xs
xsm
sm
md
lg

กระทรวงทรัพย์ฯ จับมือพันธมิตร จัดงาน "วันป่าชายเลนโลก ประจำปี 2566" มุ่งขับเคลื่อนโครงการปลูกป่าชายเลนฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กระทรวงทรัพย์ฯ โดย ทช. ร่วมกับพันธมิตร ชุมชน จังหวัดกระบี่ และภาคี จัดงาน "วันป่าชายเลนโลก ประจำปี 2566" เดินหน้า"โครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต" พร้อมสร้างประโยชน์ให้ชุมชน

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ร่วมกับภาคีชุมชนชายฝั่งเครือข่ายพันธมิตร และจังหวัดกระบี่ จัดกิจกรรมวันสากลเพื่อการอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าชายเลน หรือ "วันป่าชายเลนโลก ประจำปี พ.ศ. 2566" ได้รับเกียรติจากนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี โดยมีนายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยนายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นายนพรัตน์ ศรีพรหม นายอำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทสยามทีซี เทคโนโลยี จำกัด ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตัวแทนสมาชิกป่าชายเลนสำหรับชุมชน ตลอดจนผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวง ทส. ผู้แทนจากบริษัท สยามทีซี เทคโนโลยี จำกัด ผู้แทนสมาชิกป่าชายเลนสำหรับชุมชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรม พื้นที่แปลงปลูกป่า "โครงการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต" บ้านต้นทัง หมู่ที่ 7 ต.คลองยาง อ.เกาะลันตา จ.กระบี่


นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) กล่าวว่า ประเทศไทยมีพื้นที่ป่าชายเลนมากเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ไม่เพียงสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในฐานะแหล่งอาหาร ยา พลังงาน และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในพื้นที่ อีกทั้งยังเป็นแหล่งดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากวิกฤตการณ์โลกร้อนที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศป่าชายเลนทั้งทางตรงและทางอ้อม ประเทศไทยจึงเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยกระทรวงฯ ทส.ได้ประกาศเจตนารมณ์ที่จะยกระดับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเต็มที่ด้วยทุกวิถีทาง เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้ในปี ค.ศ. 2065 โดยเฉพาะการเดินหน้าส่งเสริมการปลูกป่าเพื่อพัฒนากลไกตลาดคาร์บอนเครดิตให้เป็นรูปธรรมผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน ในการแก้ปัญหาวิกฤตการณ์โลกร้อน พร้อมกับมอบหมายให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) จัดทำโครงการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิตสำหรับบุคคลภายนอกและสำหรับชุมชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคประชาชนที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวให้ประสบความสำเร็จ

"อย่างไรก็ตาม เป้าหมายที่ทุกคนอยากเห็นคือ การเพิ่มขึ้นของพื้นที่ป่าชายเลน ตนเชื่อมั่นว่า การจัดกิจกรรมวันป่าชายเลนโลก ประจำปี 2566 โดยมีการร่วมกันปลูกป่าชายเลนในแปลงโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูทรัพยากรป่าชายเลนให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง ผ่านกระบวนการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามีส่วนร่วมในโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต ตลอดจนเสริมสร้างพลังของพี่น้องประชาชน เพิ่มแรงผลักดันให้ทุกภาคส่วนหันมาใส่ใจในการสนับสนุนโครงการฯ ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลนให้เกิดความสมดุลและยั่งยืนต่อไป" นายจตุพร ปกท.ทส. กล่าวย้ำ


นายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (รรท.อทช.) กล่าวว่า นับตั้งแต่ พ.ศ. 2558 องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) กำหนดให้วันที่ 26 กรกฎาคม ของทุกปีเป็น วันสากลเพื่อการอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าชายเลน หรือ “วันป่าชายเลนโลก” โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาคมโลกได้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของระบบนิเวศป่าชายเลน และช่วยกันอนุรักษ์ ฟื้นฟู ดูแลรักษาทรัพยากรป่าชายเลนให้คงความสมบูรณ์ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ในฐานะหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลน ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการบูรณาการการทำงานแบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อให้สอดรับกับถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรี ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP 26) ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร รวมถึงการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 ที่มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดเตรียมการตามภารกิจเพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ซึ่งกรม ทช. ได้จัดทำ “โครงการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต” เนื่องจากป่าชายเลนเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า ทั้งด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศ รวมถึงเป็นแหล่งดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่สำคัญที่ช่วยแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก

โครงการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต มีระยะเวลาดำเนินการ 10 ปี ตั้งแต่ปี 2565 – 2574 เนื้อที่ 300,000 ไร่ พร้อมได้ออกระเบียบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ว่าด้วยการแบ่งปันคาร์บอนเครดิตที่ได้จากการปลูกและบำรุงป่าชายเลน สำหรับบุคคลภายนอกและชุมชน พ.ศ. 2565 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคท้องถิ่น/ชุมชน ในการยกระดับการลดก๊าซเรือนกระจก อีกทั้งยังได้ดำเนินโครงการป่าชายเลนสำหรับชุมชน ซึ่งขณะนี้มีชุมชนที่ขึ้นทะเบียนป่าชายเลนสำหรับชุมชนแล้ว จำนวน 58 ชุมชน เนื้อที่ 94,031.23 ไร่ โดยมีองค์กรผู้ร่วมพัฒนาที่เข้าร่วมโครงการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต สำหรับบุคคลภายนอกแล้ว จำนวน 14 องค์กร เนื้อที่ 41,031.04 ไร่ และสำหรับโครงการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต สำหรับชุมชน ได้อนุมัติให้ชุมชนเข้าร่วมโครงการฯ ร่วมกับบริษัทแล้ว จำนวน 54 ชุมชน รวมเนื้อที่ 90,629.41 ไร่

