ปัจจุบันเทรนด์การใช้รถยนต์ไฟฟ้าเริ่มมีมากขึ้นในประเทศไทย แต่ก็ยังทำให้หลายๆคนยังเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลรักษา ว่าเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง
ขอหยิบยกข้อมูลจาก https://www.autospinn.com/ ที่บอกถึงความแตกต่างในการดูแลรักษา ระหว่างรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง กับรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าแบบ 100% (EV)
1.การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ทางค่ายรถจะแนะนำให้เจ้าของรถ นำรถเข้ารับบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ที่ทุกๆ 8,000 – 10,000 กม. หรือเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุกๆ 6 เดือน ในขณะที่รถไฟฟ้า สามารถมองข้ามเรื่องนี้ไปได้เลย
2.เครื่องยนต์ ในรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนมากมายหลายชิ้น เมื่อเกิดการเสื่อมสภาพ ก็ต้องไล่เปลี่ยนซ่อมแซมมากกว่า ค่าซ่อมถูกบ้างแพงบ้างปะปนกันไป ต่างจากรถไฟฟ้าที่ใช้มอเตอร์ในการขับเคลื่อน มีจุดที่ต้องดูแลแก้ไขน้อยกว่า แต่ถ้าเครื่องพังค่าอะไหล่ส่วนใหญ่จะแพงกว่า
3.การเปลี่ยนแบตเตอรี่ จุดนี้เป็นจุดที่รถน้ำมันมีข้อได้เปรียบมากกว่า ยกตัวอย่างราคาของแบตเตอรี่รถ Tesla จะอยู่ที่ 162,000 – 220,000 บาท ในขณะที่ ราคาค่าเปลี่ยนถังน้ำมันใหม่อยู่ที่ 32,000 บาท ถ้ารวมมอเตอร์ใหม่ด้วยราคาอาจจะประมาณ 97,000 บาท
4.ยาง เรื่องของยางนั้นเป็นเรื่องที่เสมอกันทั้งรถไฟฟ้าและรถน้ำมัน การดูแลรักษาหรือการภาระค่าใช้จ่ายเหมือนกัน
5.เบรก ก็เป็นส่วนที่ทั้งเจ้าของรถน้ำมันและรถไฟฟ้าต้องดูแลเหมือนกัน ซึ่งตามคำแนะนำควรจะเปลี่ยนเบรคใหม่เมื่อผ่านการใช้งานไปแล้ว 80,000 กิโลเมตร หรือเร็วกว่านั้นขึ้นอยู่กับการใช้งาน
ทั้งหมดที่กล่าว เป็นข้อแตกต่างในการดูแลเบื้องต้น ถ้าถามว่าตอนนี้รถไฟฟ้าเหมาะกับการใช้งานในประเทศไทยหรือไม่ ก็ยังมองว่ายังไม่เหมาะ ด้วยหลายๆปัจจัย เช่น ราคารถไฟฟ้าที่ยังแพงกว่ารถน้ำมัน สถานีชาร์จไฟยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ รวมถึงตัวเลือกของรถไฟฟ้ายังมีน้อย แต่ในระยะยาวคงต้องรอดูกันต่อไปว่าจะพัฒนาขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน
ข้อมูลอ้างอิง https://www.autospinn.com/