xs
xsm
sm
md
lg

เมื่อเอลนีโญมาแทนลานีญา แล้วอะไรจะเกิดขึ้น !? / ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เดือนมกราคมที่เพิ่งผ่านมาเป็นเดือนที่ภัยพิบัติร้อนแรง เกิดขึ้นแทบทุกหัวระแหง ทั้งคลื่นความหนาวผิดปกติในสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น รัสเซีย และยุโรป ขณะที่คลื่นความร้อนรุนแรงต่อเนื่องที่ออสเตรเลีย จนทำลายสถิติร้อนสุดเกือบ 50 องศา ถือเป็นปีม้าไฟที่เพิ่งเริ่มต้นปี โลกก็เผชิญภัยไปหลายครั้ง

นักวิทยาศาสตร์บอกว่า ตอนนี้ลานีญากำลังหายไปอย่างรวดเร็ว และเราอาจเจอปรากฏการณ์เหวี่ยงกลับ เอลนีโญจะเข้ามาแทนลานีญาในเวลาอีกไม่กี่เดือน

โลกเรามี 3 เฟส ภาวะเป็นกลาง-เอลนีโญ-ลานีญา ในอดีตทุกอย่างจะค่อย ๆ สลับกันไปมา แต่เมื่อเกิดสภาพภูมิอากาศแปรปรวน การสลับขั้วเกิดเร็วขึ้น จากลานีญาไปสู่เอลนีโญ โดยมีช่วงภาวะเป็นกลางเพียงสั้น ๆ การเปลี่ยนอย่างเร็วแบบนี้ทำให้สภาพอากาศแปรปรวน และอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดภัยพิบัติถี่ ๆ ตั้งแต่ต้นปี อันเป็นช่วงเวลาที่ลานีญาหายไปอย่างรวดเร็ว


ตั้งแต่กุมภาพันธ์-พฤษภาคม โลกจะอยู่ในภาวะเป็นกลาง จะเป็นสถานการณ์คล้ายกับปี 2568 ในช่วงเดียวกัน หน้าร้อนจะร้อน แต่ไม่ร้อนดุเดือดเท่าปี 2567 ที่โดนเอลนีโญเข้ามาปั่น แต่เมื่อถึงเดือนมิถุนายน เอลนีโญจะเริ่มเข้ามาแบบช้า ๆ และจะแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไปจนถึงสิ้นปี (และอาจต่อเนื่องไปปี 2570 แต่ต้องรอใกล้ ๆ ถึงทำนายได้ครับ)

หน้าฝนเมืองไทยไล่จากเหนือ-กลาง-ใต้ ในช่วงฝนภาคเหนือ เอลนีโญเพิ่งเข้ามา อาจยังไม่ส่งผลกระทบมาก แต่ถ้ามีพายุใหญ่ ๆ เช่น ไต้ฝุ่นเข้าเวียดนาม อาจเกิดฝนหนักน้ำท่วมฉับพลัน ลักษณะคล้ายกับปี 2568 เพราะช่วงนั้นก็อยู่ในภาวะเป็นกลางเช่นกัน แต่โลกร้อนอาจทำให้เกิด extreme weather พายุรุนแรงจะหอบน้ำเข้ามาถึงภาคเหนือ/ภาคอีสานของไทย พื้นที่เสี่ยงภัยก็คล้าย ๆ เดิมเหมือนปีก่อน ๆ

เมื่อน้ำเหนือไม่มาก สถานการณ์น้ำท่วมภาคกลางอาจไม่รุนแรงเท่าปี 2568 แต่ที่ต้องระวังคือเอลนีโญจะแรงขึ้นในช่วงปลายฤดูฝนภาคกลาง (กันยายนเป็นต้นไป) ใครที่ต้องพึ่งพิงน้ำต้องระวังไว้บ้าง ฝนอาจน้อยกว่าปี 2568

ที่น่าห่วงคือภาคใต้ หน้าฝนเริ่มเดือนพฤศจิกายนเรื่อยไป ตอนนั้นจะเป็นช่วงเอลนีโญแรงมากขึ้นจนเกือบพีค ฝนภาคใต้จะมีน้อยกว่าปี 2568 (ลานีญา) อาจส่งผลกระทบต่อการเกษตรและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะโรงแรมต่าง ๆ บนเกาะที่ปกติขาดแคลนน้ำในหน้าแล้งอยู่แล้ว อาจจะเจอปัญหาหนักขึ้น ให้เตรียมตัวรับมือ

