xs
xsm
sm
md
lg

ธุรกิจจะตั้งรับอย่างไรในยุคโลกรวน / ดร.กุณฑลี รื่นรมย์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ในโอกาสที่ราชบัณฑิตยสภาจะครบรอบ 100 ปีในเดือนเมษายน 2569 สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง ซึ่งเป็นสำนักหนึ่งของราชบัณฑิตยสภา ได้จัดงานประชุมวิชาการในเรื่อง “สถานภาพ ทิศทาง และความก้าวหน้าของประเภทวิชาต่าง ๆ” เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ โดยมีราชบัณฑิตและภาคีสมาชิกในสาขาวิชาต่าง ๆ พูดในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาของตน

สำหรับสาขาบริหารธุรกิจ ผู้เขียนได้ขึ้นเวทีร่วมกับราชบัณฑิต ศาสตราจารย์ ดร. ผลิน ภู่จรูญ ในประเด็น “สำนักความคิดใหม่ของธุรกิจในโลกผันผวน” ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายยิ่ง คำว่า “สำนักความคิดใหม่” มาจากคำในภาษาอังกฤษว่า “New school of thought” ซึ่งเป็นแนวความคิดของบริหารธุรกิจเพื่อให้สามารถยืนหยัดกับคลื่นลมแรงที่ท้าทายการทำธุรกิจในโลกที่ผันผวน เพราะการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยต่าง ๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม และเทคโนโลยี AI ที่กำลังเข้ามาแทนที่การทำงานของมนุษย์ในหลายด้าน

กฎกติกาเดิมในการทำธุรกิจของประเทศต่าง ๆ ในโลกกำลังถูกท้าทายด้วยเงื่อนไขใหม่จากนโยบายของชาติมหาอำนาจฝั่งตะวันตก โดยใช้ผลประโยชน์ของประเทศของตนเป็นหลักอันเป็นสาเหตุหนึ่งของความขัดแย้งที่ทำให้เห็นการแบ่งข้างของประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจนมากขึ้น

ดังนั้น การใช้ความรู้เดิมในการบริหารจัดการธุรกิจจะไม่เพียงพอที่จะทำให้ธุรกิจยืนหยัดอยู่ได้อย่างปลอดภัย มั่น คง และยั่งยืนได้ในอนาคต

ศ.ดร.กุณฑลี รื่นรมย์ และ ศ.ดร.ผลิน ภู่จรูญ
บรรดาโรงเรียนและสถาบันอุดมศึกษาทั้งหลายจึงจำเป็นต้องปรับ เปลี่ยน หรือเสริมแนวคิดหรือทักษะใหม่ ๆ สอดแทรกเข้าไปในวิชาต่าง ๆ ของหลักสูตร อย่างทันการณ์ ให้แก่นักเรียน นิสิตนักศึกษาในทุกระดับ ทุกสาขาวิชา ที่จะออกไปทำงานในอนาคต เพื่อให้ตอบสนองทันต่อความต้องการขององค์กร สังคม และประเทศชาติ

โดยเฉพาะเป้าหมายสำคัญของการผลิตบัณฑิตออกไปสู่อนาคตที่มีความเปลี่ยนแปลงและไม่แน่นอนมากขึ้น คือ ความเป็น “คนดี” ที่ต้องมาก่อนเป็น “คนเก่ง” เพราะความดีเกิดจากการมีจิตใจที่ดี (Mindset) เป็นพื้นฐาน แต่ความเก่งสามารถเรียนรู้และพัฒนาต่อไปได้

เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสพูดคุยกับลูกศิษย์ต่างชาติคนหนึ่งที่ปัจจุบันทำงานในบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจในประเทศเยอรมัน ถามเขาว่าเวลาบริษัทรับสมัครพนักงานใหม่ ได้กำหนดคุณสมบัติอะไรบ้างในการพิจารณาผู้สมัคร เขาตอบว่ามี 4 ประการ ดังนี้:

1. ผลการเรียน จากสถาบันการศึกษาที่จบ เมื่อถามว่าเพราะอะไรจึงต้องดูผลการเรียนด้วย เนื่องจากองค์กรไทยบางแห่งไม่ได้ดูผลการเรียนแล้ว ดูแค่ว่าเรียนจบหรือไม่เท่านั้น เขาตอบว่าผลการเรียนเกรดเฉลี่ยสะสม (Accumulated grade point average - AGPA) แสดงถึงความพยายามในการศึกษาซึ่งเป็นความรู้ภูมิหลังของคนนั้น บริษัทในเยอรมันไม่ได้ดูแค่ว่าเรียนจบหรือผ่านอย่างเดียว แต่ดูถึงความพยายามในการเรียนที่ผ่านมาและสาขาวิชาที่เรียนด้วย

