xs
xsm
sm
md
lg

จับเทรนด์ ESG นำไทยสู่ความยั่งยืน ทางการเงินและการลงทุน / วรัชญา ศรีมาจันทร์

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ปัจจุบันทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคสังคม รวมถึงภาคธุรกิจต่างตื่นตัว และให้ความสำคัญกับปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างมาก จนเกิดความร่วมมือ ทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาคเพื่อร่วมกันสร้างเครื่องมือในการแก้ปัญหาต่างๆ อย่างเป็นระบบ
โดยรัฐบาลต่างๆ จนถึงปัจจุบันรวม 197 ประเทศ ได้ลงนาม ในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nation Framework Convention on Climate Change : UNFCCC) ซึ่งมีการจัดการประชุมอนุภาคีทุกปีเพื่อร่วมกันกำหนดนโยบายให้ประเทศภาคีสมาชิกนำไปปฏิบัติ เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ ความคาดหวังในการให้ภาคธุรกิจดำเนินกิจการด้วยแนวคิดการเติบโตอย่างยั่งยืน (sustainable development) สูงขึ้นเป็นลำดับ
ถือได้ว่า ภาคธุรกิจเป็นผู้มีบทบาทหลัก ใน ecosystem สำหรับการขับเคลื่อนให้เกิดการแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม ความคาดหวังเหล่านี้สะท้อนให้เห็นได้จากนักลงทุน ซึ่งมีมุมมองหรือการตัดสินใจลงทุนที่เปลี่ยนไปโดยเน้นลงทุนกับธุรกิจที่ตระหนักถึงความยั่งยืน ช่วยเหลือสิ่งแวดล้อมและสังคม เน้นผลประกอบการระยะยาวมากกว่าระยะสั้น
สำหรับการลงทุน หรือการพัฒนาในโครงการเพื่อความยั่งยืนนั้น ภาคธุรกิจต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก ตลาดทุนจึงได้เข้ามามีบทบาทเป็นรอยต่อในการสนับสนุนให้โครงการเพื่อความยั่งยืนประสบความสำเร็จได้ โดยในปี 2561 ทั่วโลกมีการออกและเสนอขายตราสาร Green Bond Social Bond และ Sustainability Bond มูลค่ารวมกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเติบโตอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี และนักวิเคราะห์ในต่างประเทศหลายแห่งคาดว่าตลาดดังกล่าวมีแนวโน้มการเติบโตในอัตราที่สูงขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Green Bond เนื่องจากผู้ลงทุนจะให้ความสำคัญกับปัจจัยด้าน Environment, Social, Governance : ESG ในการลงทุนเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันมีผู้ลงทุนสถาบันที่บริหารทรัพย์สินมูลค่าถึง 60 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ได้ลงนามในข้อตกลง Principles for Responsible Investment: PRIs นอกจากนี้ ผู้ลงทุนกลุ่ม millennials ซึ่งคาดว่าจะครอบครองทรัพย์สินมูลค่า 30 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 30-40 ปีข้างหน้า ก็ให้ความสนใจอย่างมากต่อการลงทุนที่ส่งผลทางด้านบวกต่อสิ่งแวดล้อม
ในการยกระดับให้ตลาดของตราสารดังกล่าวมีมาตรฐาน น่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป หน่วยงานระหว่างประเทศ เช่น International Capital Market Association: ICMA ได้ออก Principles สำหรับ Green Bond Social Bond และ Sustainability Bond เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในกระบวนการใช้เงินและเปิดเผยข้อมูลให้แก่ผู้ลงทุนได้อย่างชัดเจน สำหรับหน่วยงานระดับภูมิภาคอย่าง ASEAN Capital Markets Forum: ACMF เอง ก็ได้ร่วมมือกับ ICMA จัดทำเกณฑ์ปฏิบัติของภูมิภาคอาเซียนในการออก Green Bond Social Bond และ Sustainability Bond เช่นกัน
สำหรับผลตอบแทนจากการลงทุนของตราสารกลุ่มดังกล่าวโดยเฉพาะ Green Bond นั้น พบข้อมูลสถิติของ Asian Development Bank: ADB ว่า อัตราผลตอบแทน Green Bond โดยเฉลี่ยไม่แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญเมื่อเทียบกับหุ้นกู้ทั่วไป
การพัฒนาตลาดทุนสู่ความยั่งยืนนั้นเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งสอดรับกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยสำนักงาน ก.ล.ต. ผลักดันให้ภาคธุรกิจพัฒนาสู่ความยั่งยืนโดยใช้แนวคิดสังคม สิ่งแวดล้อม และการมีธรรมาภิบาลที่ดี (ESG) ตลอดมา และล่าสุด สำนักงาน ก.ล.ต. ได้มีการออกเกณฑ์เพื่อรองรับการออก Green Bond เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2561 รวมทั้ง Social Bond และ Sustainability Bond เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมให้เกิดช่องทางสำหรับภาคธุรกิจในการระดมทุนไปใช้ในโครงการเพื่อความยั่งยืน ทั้งยังเป็นการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals :SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ
โดยเกณฑ์เหล่านี้ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลโครงการเพื่อความยั่งยืนเทียบเท่าระดับสากลซึ่งจะเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดกลุ่มผู้ลงทุนใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศที่มุ่งหวังจะมีส่วนช่วยเหลือสังคมและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงของกิจการโดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและการยอมรับในระดับสากล
วรัชญา ศรีมาจันทร์ รองเลขาธิการ ก.ล.ต.
สำนักงาน ก.ล.ต. จะส่งชื่อผู้ออกตราสารกลุ่มนี้ให้แก่ ACMF เพื่อเผยแพร่บน website เพื่อให้ผู้ลงทุนเลือกลงทุนต่อไป ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมตลาดตราสารใหม่เหล่านี้ โดยสำนักงาน ก.ล.ต. ยกเว้นค่าธรรมเนียม filing จนถึง 31 พฤษภาคม 2563 อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมา มีผู้ออกเสนอขายตราสารดังกล่าวของไทยรวม 4 ราย ได้แก่ บมจ. บี.กริม เพาเวอร์ ธ. ทหารไทย และ บมจ. บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ เสนอขาย Green Bond และ ธ. กสิกรไทย ซึ่งมีมูลค่าการระดมทุนรวมกว่า 23,000 ล้านบาท รวมถึง บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ที่ได้ออก green bond เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาและได้รับการตอบรับอย่าง ล้นหลามจากผู้ลงทุน
ก.ล.ต.จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการระดมทุนและลงทุนผ่านตราสารดังกล่าว จะช่วยยกระดับบทบาทของตลาดทุนในการแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม และทำให้เกิดกรณีตัวอย่างอย่างเป็นรูปธรรมเพิ่มขึ้น

(ข้อมูลจากงานสัมมนา “Towards the Sustainable Finance & Investment in Thailand” เมื่อ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ หอประชุม ศุกรีย์ แก้วเจริญ ชั้น 3 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)


กำลังโหลดความคิดเห็น...