รายงาน The Global Risks Report 2026 โดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ World Economic Forum (WEF) นำเสนอการประเมินความเสี่ยงในมิติต่างๆ ที่แต่ละประเทศ รวมถึงประเทศไทยเผชิญทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยอ้างอิงการสำรวจความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ 1,300 คนจากแวดวงวิชาการ ธุรกิจ ภาครัฐ ประชาคมระหว่างประเทศ และภาคประชาสังคม รวมทั้งผู้นำธุรกิจ 11,000 คน จาก 116 ประเทศ และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน 160 คนจากเครือข่ายทั่วโลกของ World Economic Forum
รายงานผลการวิเคราะห์ความเสี่ยงดังกล่าว ระบุถึงภัยคุกคามที่ต้องให้ความสำคัญเพื่อรับมือกับความผันผวนของโลกและการแข่งขัน ซึ่งครอบคลุมมิติของความเสี่ยง 5 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ภูมิรัฐศาสตร์ สังคม และเทคโนโลยี ซึ่งแสดงให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนในการรับรู้ความเสี่ยงทั้งในระดับโลก ระดับภูมิภาค และในประเทศไทย
รายงานผลการวิเคราะห์ความเสี่ยง แสดงให้เห็นว่า โลกกำลังเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐศาสตร์ (Geoeconomic confrontation) ความขัดแย้งด้วยอาวุธระหว่างรัฐ (State-based armed conflict) เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง (Extreme weather events) การแบ่งแยกทางสังคม (Societal polarization) รวมถึงการบิดเบือนข้อมูลและข้อมูลเท็จ (Misinformation and disinformation)
ขณะที่ ประเทศไทยเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งแตกต่างจากเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเวทีโลก โดยความเสี่ยง 5 อันดับแรกสำหรับประเทศไทยในปี 2569 เน้นย้ำถึงความกังวลด้านเศรษฐกิจอย่างชัดเจน อันดับแรกคือหนี้สิน (Debt) ซึ่งครอบคลุมหนี้สาธารณะ หนี้องค์กร และหนี้ครัวเรือน ซึ่งความเสี่ยงนี้อยู่อันดับ 17 ของโลก ตามด้วยภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Economic downturn) ภาวะการว่างงานหรือขาดโอกาสทางเศรษฐกิจ (Lack of economic opportunity or unemployment) ผลกระทบด้านลบจากเทคโนโลยี AI (Adverse outcomes of artificial intelligence technologies) และความเหลื่อมล้ำทางความมั่งคั่งและรายได้ (Inequality)
ความกังวลเหล่านี้แตกต่างอย่างมากจากระดับโลก รวมถึงความเสี่ยงของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งไม่ได้มุ่งไปที่หนี้สินและความเหลื่อมล้ำ แสดงให้เห็นว่า “ความเสี่ยงของไทย” มีรากฐานมาจากความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และแสดงถึงประเด็นเร่งด่วนที่ประเทศไทยต้องให้ความสำคัญและเร่งพัฒนา
๐ ภัยคุกคามด้านสิ่งแวดล้อม ความเสี่ยงในระยะยาว
ความเสี่ยงในระดับโลก มุมมอง 10 ปีข้างหน้า (ถึงปี 2579) เปลี่ยนไปสู่ภัยคุกคามด้านสิ่งแวดล้อม โดยเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง (Extreme weather events) การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและการล่มสลายของระบบนิเวศ (Biodiversity loss and ecosystem collapse) รวมถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่อระบบของโลก (Critical change to earth systems) ครองอันดับต้นๆ ในด้านความเสี่ยง ในขณะที่การบิดเบือนข้อมูลและข้อมูลเท็จ (Misinformation and disinformation) ซึ่งเป็นความกังวลหลักในระยะสั้น ยังคงมีนัยสำคัญในระยะยาวควบคู่ไปกับผลกระทบด้านลบจากเทคโนโลยี AI (Adverse outcomes of artificial intelligence technologies)
๐ แนวทางรับมือลดความเสี่ยง
จากรายงานผลการวิเคราะห์ความเสี่ยง ระบุกลยุทธ์สำคัญเพื่อรับมือความเสี่ยงเหล่านี้ ได้แก่ กฎระเบียบระดับชาติและท้องถิ่น เครื่องมือทางการเงิน การสร้างความตระหนักรู้และการศึกษาแก่สาธารณะ การวิจัยและพัฒนากลยุทธ์ขององค์กร ความช่วยเหลือด้านการพัฒนา การมีส่วนร่วมของหลายภาคส่วน สนธิสัญญาและข้อตกลงระดับย่อย รวมถึงสนธิสัญญาและข้อตกลงระดับโลก โดยสำหรับประเทศไทย การนำแนวทางเหล่านี้มาใช้สามารถเสริมสร้างความยืดหยุ่นต่อความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจและภัยคุกคามด้านสิ่งแวดล้อมที่กำลังเกิดขึ้น โดยสอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดของโลก
ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ ย้ำว่า The Global Risks Report 2026 เน้นสถานะที่ไม่เหมือนใครของประเทศไทยซึ่งอยู่ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ขณะที่ความสำคัญในระดับโลกและภูมิภาคมีความแตกต่างกัน ดังนั้น ประเทศไทยต้องสร้างสมดุลระหว่างการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจทันที และความยั่งยืนในระยะยาวเพื่ออนาคตที่มั่นคง รายงานนี้เป็นเสียงเรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบาย ธุรกิจ และชุมชนลงมือปฏิบัติอย่างเร่งด่วนและเตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยงเหล่านี้อย่างจริงจัง ./


