จากข้อมูลจำนวนกระทงในพื้นที่กรุงเทพมหานครของสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2551-2559 พบว่า ประชาชนหันมานิยมใช้กระทงที่ทำจากใบตอง หรือวัสดุที่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติมากขึ้นเรื่อยๆ
เฉพาะในกทม.ปี 2559 คนหันใช้กระทงธรรมชาติ 573,867 ใบ หรือร้อยละ 93 จากกระทง 617,901 ใบ นั่นถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีเมื่อคนไทยหันมาใส่ใจ ตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ในปีนี้ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ขอเชิญชวนคนไทยลอยกระทงแบบรักษาสิ่งแวดล้อมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการสร้างค่านิยมให้มีพฤติกรรมลดการก่อขยะและใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า เพื่อสืบสานประเพณีดีงามของประเทศ ควบคู่กับการรักษาแม่น้ำ ลำคลอง และสิ่งแวดล้อม
รัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือ สส. กล่าวว่า ประเพณีลอยกระทง ขอชวนคนไทยลดการก่อขยะเพิ่ม โดยใช้กระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ และลอยกระทงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คือขอให้เลือกใช้กระทงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้วัสดุที่เหมาะสม หรือวัสดุจากธรรมชาติ และร่วมลดปริมาณกระทง ด้วยการลอยแบบ 1 คู่รัก 1 กระทง หรือ 1 ครอบครัว 1 กระทง หรือ 1 แก๊งค์หรือกลุ่ม 1 กระทง หรือการลอยกระทงออนไลน์จะช่วยให้การลอยกระทงสร้างมลพิษน้อยที่สุด ที่สำคัญขอความร่วมมือจากประชาชนงดการจุดและปล่อยพลุ ดอกไม้ไฟ ตะไล โคมลอย โคมไฟ และโคมควันช่วงวันลอยกระทงนี้ด้วย เพื่อป้องกันอันตรายและอุบัติเหตุต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้
แนะเลือกกระทงที่ทำจากวัสดุชนิดใดให้ดูจากพื้นที่
ส่วนจะเลือกใช้กระทงที่ทำจากวัสดุชนิดใดให้ดูจากพื้นที่ เช่น หากลอยในแม่น้ำหรือสระน้ำที่มีปลาหรือสัตว์น้ำเยอะๆควรเลือกกระทงขนมปัง โดยกระทงขนมปังไม่ควรใส่สีควรเป็นกระทงสีธรรมชาติและไม่ควรตกแต่งกระทงด้วยวัสดุอื่น เช่น โรยกากเพชร เพราะอาจเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำได้เช่นกัน หากปริมาณกระทงขนมปังเหมาะสมกับจำนวนสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่จะไม่ก่อให้เกิดปัญหา และหากลอยกระทงในแหล่งน้ำที่เป็นระบบปิด เช่น สระ บ่อ บึง หนองน้ำ ที่ปลาไม่เยอะ อาจมาใช้กระทงใบตองหรือวัสดุธรรมชาติอื่นแทน
ปีนี้จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมสืบสานกิจกรรมประเพณีลอยกระทงแบบปลอดภัย ใส่ใจสายน้ำและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม


