ทรัพย์สินจุฬาฯ (PMCU) ร่วมกับพันธมิตรสื่อสาร True DTAC AIS TOT นำร่องปรับภูมิทัศน์ในสยามสแควร์ให้ไร้สายสัญญาณสื่อสาร เริ่ม 18 กุมภาพันธ์ 2562 คาดแล้วเสร็จเดือนเมษายนนี้ พร้อมมีแผนให้สยามสแควร์ไร้เสาและ สายไฟฟ้า ตั้งเป้าแล้วเสร็จ พ.ศ.2563 เพื่อให้เป็น “วอล์คกิ้ง ช้อปปิ้ง สตรีท” ที่สวยงาม ปลอดภัย สะอาดตา
ปัจจุบันพื้นที่สยามสแควร์ บนเนื้อที่ 63 ไร่ ซึ่งประกอบด้วยอาคารพาณิชย์ อาคารสำนักงาน ตึกสูง และร้านค้าจำนวนมาก ถือเป็นแลนมาร์คสำคัญด้านการท่องเที่ยวใจกลางกรุงเทพมหานคร โดยได้รับความนิยมเข้ามาใช้บริการของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ โดยปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการกว่า 280,000 คนต่อวัน
ขณะเดียวกัน พื้นที่สยามสแควร์ก็เต็มไปด้วยสายสื่อสารและอุปกรณ์ต่างๆ อาทิ สายCopper สายFiber Optic ตลอดจนเครื่องส่งสัญญาณ Wi-Fi โดยสายสัญญาณทั้งหมดถูกพาดบนเสาไฟฟ้า กันสาด และผนังอาคาร มาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน แต่เสาไฟฟ้ามีพื้นที่ให้พาดในจำนวนที่จำกัด อีกทั้งการพาดสายดังกล่าวไม่เป็นระเบียบ สายสัญญาณบางส่วนที่ยกเลิกการใช้งานแต่ไม่ได้ปลดออก ส่งผลต่อทัศนียภาพที่ไม่สวยงามสะอาดตา
สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ จึงมีนโยบายจัดระเบียบสายสัญญาณสื่อสารดังกล่าว ด้วยการนำลงใต้ดิน โดยจะมีการจัดสร้างโครงข่ายพื้นฐานโทรคมนาคมด้วยการติดตั้งโครงข่ายเส้นใยแก้วนำแสง Fiber Optic Cable (FOC) ฝังในระดับใต้ดินเพื่อใช้ทดแทนสายสื่อสารเดิมทั้งหมด และมอบหมายให้ บริษัท ทรู คอร์เปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการหลักร่วมกับผู้ให้บริการ Mobile Operator เช่น AIS DTAC และ Internet Operator ทุกรายในพื้นที่ คาดว่าโครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จในเดือนเมษายน 2562 นี้ เพื่อเนรมิตสยามสแควร์ให้เป็นสถานที่ไร้สายสื่อสาร ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ซึ่งถือว่าเป็นวันปีใหม่ของไทย
รศ.ดร.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองอธิการบดีด้านการจัดการทรัพย์สินและนวัตกรรม กำกับดูแลสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีแผนร่วมกับศูนย์ 5G AI/IOT INNOVATION CENTER โดยความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทำการติดตั้งเสาสัญญาณระบบ 5G เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านค้า และผู้ใช้บริการภายในสยามแสควร์ได้ทดลองใช้งานในพื้นที่สยามสแควร์ โดยจะเริ่มเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 3 ปีนี้ รวมทั้งสำนักงานโดยความร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ยังมีนโยบายทำการรื้อถอนเสาไฟฟ้า และนำสายไฟฟ้าลงดินซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในกลางปี 2563 เพื่อให้เป็นพื้นที่ไร้เสาไฟอย่างแท้จริง


