ท่ามกลางกระแสโลกที่มุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (ESG) สถาบัน DX Academy (Digital Transformation Academy) ได้เปิดเผยรายงาน Thailand Digital Index Report 2026 ซึ่งชี้ให้เห็น "สัญญาณบวก" และ "โอกาสครั้งสำคัญ" ขององค์กรธุรกิจไทย ในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน ด้วยการผสานความพร้อมทางดิจิทัล (Digital Readiness) เข้ากับเป้าหมายความยั่งยืน หรือที่เรียกว่า "Twin Transformation": การเปลี่ยนผ่านคู่ขนาน
๐ เปลี่ยน "การลงทุน" เป็น "ผลลัพธ์ที่จับต้องได้"
รายงานฉบับนี้ระบุว่า องค์กรไทยส่วนใหญ่ในปัจจุบันได้ก้าวผ่านช่วงเริ่มต้นมาสู่ระดับ "Adopters" (ผู้ปรับใช้) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภาคธุรกิจมีการลงทุนวางโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง ถือเป็น "รากฐานที่แข็งแกร่ง" ที่พร้อมสำหรับการต่อยอด
ความท้าทายในก้าวถัดไป ไม่ใช่เรื่องของการขาดแคลนเทคโนโลยี แต่คือการ ก้าวจาก "ภาวะลวงตาว่าองค์กรมีความพร้อม" สู่ "ผลลัพธ์ที่แท้จริงทางธุรกิจและความยั่งยืน" โดยการบูรณาการสิ่งที่มีอยู่ให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
๐ 4 กลยุทธ์สู่ความยั่งยืน: ก้าวข้ามกับดัก 'Adopters' (Digital Transformation for Sustainability Framework)
เพื่อให้ผู้บริหารสามารถนำผลสำรวจไปต่อยอดได้ทันที รายงานได้สังเคราะห์กลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ยุค AI และ Sustainability ได้อย่างมั่นคง ดังนี้:
1. Shift from Tools to Behaviors (จาก "ซื้อเครื่องมือ" สู่ "สร้างพฤติกรรมใหม่"):
ความสำเร็จของความยั่งยืนไม่ได้วัดที่จำนวนซอฟต์แวร์ที่ติดตั้ง แต่ต้องปรับเป้าหมายไปสู่ "การทำให้คนใช้เป็น ใช้จริง และใช้แล้วเกิดผลลัพธ์" เปลี่ยนตัวชี้วัดจากแค่ระบบ Go-live เป็น อัตราการใช้งานจริง (Adoption Rate) และ ผลลัพธ์ทางธุรกิจ (Business Outcomes) เช่น ต้นทุนพลังงานที่ลดลง หรือเวลาให้บริการที่สั้นลง โดยใช้ข้อมูลการใช้งาน (Usage Analytics) เป็นฐานในการตัดสินใจพัฒนาระบบต่อ ไม่ใช่ตัดสินจากงบประมาณที่ใช้ไปแล้ว
2. Close the Behavioral Gap (ปิดช่องว่างระหว่าง "เทคโนโลยีพร้อม" กับ "คนยังไม่พร้อม"):
แทนที่จะลงทุนเพิ่มเฉพาะระบบ IT ให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนไปที่ People, Culture และรูปแบบการทำงาน โดยเน้นการ Upskill/Reskill แบบเจาะเคสงานจริง (Use-case-based, On-the-job learning) เพื่อให้พนักงานเข้าใจวิธีใช้เทคโนโลยีเพื่อลดคาร์บอนหรือเพิ่มประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่การจัดสัมมนาทั่วไป พร้อมออกแบบโครงสร้างการทำงานแบบข้ามสายงาน (Cross-functional / Agile Squads) เพื่อให้ฝ่ายเทคโนโลยี ฝ่ายธุรกิจ และผู้ใช้งานหน้างาน ทำงานร่วมกันตั้งแต่ต้น
3. From Pilots to Scale (จาก "ทดลองหลายโครงการ" สู่ "ขยายผลไม่กี่โครงการที่สำคัญ"):
หลายองค์กรติดกับดัก "Pilot เยอะ แต่ไม่มีอะไร Scale จริง" ทำให้ผลลัพธ์ด้าน ESG ไม่ชัดเจน ทางออกคือกำหนดเกณฑ์ให้ชัดเจนว่าโครงการไหนจะ "ไปต่อ" โดยต้องพิสูจน์ Impact ด้านต้นทุน คุณภาพ หรือรายได้ พร้อมสร้างคู่มือต้นแบบ (Blueprint/Playbook) จากโครงการที่สำเร็จ แล้วนำไปใช้ซ้ำในหน่วยงานอื่น แทนการเริ่มนับหนึ่งใหม่ทุกครั้ง
4. Governance by Design (ฝังกรอบธรรมาภิบาลตั้งแต่วันแรก):
เพื่อให้ข้อมูล ดิจิทัล และ AI ถูกใช้ "ได้ผล" และ "ได้มาตรฐาน" พร้อมกัน โดยเฉพาะในการรายงานผล ESG ที่ต้องการความโปร่งใสสูง องค์กรต้องแทรก PDPA, AI Governance และ Risk Management เข้าไปในขั้นตอนออกแบบโครงการ ไม่ใช่รอตรวจตอนจบ โดยควรกำหนดบทบาทใหม่ที่ชัดเจน เช่น Digital / AI Product Owner, Data Steward หรือ Digital Ethics Lead เพื่อดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ
