xs
xsm
sm
md
lg

อุบลฯ ผุดโรงไฟฟ้าหญ้าเนเปียร์แห่งแรก ประกาศอุ้มวิสาหกิจชุมชนฯ ราษีไศล

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

สื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์ อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี

โครงการรัฐพ่นพิษ! เกษตรกรลงทุนปลูกหญ้าเนเปียร์หวังเป็นแหล่งรายได้ใหม่ฝันค้าง หลังเอกชน-พพ.อ้างรัฐยกเลิกโครงการ กลุ่มวิสาหกิจเศรษฐกิจแนวคิดใหม่ในอาเซียน อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ดิ้นหาทางออก ปลื้มบริษัท พลาสม่า เพียวริตี้ ผู้ลงทุนโรงงานผลิตไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์แห่งแรกของไทยที่จ.อุบลราชธานี อ้าแขนรับ ยืนยันพร้อมถ่ายทอดประสบการณ์และเทคโนโลยีเต็มที่

จากเดิมที่หน่วยงานภาครัฐมีโครงการส่งเสริมให้เอกชนตั้งโรงงานไฟฟ้าชีวมวลที่ไร้ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จนมีเอกชนหลายรายสนใจลงทุนผลิตกระแสไฟฟ้าขายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต โดยนำเทคโนโลยีจากการหมักบ่มหญ้าเนเปียร์ให้เป็นแก๊สชีวภาพ แล้วนำมาเป็นพลังงานเพื่อผลิตไฟฟ้า จึงมีเกษตรกรหลายรายให้ความสนใจและเปลี่ยนพื้นที่จากนาข้าว ไร่หอม ไร่พริก มาปลูกหญ้าเนเปียร์ โดยตั้งความหวังว่าโรงงานเอกชนจะรับซื้อหญ้าดังกล่าวเป็นวัตถุดิบหลัก ในราคารับประกันอยู่ที่ตันละ 300บาท หญ้าชนิดนี้มีข้อดีคืออายุยืนกว่า20ปี ลงทุนปลูกครั้งเดียว ใช้เงินลงทุนไม่มากเหมือนการทำนาข้าว หรือพืชไร่ชนิดอื่น

แต่แล้วโครงการนี้กลับถูกยกเลิกสัญญารับซื้อหญ้าเนเปียร์ โดยบริษัท ยูนิเวอร์แซล แอดซอร์บเบ้นท์ แอนด์ เคมิคัลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ยูเอซี ซึ่งอ้างว่ารัฐยกเลิกโครงการนำร่องโรงไฟฟ้าหญ้าเนเปียร์ 10 โครงการ และโครงการของยูเอซีเป็น 1 ในนั้น ทำให้ไม่สามารถรับซื้อหญ้าจากเกษตรกร ขณะที่เกษตรกรซึ่งลงทุนปลูกหญ้าไปแล้วเมื่อ 5 เดือนที่ผ่านมา ปรากฎว่าปัจจุบันไม่มีผู้รับซื้อ ส่งผลให้เกษตรกรซึ่งเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวมาปลูกหญ้าเนเปียร์ ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก

ที่ผ่านมา กลุ่มเกษตรกรที่ปลูกหญ้าเนเปียร์ได้เข้าพบตัวแทนกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) แต่ก็ได้รับคำตอบเช่นเดิมว่า รัฐยกเลิกโครงการไปแล้ว ทำให้กลุ่มเกษตรกรที่ปลูกหญ้าเนเปียร์ตามนโยบายของภาครัฐ ต้องเป็นผู้รับความเสียหายทั้งหมด โดยรัฐไม่ได้ให้ความช่วยเหลือใดๆ ขณะที่เกษตรกรต้องสูญเสียรายได้ เพราะหากปลูกข้าวก็คงมีรายได้พออยู่พอกิน แต่ต้องมาเดือดร้อนเพราะนโยบายของภาครัฐ

"ยูเอซีทำสัญญารับซื้อหญ้าเนเปียร์จากกลุ่มเกษตรกร อำเภอศรีไศล จำนวน 500-600 ไร่ เพื่อส่งไปยังโรงไฟฟ้าหญ้าเนเปียร์ในพื้นที่ใกล้เคียง ตอนนี้เกษตรกรปลูกไปแล้วเกือบ 100 ไร่ ราคารับซื้อท่อนพันธุ์ประมาณ 3 พันบาทต่อตัน จากนั้นก็มีสัญญาเพื่อขยายพื้นที่ให้ได้ตามแผน โดยราคารับซื้อท่อนพันธุ์จะแพงเพราะใช้ระยะนานแต่ก็เป็นราคาที่ตกลงก่อนหน้านี้ แต่ปัจจุบันเมื่อยกเลิกโครงการ ผมในฐานะประธานกลุ่มฯ ถูกชาวบ้านร้องเรียน และไม่เชื่อมั่น เพราะคิดว่าผมหลอก จึงต้องการความชัดเจนจากทางภาครัฐโดยเร็วที่สุด" จำเนียร นนทะวงษ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจเศรษฐกิจแนวคิดใหม่ในอาเซียน อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ กล่าวถึงความเดือดร้อน

สำหรับทางออกในเรื่องนี้ จำเนียร กล่าวกับผู้สื่อข่าวในโอกาสที่นำสื่อมวลชนพิสูจน์โรงไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์ที่จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อเร็วๆ นี้ ว่ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนมีการประชุมและตกลงกันสรุปได้ว่า วิสาหกิจชุมชนจะทำโรงไฟฟ้าชุมชนขึ้นเอง โดยจะจัดหาทุน รวมกลุ่มชาวบ้าน และรวบรวมทรัพยากรที่มีอยู่ขอจัดตั้งโรงไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์ รวมถึงความร่วมมือทางวิชาการจากนักวิชาการสถาบันต่างๆ ที่มีประสบการณ์ในการศึกษาวิจัยเทคโนโลยีให้กับกระทรวงพลังงาน เสนอขอเงินกู้เพื่อทำโครงการต่อสถาบันการเงิน

ศรัณย์ ธัญวัตนพงศ์ ประธาน บริษัท พลาสม่า เพียวริตี้ จำกัด กล่าวว่า โรงงานผลิตไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์ของบริษัทฯ สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว และพร้อมจะถ่ายทอดประสบการณ์ รวมทั้งเทคโนโลยีที่บริษัทได้ลงทุนเองให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนดังกล่าวด้วยความยินดี

คำประกาศสนับสนุนจากบริษัทฯ ซึ่งประสบความสำเร็จในการสร้างโรงไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์ ขนาด 1 เมกะวัตต์ ที่อำเภอสว่างวีระวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานี โดยเริ่มขายไฟฟ้าเข้าระบบให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในเดือนกุมภาพันธ์ 2558 เป็นแรงเสริมที่สร้างความมั่นใจให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนดังกล่าวได้อย่างดี

ประธานบริษัทฯ ให้ความเห็นว่า รัฐควรสนับสนุนให้เกิดโครงการโรงไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์ในประเทศไทยอีกหลายจุด เพราะถือว่าเป็นโรงงานผลิตไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรอีสานที่มีพื้นที่แห้งแล้งไม่เหมาะกับการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจอื่น อีกทั้ง ควรพิจารณาเรื่องค่าตอบแทนในการขายไฟให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ของตลาด สำหรับการกำหนดให้ราคาเดียวกันตลอด 20 ปี ค่อนข้างไม่เหมาะสมเพราะค่าของเงินลดลงทุกปี ในขณะที่ราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้นทุกปี

เขากล่าวถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาว่า การลงทุนในโรงไฟฟ้าหญ้าเนเปียร์ เริ่มจากตนเองสนใจในเทคโนโลยีที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และได้เดินทางไปดูงานที่ประเทศยูเครนกับประเทศเยอรมนี แล้วนำความรู้มาปรับประยุกต์เป็นเทคโนโลยีของไทย โรงไฟฟ้าดังกล่าวสร้างด้วยเงินทุน และกำลังใจจากครอบครัวจนประสบความสำเร็จ เป็นโรงงานผลิตไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์แห่งแรกที่กำลังจะขายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558

"ขณะนี้เกษตรกรในอ.สว่างวีระวงษ์ จ.อุบลราชธานี ต่างตอบรับโครงการไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์อย่างดี และมีพื้นที่ปลูกหญ้าเพื่อเป็นวัตถุดิบแล้วเกือบหนึ่งพันไร่ การผลิตไฟฟ้าด้วยหญ้าเนเปียร์ที่หลายฝ่ายกล่าวว่าไม่มีทางเป็นไปได้ในประเทศไทย แต่เราพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทำได้ เทคโนโลยีนิ่งแล้ว ทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคงในด้านพลังงานเพิ่มขึ้น ขณะที่การใช้เทคโนโลยีทุกอย่างล้วนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลลัพธ์คือชุมชนอยู่ได้ ชาวบ้านอยู่ได้ และมีรายได้ที่แน่นอนจากการปลูกหญ้าขายโรงงาน โดยทางโรงงานมีรถเก็บเกี่ยวไว้บริการผู้ปลูกหญ้าจนถึงแปลงปลูก"

“นอกจากนี้ โรงงานยังมีผลพลอยได้คือปุ๋ยชีวภาพ ซึ่งจะนำไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านโดยไม่คิดมูลค่าต่อไป ส่วนเรื่องที่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจแนวคิดใหม่ในเอเชีย อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ กำลังพยายามจัดตั้งโรงไฟฟ้าชุมชนนั้น เป็นเรื่องที่ดี เพราะเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากหญ้าเนเปียร์ใช้ได้จริง ไม่เช่นนั้นตนจะกล้าสร้างโรงงานไฟฟ้าที่ลงทุนไปประมาณ 152 ล้านได้อย่างไร รวมทั้ง จะช่วยเหลือกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจแนวคิดใหม่ในอาเซียน ตามที่ร้องขอทุกประการ” ศรัณย์กล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น