ในขณะเดียวกัน หน้าหนาวของปีนี้จะไม่หนาวเท่ากับปี 2568/69 เพราะเป็นช่วงเอลนีโญพีค ความหนาวอาจลงมาแบบชักกระตุกหรือมาเป็นระลอก มาสั้น ๆ ก่อนจากไปอย่างเร็ว อุณหภูมิของวันทั่วไปที่หนาวไม่มาน่าจะร้อนกว่าช่วงนี้ ใครที่หวังพึ่งพิงความหนาวในการหากิน เช่น ท่องเที่ยว ค้าขาย ฯลฯ ให้เข้าใจว่าอาจไม่มีคนแห่กันไปคึก ๆ เหมือนที่ผ่านมา

หากเอลนีโญอยู่ยาวตามแบบจำลองของบางองค์กร เราอาจเจอแบบข้ามปีไปจนถึงปี 2570 ที่ต้องเป็นกังวลคือช่วงหน้าร้อนปีหน้าอาจเกิดเหตุการณ์ทะเลเดือดเหมือนที่เคยเกิดในปี 2567 ปะการังฟอกขาวในเกือบทุกพื้นที่ ปะการังน้ำตื้นตายเป็นจำนวนมาก และปัจจุบันยังไม่ฟื้น ผลกระทบของน้ำร้อนจัดยังเกิดกับการประมง/การเพาะเลี้ยงชายฝั่ง และระบบนิเวศอื่นๆ เช่น แหล่งหญ้าทะเล

อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องพิจารณาคือโลกร้อนทำให้เอลนีโญแรงขึ้น เพราะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อุณหภูมิโลกทำสถิติสูงสุดอันดับ 1-2-3 ทั้งที่ในช่วง 3 ปีมีทั้งภาวะเป็นกลางและลานีญา แต่โลกก็ยังร้อนจัดอยู่ดี เมื่อเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญซ้ำเติมเข้าไป โลกก็จะยิ่งร้อน การทำนายของนักวิทยาศาสตร์แทบทุกองค์กรจึงเหมือนกัน ปี 2569 จะเป็นอีกปีที่โลกร้อนเกิน 1.5 องศา และจะทำให้เกิดสถิติโลกร้อน 1.5 องศาต่อเนื่อง 4 ปี หมายถึงเรามาถึงลิมิตตามที่ตกลงกันไว้ที่ปารีสแล้ว ทั้งที่ตอนคุยกัน มันไม่ควรเกิดในอีกหลายสิบปี

หมายความง่าย ๆ คืออะไรที่เคยตกลงกันไว้ เป็นไปไม่ได้แล้ว และโลกร้อนเร็วกว่าที่คิดมากมายมหาศาล ขณะที่การลดก๊าซเรือนกระจกของโลกยังห่างไกลจากเป้าหมายมากมายนัก ยังเกิดเหตุการณ์ทางการเมืองและอื่น ๆ อีกมากที่เข้ามาทำให้ทุกอย่างยิ่งช้ากันไปใหญ่

สำหรับเมืองไทย เรากำลังจะเลือกตั้งในไม่กี่วัน หลายพรรคการเมืองมีการหาเสียงด้านสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ แต่ส่วนใหญ่เน้นกฎหมายและนโยบาย ซึ่งนั่นเป็นเรื่องดี แต่หากถามว่าจะทันไหมต่อสถานการณ์ที่โลกกำลังพุ่งเข้าสู่ยุคแห่งความแปรปรวนเช่นที่เราเห็นในข่าวในทุกวันนี้ คำตอบคือมันเหมือนการแข่งขันระหว่างกระต่ายกับเต่า

“เมื่อเราหวังพึ่งคนอื่นได้เพียงเล็กน้อย เราก็ต้องหวังพึ่งตัวเองให้มาก หารายละเอียดที่มีอัปเดทตามแหล่งข่าวต่าง ๆ ทุกวัน วางแผนชีวิตให้รอบคอบ รู้จักการประเมินความเสี่ยงด้านโลกร้อน/ภัยพิบัติ/การทำมาหากิน อย่างน้อยเราก็มีภูมิคุ้มกันตัวเองเพิ่มมากขึ้นในขณะที่โลกกำลังย่ำแย่ลงอย่างรวดเร็วครับ”

บทความโดย ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์
นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม, อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

อ้างอิง https://www.carbonmarketsclub.com


กำลังโหลดความคิดเห็น