๐ ถอดบทเรียนความสำเร็จ: เมื่อ "ดิจิทัล" ผสาน "ความยั่งยืน" (Twin Transformation Success Stories)
รายงาน Thailand Digital Index 2026 ได้หยิบยกกรณีศึกษาจากองค์กรชั้นนำระดับโลก ที่พิสูจน์แล้วว่าการบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับกลยุทธ์ความยั่งยืน ไม่เพียงส่งเสริมแนวทาง ESG และ SDGs แต่ยังสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ได้อย่างมหาศาล
๐ PETRONAS: พลิกโฉมธุรกิจพลังงานด้วย Data ระดับโมเลกุล
จากยักษ์ใหญ่ด้านน้ำมันสู่ "ผู้นำนวัตกรรมพลังงานยั่งยืน"
PETRONAS ก้าวสู่ยุค "Petronas 2.0" โดยใช้ AI และข้อมูลเป็นหัวใจหลักในการรับมือกับวิกฤติทางพลังงาน บริษัทใช้นวัตกรรม "EOC Molecular" ระบุมูลค่าและค่าคาร์บอนของทุกโมเลกุลไฮโดรคาร์บอนได้แบบ Real-time เพื่อเลือกเส้นทางการผลิตที่คุ้มค่าและปล่อยคาร์บอนน้อยที่สุด ผสานกับการใช้ระบบ AI อัจฉริยะอย่าง AIIRA และ STELLAR ในการทำนายความเสี่ยงและควบคุมการเดินเครื่องโรงงาน ซึ่งช่วยลดอุบัติเหตุได้กว่า 50% และลดการปล่อยคาร์บอนจากการเผาทิ้งได้ถึง 10% พร้อมต่อยอดข้อมูลดิจิทัลสู่ธุรกิจใหม่อย่าง Carbon Trading ได้อย่างเต็มรูปแบบ
๐ IKEA: ผู้นำค้าปลีกยุคใหม่ ที่ใช้ AI ขับเคลื่อน Circular Economy
IKEA ไม่ได้เป็นเพียงผู้ขายเฟอร์นิเจอร์ แต่ทรานส์ฟอร์มสู่การเป็น Tech Company ที่ใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาขยะและพลังงานอย่างจริงจัง เริ่มจากการใช้ระบบ AI (Winnow System) วิเคราะห์ขยะอาหารในร้านอาหารช่วยลดปริมาณขยะได้ถึง 50% และใช้โดรนบินตรวจนับสต็อกสินค้าอัตโนมัติเพื่อความแม่นยำ นอกจากนี้ยังสร้างโมเดลรายได้ใหม่ ผ่านบริการ "Furniture as a Service" (ระบบเช่าใช้) และโครงการ Buy Back & Resell รับซื้อของเก่ามาขายใหม่ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าความยั่งยืนสามารถสร้างกำไรและลดต้นทุนไปพร้อมกันได้
๐ Changi Airport: จากสนามบินสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมสีเขียว
สนามบินชางงีพิสูจน์ให้เห็นว่าการบริการที่เป็นเลิศและความยั่งยืนสามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้ โดยการบูรณาการ AI และโซลูชัน Smart City เข้ามาสร้าง Digital Ecosystem ที่ยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสารให้ไร้รอยต่อและตอบโจทย์รายบุคคล ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการพลังงานเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนลง 15% ภายใน 5 ปี และมุ่งสู่ Net Zero Carbon ตอกย้ำสถานะการเป็น "ศูนย์กลางนวัตกรรมและบริการดิจิทัลอัจฉริยะ" ระดับโลก
๐ Shenzhen Smart City: เมืองอัจฉริยะที่เปลี่ยน "ข้อมูล" เป็น "สินทรัพย์"
เซินเจิ้นเป็นต้นแบบเมืองอัจฉริยะอันดับ 1 ที่ใช้ Digital Transformation ขับเคลื่อน GDP และคุณภาพชีวิตประชาชนไปพร้อมกัน โดยใช้เทคโนโลยี AI และ Digital Twin เชื่อมต่อ IoT กว่า 200 ล้านชิ้น สร้างแบบจำลองเมืองเสมือนจริงเพื่อบริหารจัดการเมืองแบบ Real-time ซึ่งช่วยลดอาชญากรรมและคาร์บอนฟุตพรินท์ได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังสร้างเศรษฐกิจใหม่ผ่าน "ตลาดแลกเปลี่ยนข้อมูล" (Shenzhen Data Exchange) ที่เปลี่ยนข้อมูลดิบเป็นสินทรัพย์ซื้อขายได้ สร้างรายได้เข้ารัฐมหาศาล ควบคู่ไปกับการพัฒนา Green Data Center ที่ประหยัดพลังงานได้กว่า 20% ต่อปี
๐ บทสรุป: ก้าวต่อไปของผู้นำองค์กร
รายงาน Thailand Digital Index 2026 ฉบับนี้ เปรียบเสมือน "เข็มทิศ" ที่ช่วยให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมและตำแหน่งขององค์กรตนเองชัดเจนขึ้น เพื่อวางแผนกลยุทธ์ที่แม่นยำ การเร่งเครื่องในวันนี้ ไม่ใช่เพียงเพื่อความจำเป็นใน "การลงทุน" แต่เพื่อการก้าวสู่ "ผู้นำ" ที่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ความยั่งยืนอย่างเต็มภาคภูมิ


