดบุตร รวมทั้งการมอบเงินช่วยเหลือเพื่อฌาปนกิจในกรณีบิดามารดา คู่สมรส และบุตร ถึงแก่กรรม บริษัทฯ ให้การดูแลพนักงานในสายการผลิตเป็นพิเศษในช่วงฤดูร้อน โดยจัดเตรียมเครื่องดื่มเกลือแร่และผ้าเย็น เพื่อช่วยลดความร้อนและความเหนื่อยล้าของพนักงาน
4. การบริหารค่าจ้าง ค่าตอบแทน และสวัสดิการอย่างเป็นธรรม โดยกำหนดอัตราค่าตอบแทนสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ มีการปรับเงินเดือนประจำปีตามผลการปฏิบัติงาน และผลประกอบการของบริษัท โดยมีสวัสดิการ อาทิ การให้สิทธิ์ลากิจ 6 วันต่อปี สิทธิลาพักร้อนสูงสุด15 วันต่อปี พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถสะสมวันลาพักร้อนที่เหลือไปใช้ในปีถัดไปได้ รวมถึงการจ่ายเบี้ยขยันรายเดือน ค่าเบี้ยเลี้ยงสำหรับการปฏิบัติงานนอกสถานที่ และค่ารอบวิ่ง เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีระบบค่าตอบแทนพิเศษรายเดือน เงินรางวัลสำหรับทีมงาน และรางวัลสำหรับพนักงานที่ปฏิบัติงานครบ10 ปี
5. การพัฒนาศักยภาพและความก้าวหน้าในอาชีพ โดยจัดอบรมทั้งภายในและภายนอกองค์กรครอบคลุมทักษะด้านวิชาชีพ การทำงานเป็นทีม การแก้ไขปัญหา การพัฒนาจิตสำนึกด้านคุณภาพ และการมุ่งเน้นลูกค้า รวมทั้ง การอบรมพนักงานตามมาตรฐานสากล เช่น ISO 9001:2015 IATF 16949:2016 และISO 14001:2015 ./


