วานนี้ (19 ก.พ. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับการดำเนินงานตามแผนแม่บทกรุงเทพมหานครว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2564 – 2573 ครั้งที่ 1/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการสำคัญ และขับเคลื่อนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของกรุงเทพมหานครอย่างเป็นรูปธรรม
ร่วมด้วย นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารกรมควบคุมมลพิษ คณะกรรมการกำกับการดำเนินงานตามแผนแม่บทกรุงเทพมหานครว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2564 – 2573 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม ชั้น 31 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกทม.2 (ดินแดง)
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า วันนี้เป็นการรายงานความก้าวหน้าโครงการที่เกี่ยวข้องกับการลดก๊าซเรือนกระจก และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญของกรุงเทพมหานคร เราได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานที่ทำงานบูรณาการร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้เรากำลังจัดทำรายงานในภาพรวม เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงาน เนื่องจากแผนปฏิบัติการของเราช่วงปี 2564–2573 ได้ดำเนินมาถึงครึ่งทางแล้ว จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญในการทบทวนว่า สิ่งที่ทำมาในระยะครึ่งปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร อะไรที่เดินหน้าได้ดี และจุดใดที่ยังต้องปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ต้องขอขอบคุณคณะกรรมการและทุกภาคส่วนที่ร่วมประชุมและให้ข้อเสนอแนะในวันนี้ แม้จะมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่อาจยังมีบางประเด็นที่ต้องปรับตัวและพัฒนา เพื่อให้การขับเคลื่อนด้านสภาพภูมิอากาศของกรุงเทพมหานครเดินหน้าได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป
ที่ประชุมแจ้งว่ากรุงเทพมหานคร มีเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก 19% หรือ 10.15 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในปี พ.ศ. 2573 จากข้อมูลบัญชีก๊าซเรือนกระจกกรุงเทพมหานคร ปี 2561 (ปีฐาน) มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 43.73 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในปี 2565 มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 38.59 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เท่ากับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง 5.14 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า คิดเป็น 51% เมื่อเทียบกับเป้าหมายปี 2573
• เร่งเดินหน้า 130 โครงการ ภายใต้แผนแม่บทฯ
จากนั้นที่ประชุมรายงานความก้าวหน้าโครงการภายใต้แผนแม่บทฯ ปีงบประมาณ 2569 รวม 130 โครงการ แบ่งเป็น 1. ด้านการลดก๊าซเรือนกระจก 106 โครงการ ประกอบด้วย การขนส่ง 41 โครงการ (แล้วเสร็จ 38 อยู่ระหว่างดำเนินการ 2 ยกเลิก 1) พลังงาน 15 โครงการ (แล้วเสร็จ 5 อยู่ระหว่างดำเนินการ 8 รอพิจารณา 2) ขยะ 12 โครงการ (แล้วเสร็จ 9 อยู่ระหว่างดำเนินการ 3) น้ำเสีย 14 โครงการ (แล้วเสร็จ 5 อยู่ระหว่างดำเนินการ 9) ผังเมืองสีเขียว 24 โครงการ (แล้วเสร็จ 10 อยู่ระหว่างดำเนินการ 13 ไม่ได้รับงบประมาณ 1) 2. ด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 24 โครงการ (แล้วเสร็จ 12 โครงการ อยู่ระหว่างดำเนินการ 11 โครงการ ไม่ได้รับงบประมาณ 1 โครงการ)
• ขยายจัดทำ “คาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร” ครอบคลุม 77 หน่วยงาน
