xs
xsm
sm
md
lg

บัญชีฯ จุฬาฯ ชูแนวคิด “Mentor for Life” เตรียมนิสิตสู่โลกยุคใหม่

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์  คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี  จุฬาฯ
โครงการ ChAMP บัญชีฯ จุฬาฯ เดินหน้าแนวคิด “Mentor for Life” ดึงรุ่นพี่โค้ชรุ่นน้อง นำศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จในอาชีพการงานมาเป็น Mentor แชร์ประสบการณ์ ให้คำแนะนำ และสานสัมพันธ์ Mentee รุ่นน้องนิสิตปริญญาตรี เตรียมความพร้อมสู่โลกยุคใหม่ พร้อมเพิ่มศักยภาพบุคลากรของชาติสู่ความยั่งยืน

รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่า “ChAMP เป็นนวัตกรรมหนึ่งในกระบวนการเรียนรู้เสริมทักษะ ที่เชื่อมโยงเข้ากับภาคธุรกิจอย่างมีประสิทธิผล โดยคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ของจุฬาฯ เป็นแห่งแรกในประเทศไทย ที่ริเริ่มกระบวนการ Mentorship อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้นิสิตมีความพร้อม มีเป้าหมายในชีวิต มีความชัดเจนในสิ่งที่ต้องการ ได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ได้เรียนรู้ทักษะการพูดคุยกับผู้บริหาร ได้คุยกับรุ่นพี่ที่เป็น Mentor ไม่ใช่แค่ 12 เดือนจบเฉพาะในโครงการ แต่เป็นความสัมพันธ์ที่ยาวนานเป็น Mentor for Life”

ธงชัย บุศราพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พีเอ็น แคปปิตอล ลิมิเต็ด ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการ ChAMP รุ่น 7 กล่าวว่า “ความเป็นจุฬาฯ โดยเฉพาะสัมพันธภาพระหว่างรุ่นพี่ รุ่นน้องเป็นความประทับใจ โดยเฉพาะสมัยเป็นนิสิตปี 4 ผมได้คำแนะนำจากรุ่นพี่ที่ช่วยเปิดประตูธุรกิจและนำมาใช้ในการบริหารธุรกิจ จนเติบโตมีวันนี้ Mentor เป็นผู้ให้คำแนะนำ มองสะท้อนตัวเอง เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย ทุกครั้งที่เราแนะนำ เราพูดเสมอว่า ไม่ใช่คำสั่ง ให้รุ่นน้องคิดเอง ตัดสินใจด้วยตัวเอง อย่างน้อย เราได้แชร์ประสบการณ์ สิ่งที่เราทำผิดในอดีต รุ่นน้องไม่ต้องเดินซ้ำ เป็นบทเรียน ช่วยในการตัดสินใจ”
รุ่นพี่หรือศิษย์เก่าบางส่วนที่เป็น mentor
จากซ้าย 1. ธนพล ศิริธนชัย 2.วรวัจน์ สุวคนธ์ 3.ธงชัย บุศราพันธ์

“โครงการ ChAMP รุ่น 7 จะต่อยอดการขยายวงกว้างรับ Mentor และ Mentee จากคณะอื่นๆ เพิ่มขึ้นคิดเป็นสัดส่วนของ Mentor จากคณะอื่น 25% และ Mentee 20% และในอนาคตมีแผนว่าจะเพิ่มเป็น 40% จากคณะอื่นๆ จริงๆ โลกการทำงานปัจจุบัน เห็นการทำงานข้ามสายหรือ Multidisciplinary มากมาย ทำงานไม่ตรงกับวิชาที่เรียน ดังนั้น การขยายวงกว้างจากคณะอื่นๆ เพิ่มมุมมองที่หลากหลายให้กับการดำเนินชีวิต ไม่จำเป็นต้องรู้แค่เรื่องบัญชีหรือธุรกิจเพียงอย่างเดียว เพราะภาษา การออกแบบ ปรัชญา เศรษฐศาสตร์ พฤติกรรมมนุษย์ ฯลฯ ทุกสิ่งสำคัญ การได้รับรู้มุมมอง สามารถนำมาปรับใช้ในสิ่งที่เหมาะสมให้เกิดประโยชน์ที่สุดสำหรับเคสเราได้”



“ในอนาคต นอกจากการขยายในวงกว้างไปยังคณะอื่นๆ โครงการ ChAMP มีแผนจะขยายในแนวดิ่ง ไม่ใช่การโค้ชแค่ 1 ปีแล้วจบ เพราะรุ่นน้องส่วนใหญ่เป็นนิสิตปี 3-4 ตอนที่อยู่ในโครงการ มีปัญหาหรือความต้องการอย่างหนึ่ง พอเรียนจบปริญญาโทกลับมาแล้ว มีโจทย์ที่ใหญ่กว่า น้องไม่มีเซสชั่นที่กลับมาหาเราได้เหมือนที่ได้พบเราในโครงการ ChAMP เราจึงคิดที่จะต่อยอดเชิงลึกในอนาคต”

