xs
xsm
sm
md
lg

ขยายแผน PDP เป็น 25 ปี "เพิ่มไฟฟ้าสะอาด-จูนเป้า Net Zero"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สนพ. อัปเดทการจัดทำแผนPDP ฉบับใหม่ ปรับให้สอดรับ GDP ที่คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 2.5-2.6% ขยายระยะเวลาแผนจาก 20 ปีเป็น 25 ปี (พ.ศ.2569-2593) และตอบโจทย์ Net Zero 2050 หันใช้ดัชนีโอกาสเกิดไฟฟ้าดับ LOLE คำนวณความมั่นคงระบบไฟฟ้า เพิ่มสัดส่วนผลิตไฟฟ้าสะอาดมากกว่า 50% เล็งเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ลอยน้ำในเขื่อน กฟผ. พร้อมจ่อขยายกรอบกำลังการผลิตไฟฟ้าจาก SMR และ CCS

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ได้ชี้แจงความคืบหน้า การจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดทำแผนฯ ให้สอดคล้องกับบริบทพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป และทิศทางการพัฒนาประเทศในอนาคต


นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงาน อยู่ระหว่างเร่งจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของไทย (PDP) ฉบับใหม่ให้เสร็จ หลังจากมีการปรับปรุงร่างแผน PDP มาหลายครั้ง และล่าสุดจะต้องปรับแผนให้ตอบโจทย์ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ภายใต้ปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ การเกิดขึ้นของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ เทคโนโลยี AI การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ.2050)

“แผน PDP ฉบับใหม่ เป็นเรื่องเร่งด่วนที่เราทำกันมา ปรับกันมาหลายครั้งแล้ว เพราะมีโจทย์ใหม่เข้ามาให้เราต้องปรับกันเรื่อย ๆ แล้วตอนนี้มีเรื่องของเป้าหมายการลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของประเทศไทยในปี 2593 ตรงนี้เราก็ต้องเอาเข้ามาประกอบไว้ในแผน PDP ด้วยเช่นกัน เพื่อที่เราจะต้องจัดการด้านพลังงานสะอาดอย่างไร และเมื่อใด ในระหว่างนี้อะไรที่เราทำได้ก็ทำรอเอาไว้ แต่ตอนจบแผน PDP ยังไงเราก็ต้องรอรัฐบาลชุดใหม่ ก่อนจะมีผลบังคับใช้ต่อไป”

• สาระสำคัญในการปรับปรุงแผน PDP ฉบับใหม่


1.การขยายระยะเวลาของแผนPDP จากเดิม 20 ปี เป็น 25 ปี ( ค.ศ. 2026–2050) หรือ จากปี พ.ศ. 2569-2593

2.มุ่งเน้นเรื่องการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้สอดรับกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) โดยปรับเป้าหมายจากปี ค.ศ. 2065 (พ.ศ. 2608) เป็นปี ค.ศ. 2050 ( พ.ศ. 2593)

3. คำนึงถึงอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยใช้ข้อมูลอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (GDP) เฉลี่ย 25 ปี ตามการคาดการณ์ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เฉลี่ยอยู่ที่ 2.5-2.6%

4.เกณฑ์ความมั่นคงต้องเหมาะสม ปรับรูปแบบการคำนวณความมั่นคงระบบไฟฟ้า โดยใช้ดัชนีโอกาสเกิดไฟฟ้าดับ LOLE (Loss of Load Expectation) เป็นเกณฑ์สากลที่ใช้วัดความมั่นคงของระบบไฟฟ้า โดยคำนวณความน่าจะเป็นที่จะเกิดไฟฟ้าดับในแต่ละชั่วโมงตลอดทั้งปี < 0.7 วัน/ปี (16 ชั่วโมง/ ปี)

5.พิจารณาปัจจัยรอบด้าน เช่น จำนวนประชากร ภูมิอากาศ และความต้องการใช้ไฟฟ้าจากกลุ่มใหม่ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และ Data Center

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างพิจารณาประเด็นสำคัญเพิ่มเติม ได้แก่ เป้าหมายของแผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP) ,พิจารณาสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ให้เพียงพอในการดูแลความมั่นคงของระบบไฟฟ้า,เพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ลอยน้ำในเขื่อน กฟผ. ทั่วประเทศ ที่คาดว่าจะมีศักยภาพผลิตไฟฟ้าได้ 5,000 -10,000 เมกะวัตต์ รวมถึงเพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าพลังงานสะอาดมากกว่า 50% ผ่านโครงการโซลาร์ฟาร์ม โครงการพลังงานลม และโครงการโซลาร์เซลล์ชุมชน

รวมทั้งการพิจารณาเพิ่มกรอบกำลังผลิตไฟฟ้าจากเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ได้แก่

-โรงไฟฟ้านิวเคลียร์โมดูลาร์ขนาดเล็ก (SMR-Small Modular Reactor) ที่ออกแบบให้มีกำลังการผลิตไฟฟ้าต่ำกว่า 300 เมกะวัตต์ต่อโมดูล เน้นการผลิตแบบโมดูลาร์ที่ประกอบเสร็จจากโรงงาน ติดตั้งรวดเร็ว ปลอดภัยสูง และใช้พื้นที่น้อยลง เหมาะสำหรับการเป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่เสถียรเพื่อเสริมระบบไฟฟ้า

-โครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS-Carbon Capture and Storage) คือเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์จากโรงไฟฟ้าหรืออุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อย CO2 สู่บรรยากาศ ไม่ใช่ตัวกำหนดขนาดการผลิตไฟฟ้า แต่เป็นเทคโนโลยีเสริมเพื่อทำให้โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลมีความสะอาดขึ้น


กำลังโหลดความคิดเห็น