"สำหรับปีนี้ กรม ทช. ดำเนินการจัดกิจกรรมวันสากลเพื่อการอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าชายเลน หรือ "วันป่าชายเลนโลก ประจำปี พ.ศ. 2566" ณ บริเวณ พื้นที่แปลงปลูกป่าโครงการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต บ้านต้นทัง หมู่ที่ 7 ต.คลองยาง อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ และมีการจัดกิจกรรมในพื้นที่จังหวัดชายฝั่งทะเลอีกหลายแห่งพร้อมกัน สำหรับการจัดกิจกรรมที่จังหวัดกระบี่ในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายพันธมิตร อย่างบริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด ที่มีเป้าหมายและอุดมการณ์เหมือนกัน ในการเล็งเห็นถึงคุณค่า และความสำคัญของป่าชายเลน รวมถึงเสริมสร้างองค์ความรู้ให้กับพี่น้องประชาชนชุมชนชายฝั่งในด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู บริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลน เพื่อเกิดการใช้ประโยชน์จากป่าชายเลนได้อย่างสมดุลและยั่งยืน นอกจากนี้ ภายในงานได้มีการมอบหนังสืออนุมัติโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต สำหรับชุมชน แก่ผู้แทนชุมชนในพื้นที่ภาคใต้ จำนวน 39 ชุมชน อีกทั้งมอบเงินสนับสนุนการดำเนินงานโครงการฯดังกล่าว แก่ผู้แทนชุมชนทั้ง 39 ชุมชน จากบริษัท สยามทีซี เทคโนโลยี จำกัด พร้อมร่วมกันปลูกป่าชายเลนในแปลงปลูกของโครงการฯ อีกด้วย" นายอภิชัย รรท.อทช. กล่าว

นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด มอบเงินสนับสนุน
ด้านนายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า วันนี้ตนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการจัดกิจกรรมวันป่าชายเลนโลก ประจำปี 2566 และมีส่วนเข้าร่วมเป็นผู้พัฒนาโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิตร่วมกับชุมชนและกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงร่วมอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรป่าชายเลนในประเทศไทยให้คงอยู่อย่างยั่งยืน ผ่านการมีส่วนร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และประชาชนในพื้นที่ชุมชนชายฝั่งร่วมกัน โดยวันนี้ทางบริษัทฯ ได้มอบเงินสนับสนุนการดำเนินงาน "โครงการปลูกป่าชายเลน เพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต สำหรับชุมชน" แก่ผู้แทนชุมชนจากหลายจังหวัดในภาคใต้ จำนวน 39 ชุมชน ชุมชนละ 200,000 บาท อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นและเดินหน้าสนับสนุนโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาพร้อมก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ผสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในทุกรูปแบบ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน รวมทั้งเสริมสร้างรายได้ให้กับชุมชน ตลอดจนเพิ่มแหล่งผลิตออกซิเจนและเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ป่าชายเลนได้คงอยู่คู่กับประเทศไทยตลอดไป

นายวินัย ผิวดำ กำนันตำบลห้วยน้ำขาว อำเภอคลองท่อมจังหวัดกระบี่ ในนามตัวแทนสมาชิกป่าชายเลนสำหรับชุมชน กล่าวว่า ในนามผู้แทนภาคประชาชน ต้องขอขอบคุณกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่คอยเป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต สำหรับชุมชน พร้อมทั้งมอบหนังสืออนุมัติโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต สำหรับชุมชน เพื่อขับเคลื่อนบริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลนร่วมกัน เพื่อคืนความสมบูรณ์ให้กับป่าชายเลน ประชาชนสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์จากป่าชายเลน สัตว์ทะเลน้อยใหญ่ต่างเข้ามาอยู่อาศัย สร้างอาชีพและรายได้ให้กับชุมชน นอกจากนี้ ขอขอบคุณบริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด ในการสนับสนุนงบประมาณต่อยอดการดำเนินโครงการฯ เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าชายเลนในพื้นที่ป่าชายเลนสำหรับชุมชน ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น อีกทั้งเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามามีบทบาทในการดูแลทรัพยากรป่าชายเลน ผ่านการดำเนินโครงการฯ ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการจัดการลดก๊าซเรือนกระจก โดยทางสมาชิกป่าชายเลนสำหรับชุมชนทุกพื้นที่พร้อมจะเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว เพื่อมุ่งสู่การเป็นต้นแบบที่เป็นสังคมคาร์บอนต่ำสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป