ปัจจัยชี้ชัด "ผู้บริโภค-อุตสาหกรรม" ใส่ใจต่อเนื่อง ซึ่งผลการสำรวจของ ReportLinker ที่ออกมาเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์เชิงปริมาณหรือคุณภาพ ล้วนแต่บ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่าตลาดสำหรับแพ็กเกจแนวกรีนทั่วโลก จะยังคงมีการเติบโตในระหว่างปี 2015-2023
รายงานผลการสำรวจดังกล่าวได้พยากรณ์ว่า อัตราการเติบโตของตลาดแพ็กเกจกรีนทั่วโลกจะอยู่ในราว 5.0-5.5% ในระหว่างปี 2017-2523 โดยการสำรวจดังกล่าวครอบคลุมทวีปใหญ่อย่างอเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชียแปซิฟิก
โดยเฉพาะทวีปเอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่จะมีอัตราการเติบโตของตลาดสินค้ากรีนสูงที่สุดของโลกในช่วงเวลาที่พยากรณ์ข้างต้น
เหตุผลที่ทำให้ผู้สำรวจทางการตลาดมีความเชื่อไปในทางที่เห็นว่าตลาดแพ็กเกจกรีนจะยังเติบโตต่อไปมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน
ประการที่ 1 แนวโน้มความต้องการใช้แพ็กเกจแนวกรีนที่มาจากภาคอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ประการที่ 2 การรับรู้ ความเข้าใจ และตระหนักในประชากรโดยทั่วไป ในความสำคัญของการใช้แพ็กเกจตามแนวกรีนว่าเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจซื้อที่จะช่วยให้เกิดการส่งเสริมสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ประการที่ 3 ความก้าวหน้า ความทันสมัยของการการใช้เทคโนโลยีที่ทำให้สามารถสร้างไบโอพลาสติกขึ้นมาใช้เป็นแพ็กเกจทดแทนการใช้พลาสติกจากสารเคมี ทำให้มีทางเลือกในการผลิตแพ็กเกจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้จริง
ทั้งนี้ หากจะแบ่งส่วนตลาดของแพ็กเกจกรีนออกเป็นกลุ่มย่อย สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือ
กลุ่มแรก คือกลุ่มแพ็กเกจกรีนที่แยกออกตามประเภทของที่มาของแพกเกจ ได้แก่ กลุ่มที่เป็นแพกเจที่มาจากวัสดุรีไซเคิลบางส่วนหรือทั้งหมด ซึ่งมีทั้งที่เป็นกระดาษ พลาสติก โลหะ แก้ว และวัสดุรีไซเคิลอื่น
กลุ่มที่สอง ประเภทที่เป็นแพ็กเกจที่นำมาใช้ซ้ำรอบสอง (Reusable packaging)
กลุ่มที่สาม เป็นประเภทแพ็กเกจที่ลดเกรดของสินค้าลงจากเดิมจากการสร้างให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ในส่วนของผู้ใช้แพ็กเกจแนวกรีน แบ่งออกเป็นแพ็กเกจอาหารและเครื่องดื่ม แพ็กเกจสำหรับใส่สินค้าในครัวเรือน สำหรับส่วนบุคคล กลุ่มแพ็กเกิจสำหรับสินค้าดูแลสุขภาพ
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาตลาดแพ็กเกจแนวกรีน ไม่ได้ราบรื่นทั้งหมด การสำรวจพบว่ายังมีอุปสรรคที่ไม่สามารถทำให้อัตราการเติบโตของตลาดแพ็กเกจกรีนสูงกว่านี้บางประการ ได้แก่
อุปสรรคข้อแรก คือ ต้นทุนการติดตั้งเครื่องนั้นเป็นการลงทุนซื้อเทคโนโลยีกรีนยังนับว่าสูงมาก ทำให้ผู้ประกอบการบางรายไม่กล้าลงทุนในการเปลี่ยนเทคโนโลยีมาสู่ไบโอพลาสติก
อุปสรรคที่สองคือ การพัฒนาและเติบโตของอุตสาหกรรมรีไซเคิลยังไม่มีประสิทธิภาพจริง จึงยังไม่สามารถรองรับการนำขยะจากแพ็กเกจกลับมาใช้ใหม่อีกรอบ
กระนั้นก็ตาม โอกาสในทางธุรกิจยังสดใสเพราะเชื่อว่าเทคโนโลยีในการคิดค้นเพื่อรองรับการสร้างแพ็กเกจแนวกรีนไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านี้ หากแต่จะยังมีนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมารองรับอุตสาหกรรมแพ็กเกจกรีนต่อไป ควบคู่กับการการพัฒนาไบโอพลาสติกที่ได้รับการยอมรับในการนำไปใช้เป็นแพ็กเกจเพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมได้รับความนิยมและรู้จักกันมากขึ้นแล้วในหมู่ของผู้บริโภค
รายชื่อผู้ผลิตแพกเกจแนวกรีนรายใหญ่ของโลก ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในระดับโลก ได้แก่
• Amcor Limited
• E. I. DuPont de Nemours and Company
• Mondi Limited
• Sealed Air Corporation
• TetraPak International S.A.
• Ardagh Group Co.
• PlastiPak Holdings Inc.
• Bemis Company Inc.
• Uflex limited
• ELOPAK AS