วรวัจน์ สุวคนธ์ รองผู้จัดการใหญ่ Dean of SCB Academy ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ศิษย์เก่าคณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี หนึ่งใน Mentor รุ่น 7 เผยว่า “ChAMP เป็นกระบวนการให้รุ่นน้องได้ค้นพบตัวเอง สะท้อนความคิด เพราะถ้าไม่เห็นตัวตน ก็ยากที่จะไปถึงเป้าหมายได้ สำหรับผม ChAMP เป็นการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนความคิดไปพร้อมกัน รุ่นน้องได้ใกล้ชิดและเรียนรู้ประสบการณ์ตรงจากผู้ปฎิบัติจริง หลายประสบการณ์ก็ยังใช้ได้ เป็นมุมมองที่เป็นประโยชน์ การขยายวงกว้างกับรุ่นพี่ รุ่นน้องที่มาจากหลายคณะ ทำให้เราได้เรียนรู้มากขึ้น ก้าวออกจากสิ่งที่เราถนัด และค้นพบว่ามีเรื่องให้เราเรียนรู้อีกมากมาย”

ธนพล ศิริธนชัย ประธานอำนวยการ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งใน Mentor รุ่น 6 ที่จบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ เผยว่า “ตอนที่ผมเลือกรุ่นน้อง พิจารณาคนที่เราคิดว่า เราจะช่วยส่งเสริมศักยภาพได้ ช่วยเติมเต็มในส่วนที่ต้องการ รุ่นน้องของผมเป็นนิสิตต่างคณะทั้งหมด จริงแล้วนิสิตในโครงการ ChAMP คงจะรู้เป้าหมายหรือมองเห็นปัญหา เพียงสับสนระหว่างทาง เทคนิคที่ผมใช้ตลอด คือ การใช้คำถามเพื่อกระตุ้นความคิด เชื่อว่า Good Questions Make Good Answers เป็นนักฟังและ รับฟังที่ดี ที่สำคัญที่สุดคือ สร้างความไว้วางใจ ให้รุ่นน้องเห็นถึงเจตนาดีที่เราตั้งใจมาช่วย ให้รู้สึกกล้าที่จะถาม กล้าที่จะพูดถึงปัญหาของตัวเอง อีกเรื่องคือ การมีรุ่นพี่ 2 คนดูแลรุ่นน้อง 4 คน เรา Mentor ด้วยกัน ก็ต้องทำความรู้จักกันให้มากขึ้น เฉกเช่นเดียวกับน้องๆ ในกลุ่ม”

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. สาคร สุขศรีวงศ์ ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มโครงการ ChAMP เป็นวิทยากรในกิจกรรม Bootcamp ของโครงการ ChAMP

ความสัมพันธ์ของรุ่นพี่ และรุ่นน้อง ที่ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ โดยเฉพาะเรียนจากแนวคิดในอุตสาหกรรมหรือประสบการณ์จริง ของโครงการ ChAMP ที่รุ่นพี่ศิษย์เก่า จุฬาฯ ให้แก่รุ่นน้องนิสิตปัจจุบัน นับเป็นหนึ่งโครงการที่ปูพื้นฐานสู่ความสำเร็จให้แก่นิสิต การแบ่งปันที่รุ่นพี่มอบแก่รุ่นน้อง เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ให้มีความโดดเด่น รู้จักการแบ่งปันการสร้างประโยชน์แก่สังคม และสร้างความยั่งยืนแก่โลกธุรกิจของไทยต่อไป ขณะนี้กำลังจะเปิดรับสมัครรุ่นที่ 7 ในเดือนสิงหาคมนี้ นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสนใจอยากสมัคร สามารถติดตามข่าวสารได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ https://www.facebook.com/ChAMPChula/

โครงการ ChAMP หรือ Chulalongkorn Alumni Mentorship Program โดยคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้นำโครงการ Mentorship แห่งแรกของประเทศไทย ได้รับการเชิดชูเกียรติให้เป็น 1 ในสุดยอดโครงการ 2017 Innovations That Inspire คัดสรรโดย AACSB (Association to Advance Collegiate Schools of Business) สถาบันรับรองมาตรฐานการศึกษาทางด้านบริหารธุรกิจและการบัญชีทั่วโลก จากประเทศสหรัฐอเมริกา ให้เป็นโครงการนวัตกรรมทางการศึกษาที่เชื่อมโยงภาคธุรกิจอย่างมีประสิทธิผล (Engagement with Business)


กำลังโหลดความคิดเห็น...