xs
xsm
sm
md
lg

อังกฤษแบนพลาสติกต่อเนื่อง!! เม.ย.ปีหน้า ถึงคิวหลอดพลาสติก สำลีก้าน และที่ชงเครื่องดื่มพลาสติก

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

เครดิตภาพ เพจ ReReef : ขยะหลอดพลาสติกที่เก็บได้บนชายหาดปราณบุรีในเวลา 10 นาที
อะไรจะเกิดขึ้นกับพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งในประเทศอังกฤษ!! เมื่อถึงเดือนเมษายน 2020
“หลอดพลาสติก” จะถูกแบนจากการจำหน่ายในร้านค้าทั่วไปและซูเปอร์มาร์เก็ต แต่จะยังอนุญาตให้วางจำหน่ายได้ในร้านขายยาเท่านั้น เพื่ออำนวยความสะดวกกับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้
นอกจากนี้ตามร้านกาแฟ ร้านอาหาร บาร์ จะยกเลิกการแจกหลอดพลาสติกในทุกกรณี และต้องไม่มีจุดวางไว้ให้หยิบเองด้วย เรียกว่าจะใช้ได้ในกรณีลูกค้าร้องขอและมีความจำเป็นต้องใช้เท่านั้น
เนื่องจากรัฐบาลเชื่อว่ามาตรการคุมเข้มดังกล่าวจะช่วยลดปริมาณการใช้หลอดปีละ 4.7 พันล้านหลอด ให้เหลือไม่ถึง 1% หรือ 44 ล้านหลอดได้
“ที่ชงเครื่องดื่มแบบพลาสติก” ซึ่งมีการใช้งานปีละ 316 ล้านอันจะถูกแบนอย่างสิ้นเชิง หรือยกเลิกการจำหน่าย
เช่นเดียวกับ “สำลีก้านพลาสติก” หรือ cotton bud จะถูกควบคุมการวางจำหน่าย ยกเว้นในกรณีที่ใช้ในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และหรืองานสืบสวนสอบสวน ซึ่งมีตัวเลขว่า มีสำลีก้านพลาสติกถูกทิ้งเป็นขยะปีละกว่า 1.8 พันล้านชิ้นในอังกฤษ
มาตรการเข้มงวดดังกล่าวจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เดือนเมษายนปีหน้า (ค.ศ.2020) เป็นต้นไป
นับเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้มีความชัดเจนในเรื่องของกรอบเวลา เพื่อเปิดโอกาสให้ร้านค้าและผู้บริโภคปรับตัว และเตรียมความพร้อมก่อนการบังคับใช้จริง
ปัจจุบันที่ประเทศอังกฤษมีหลอดทางเลือกทำจากวัสดุที่หลากหลายมากมาย และที่คนเครื่องดื่มก็เปลี่ยนมาใช้วัสดุธรรมชาติแทนได้แล้ว รวมไปถึงก้านสำลีแบบย่อยสลายได้ก็มีแล้วไม่จำเป็นต้องใช้แบบพลาสติกอีกต่อไป
ส่วนใครวางแผนจะไปเที่ยวอังกฤษในปีหน้า เตรียมตัวเสียเนิ่นๆ ก็ดี เลิกพฤติกรรมติดหลอดพลาสติก และไอเท็มพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้งทั้งหลาย เดี๋ยวเผลอไปถามหาหลอดในร้านกาแฟ ร้านอาหาร เขาอาจจะนึกว่าเราเป็นคนป่วยหรือเปล่า!

ข้อมูลอ้างอิง : เพจ ReReef ,UK government to bring in new controls on plastic items https://www.bbc.co.uk/news/science-environment-48358002
กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รณรงค์คนไทยเลิกพฤติกรรมติดหลอด เพราะหลอดพลาสติก ก่อขยะทะเลมากขึ้น ซึ่งยากต่อการจัดเก็บและกำจัดที่ปลายทาง


กำลังโหลดความคิดเห็น...