สำนักสิ่งแวดล้อมรายงานความก้าวหน้าโครงการส่งเสริมการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของกรุงเทพมหานคร (Carbon Footprint for Organization: CFO) ปีงบประมาณ 2568 ขยายการจัดทำครอบคลุม 50 สำนักงานเขต ซึ่งมีสำนักงานเขตในกลุ่มดีเยี่ยม 6 เขตที่รายงานข้อมูลสมบูรณ์ ได้แก่ คลองสาน ทุ่งครุ บางคอแหลม พระนคร ยานนาวา และหลักสี่ มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือคาร์บอนฟุตพริ้นท์เฉลี่ย 43,453 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อแห่ง เมื่อคิดรวมทุกสำนักงานเขตรวมเป็น 2.17 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มากที่สุดมาจากขอบเขตที่ 3 (การกำจัดขยะ การใช้น้ำประปา การใช้กระดาษ) ซึ่งปัจจุบันยังใช้วิธีฝังกลบเป็นหลัก คิดเป็นร้อยละ 78 ของขยะทั้งหมด ส่งผลให้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง
ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2569 จะขยายผลครอบคลุม 77 หน่วยงาน (50 เขต 16 สำนัก 3 สำนักงาน และ 8 ส่วนราชการในสังกัดสำนักปลัดฯ) โดยจัดประชุมเปิดตัวโครงการเมื่อ 30 ตุลาคม 2568 และฝึกอบรมการรายงานข้อมูล 6 รุ่น ปัจจุบันอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูล คาดว่าจะสรุปผลและรายงานผู้บริหารภายในเดือนกันยายน 2569
• ความร่วมมือ “โยโกฮามา–กรุงเทพฯ” ขับเคลื่อนเมืองคาร์บอนต่ำ
ที่ประชุมรายงานความก้าวหน้าโครงการ City-to-City Collaboration for Zero-Carbon Society ร่วมกับเมือง โยโกฮามา ระยะที่ 2 ปีที่ 1 มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการด้าน Net Zero เมื่อ 1 ต.ค. 68 มีผู้เข้าร่วมกว่า 140 คน จากภาครัฐและเอกชนไทย–ญี่ปุ่น พร้อมส่งเสริมกลไกเครดิตร่วม (JCM) ภายใต้ความตกลงปารีส นอกจากนี้ อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางส่งเสริมการใช้เครื่องปรับอากาศประสิทธิภาพสูงในอาคารสังกัด กทม. และศึกษามาตรการทางกฎหมายเพื่อสนับสนุนอาคารประหยัดพลังงาน โดยจะเสนอผลการศึกษาในการประชุมครั้งถัดไป
• โครงการไทย–เยอรมัน เดินหน้าพลังงาน–EV–อาคารประหยัดพลังงาน
โครงการ Thai-German Cooperation on Energy, Mobility, and Climate (TGC-EMC) ร่วมกับ GIZ ดำเนินงาน 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1. พลังงานหมุนเวียน จัดทำคู่มือโซลาร์รูฟท็อปสำหรับบ้านและภาคอุตสาหกรรม พร้อมเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ Greener Bangkok 2. คมนาคมขนส่ง ทำการศึกษา First mile/Last mile และระบบ EV Feeder สนับสนุนแผนเปลี่ยนผ่านรถราชการสู่ EV และศึกษาบูรณาการ EV กับเขตปล่อยมลพิษต่ำ (LEZ) 3. การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ศึกษาความเป็นไปได้ในการติดตั้งระบบบริหารจัดการพลังงานอาคาร (BEMS) ในโรงพยาบาลตากสิน พร้อมเสนอทั้งมาตรการลงทุนสูงและมาตรการต้นทุนต่ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดก๊าซเรือนกระจก
ด้านการเสริมสร้างศักยภาพ มีการจัดอบรม MRV ภาคขนส่ง อบรมคาร์บอนเครดิต และฝึกอบรมการอนุรักษ์พลังงานอย่างต่อเนื่อง สำหรับแผนปี 2569 จะเดินหน้าศึกษาโมเดลสนับสนุนโซลาร์ในพื้นที่นำร่อง พัฒนา Roadmap คาร์บอนเครดิตของกรุงเทพมหานคร และขยายผลมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในอาคารควบคุม 14 แห่ง
ทั้งนี้ ที่ประชุม รับทราบความก้าวหน้าทุกวาระ รวมทั้งให้ฝ่ายเลขาฯ รับข้อสังเกตของคณะกรรมการไปปรับปรุง และเน้นย้ำการบูรณาการทุกภาคส่วน เดินหน้าขับเคลื่อนแผนแม่บทฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่กรุงเทพมหานครเมืองคาร์บอนต่ำ ยั่งยืน และพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว


