xs
xsm
sm
md
lg

สำนักบริหารความยั่งยืน เครือซีพี เดิน 6 กลยุทธ์ สู่เป้าหมาย Net Zero ตามวิสัยทัศน์ ซีอีโอ “ศุภชัย เจียรวนนท์”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เครือซีพี โดยการนำของนาย ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร ได้เร่งเครื่องสู่ Net Zero หลังผ่านการตรวจสอบและให้การรับรองข้อมูลปริมาณการปล่อยและเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่าที่อิงกับหลักวิทยาศาสตร์ โดยโครงการริเริ่มเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกที่อิงหลักวิทยาศาสตร์ (Science Based Targets Initiative) หรือ SBTi พร้อมระบุ 6 กลยุทธ์และเป้าหมายสำคัญ


นายสมเจตนา ภาสกานนท์ ผู้อำนวยการด้านพัฒนาความยั่งยืน สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาล และสื่อสารองค์กร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด หรือ C.P. Group กล่าวว่า จากการที่ในปี 2019 เครือซีพีโดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร ได้ประกาศเจตนารมณ์เป็นองค์กรที่เป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) จากการดำเนินงานภายในองค์กร ครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรง Scope 1 และ 2 ภายในปี 2030 ตลอดจนการแสดงเจตนารมณ์ Race to Zero ผ่านโครงการ “Business Ambition for 1.5°C” ของสหประชาชาติ และได้รับการรับรองข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งโดยตรง (Scope 1 และ 2) และโดยอ้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่าขององค์กร (Scope 3) รวมถึงเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกที่อิงหลักวิทยาศาสตร์ระยะสั้นจาก SBTi กล่าวคือ ต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิของ Scope 1 และ 2 ให้ได้ 42% และ 25% สำหรับ Scope 3 ภายในปี 2030 เทียบกับปีฐาน 2021 ได้มีความก้าวหน้าในการดำเนินงานในหลายๆด้าน แต่ก็ยังมีความท้าทายสำคัญที่จะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้


จากผลการดำเนินงานที่ได้มีการเปิดเผยในรายงานความยั่งยืนเครือฯ และการรายงานผ่านโครงการ CDP Climate ประจำปี 2022 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ Scope 1 และ 2 ของเครือฯ มีแนวโน้มลดลงตั้งแต่ปี 2020 โดยในปี 2022 ลดลงจากปี 2021 คิดเป็นร้อยละ 2.64% อันเป็นผลมาจากการเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนจาก 12% ในปี 2019 เป็น 15% ในปี 2022 การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานต่อหน่วยรายได้กว่า 23% ในช่วงเวลาเดียวกัน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโครงการต่างๆ กว่า 1.32 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) ต่อปีในปี 2022 อย่างไรก็ตาม ยังคงต่ำกว่าเป้าลด 4.2% ตาม SBTi จึงต้องเร่งการดำเนินงานให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน

ความท้าทายสำคัญอยู่ที่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมหรือ Scope 3 ที่ปี 2022 ยังคงเพิ่มขึ้น 2.8% จากปีก่อนหน้า ในขณะที่เป้าหมายคือต้องลดให้ได้ 2.5% โดยปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากการซื้อวัตถุดิบเพื่อการผลิตและจำหน่ายเป็นจุดที่ปริมาณสูงสุดกว่า 53 ล้านตัน คิดเป็นเกือบ 80% ของ Scope 3 ทั้งหมดที่มีปริมาณกว่า 63 ล้านตัน ซึ่งเป็นความท้าทายร่วมกันของบริษัทในอุตสาหกรรมเกษตร อาหาร และค้าปลีกทั่วโลก


ในขณะที่ธุรกิจยังคงต้องมีการเติบโต ซึ่งปกติจะส่งผลต่อการเพิ่มปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปด้วยกัน เพื่อบรรลุเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิทั้ง Scope 1, 2 และ 3 ในปี 2573 ได้มีการคาดการณ์ว่าจะต้องมีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้กว่า 47% เมื่อเทียบกับการดำเนินงานปกติ หรือ Business As Usual (BAU) เครือซีพีจึงได้มีการกำหนด 6 กลยุทธ์และเป้าหมายที่สำคัญ อันประกอบด้วย

1. เพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ขึ้นเป็นร้อยละ 50 ของการใช้พลังงานทั้งหมดเป็นอย่างน้อย โดยมุ่งเน้นที่การใช้พลังงานชีวภาพ (Biomass และ Biogas) การผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานไฮโดรเจนสีเขียว เป็นต้น

2. เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานต่อหน่วยรายได้ อย่างน้อย 20% เทียบกับปีล่าสุด 2022

3. ลดปริมาณขยะของเสียที่ไปสู่หลุมฝังกลบให้เป็นศูนย์ โดยเน้นที่การนำกลับมาใช้ประโยชน์และผลิตพลังงานทางเลือก

4. ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร่วมกับคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทานในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม 30% และ 25% ในกลุ่มสินค้าอื่นๆ ผ่านโครงการเช่นการซื้อขายไฟฟ้าจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และการทำคาร์บอนฟุตพรินต์ของผลิตภัณฑ์

5. ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากเกษตรกรรมของวัตถุดิบการเกตรต่างๆ ลง 30% ผ่านการทำเกษตรกรรมแบบยั่งยืน ลดการใช้ปุ๋ยเคมี เพิ่มการกักเก็บคาร์บอนในดิน และเพิ่มผลผลิต

6. ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่งสินค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน 25% ด้วยการใช้พลังงานคาร์บอนต่ำ พลังงานหมุนเวียน และการใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการประสิทธิภาพการขนส่ง


นอกจากนี้ เครือซีพียังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรและผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งให้ระดับโลกและระดับประเทศ เพื่อขับเคลื่อน Net Zero ไปด้วยกัน ตัวอย่างเช่น ได้ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของ Task Force on Climate-related Financial Disclosure (TCFD) และมีการจัดทำรายงาน TCFD ของเครือฯ ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง การเปิดเผยข้อมูลด้านการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านโครงการ CDP Climate ซึ่งล่าสุดเครือซีพีได้รับการจัดอยู่ในระดับ A- หรือ Leadership Level ตลอดจนการร่วมเป็นองค์กรสมาชิกของเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (Thailand Carbon Neutral Network: TCNN) และได้รับการจัดลำดับเป็นหนึ่งใน องค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก (Climate Action Leading Organization: CALO) ประเภทโดดเด่น