2. มีความรู้ด้านเทคโนโลยี AI เพราะถ้าสามารถใช้ AI ให้เป็นผู้ช่วยในงานที่เกี่ยวข้องเป็น เช่น การขาย การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ การวิเคราะห์ข้อมูล ฯลฯ ทางบริษัทมองว่าเป็นพื้นฐานที่จำเป็นต้องทราบ และ AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของคนให้มีความผิดหลาดน้อยลง ประหยัดเวลา และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

3. ต้องการคนที่เป็น Data driven person คือต้องการคนที่มีความคิดเป็นวิทยาศาสตร์ มีตรรกะ (Logic) มีความคิดเป็นระบบ (Systematic thinking) สามารถหาข้อมูลและเลือกใช้ข้อมูลที่มีอยู่มากมายหลายแหล่งในการวิเคราะห์เพื่อใช้ตัดสินใจในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ

4. เป็นคนมีบุคลิกภาพ (Personality) ดี หมายถึง คนที่มีทัศนคติดี เปิดใจรับฟังคนอื่น พูดจาเป็นมีมรรยาทในสังคม รู้จักแต่งกายให้ถูกกาละเทศะ ฯลฯ เพราะคนที่รับมาทำงานนั้นจะต้องเป็นตัวแทนของบริษัทที่ต้องออกไปพบปะพูดคุยกับลูกค้าหรือคู่ค้า จึงต้องสามารถสร้างทัศนคติที่ดี และสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นแก่ผู้ที่ไปติดต่อด้วย

เมื่อถามว่าในบรรดาทั้ง 4 ข้อนี้ ทางบริษัทให้น้ำหนักข้อใดมากที่สุด ลูกศิษย์ชาวเยอรมันคนนี้ตอบว่าข้อสุดท้าย เพราะข้อที่ 1 บริษัทนำมาใช้ดูภูมิหลังการศึกษาซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ข้อ 2 และข้อ 3 เป็นเรื่องทักษะความสามารถที่บุคคลต้องพัฒนาและเรียนรู้ต่อไปตามลักษณะของงาน การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ และเทคโนโลยี

แต่ข้อ 4 เป็นการพบเห็นผู้สมัครที่อยู่ตรงหน้า ยิ่งถ้าได้ผู้สัมภาษณ์ที่มีประสบการณ์ และมีวิธีการถามที่ดี ก็จะรับทราบถึงทัศนคติและสามารถคาดคะเนได้ถึงคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สมัครคนนั้นได้ในระดับหนึ่ง

สำหรับบริบทของประเทศไทยที่มีพลวัตการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางแรงกดดันในทุกด้าน ผู้เขียนและศ. ดร.ผลิน ภู่จรูญ มีความเห็นตรงกันว่าการสร้างคนที่มีคุณภาพให้เป็นทั้งคนดีและคนเก่ง มีความพร้อม มีความรู้ความสามารถเป็นที่ต้องการขององค์กร ต่าง ๆ เพื่อให้ออกไปสู่โลกของการทำงานจริงในอนาคต เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องเป็นนโยบายเร่งด่วนระดับชาติ

โรงเรียนและสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาทุกแห่งต้องเร่งเตรียมความพร้อมอย่างเข้มข้นมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการสร้างคนที่มีจิตสำนึกที่ดี (Consciousness) มีคุณธรรม (Virtue) มีวินัย (Discipline) มีความรับผิดชอบในบทบาทหน้าที่และผลของการกระทำ (Responsibility and Accountability) นอกจากมีความรู้ในวิทยาการที่ทันสมัยเช่น AI ต้องสามารถประยุกต์หรือดัดแปลงความรู้ (Adaptability) ให้เข้ากับบริบทของประเทศไทย ที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและผันผวน เพื่อพัฒนาองค์กร สังคม และประเทศชาติอย่างคล่องตัวและยืดหยุ่น (Resillence) สู่เป้าหมายความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน


บทความโดย ศ. (กิตติคุณ) ดร.กุณฑลี รื่นรมย์
คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ภาคีสมาชิก สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง
ราชบัณฑิตยสภา