xs
xsm
sm
md
lg

Review: Ace Combat 8 Wings of Theve สงครามปีกเหล็ก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



แนวเกม อาร์เขตไฟลท์ซิมฯ
แพลตฟอร์ม PS5, Xbox Series, PC

เรตเกม PEGI: 16 เหมาะสำหรับผู้เล่นที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป


ภาคใหม่ในแฟรนไชส์เกมขับเครื่องบินรบ ที่มอบประสบการณ์เหมือนเรานั่งอยู่ในโรงภาพยนตร์

สำหรับเหตุการณ์ในเกม Ace Combat 8 Wings of Theveนั้นจะดำเนินสืบเนื่องมาจากภาคเจ็ดที่บอกเล่าเรื่องราวในจักรวาลสมมติปรุงแต่งขึ้นมาเองไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับโลกความเป็นจริงที่พวกเราอาศัยอยู่ จักรวาลนี้มีสองมหาอำนาจที่เป็นคู่อริทำสงครามห้ำหั่นกัน ได้แก่ Federation of Central Usea (FCU) และ Republic of Sotoa ซึ่งรอบนี้ทาง Sotoa เป็นฝ่ายเปิดฉากจู่โจมรุกคืบเข้ามายึดดินแดน Usea ด้วยเทคโนโลยีอาวุธสุดไฮเทคที่สามารถยิงถล่มทุกพิกัดบนพื้นผิวโลกจากวงโคจร เพื่อเขย่าขวัญศัตรูผู้รุกรานทาง FCU จึงปลุกกระแสสร้างตำนานฝูงบินรบน่าเกรงขามขึ้นมานามว่า Wings of Theve โดยอาศัยการโอนถ่ายย้ายฉายาเอซหัวหน้าฝูงบิน "Rex" ไปให้นักขับหน้าใหม่เรื่อยๆทุกครั้งที่เกิดเหตุสลดทำให้ตำนานฝูงบินอมตะยังคงถูกเล่าขานสืบต่อไป และล่าสุดฉายาดังกล่าวก็ได้ตกทอดมาสู่นักบินมือใหม่อย่างผู้เล่นที่ต้องทั้งพยายามรักษาชีวิตตัวเองให้รอดกลับมา รวมถึงแบกชื่อเสียงของฝูงบินมหากาฬอันหนักอึ้งเอาไว้บนบ่า



รับบทหนุ่มดวงซวยผู้ถูกช่วยเหลือกลางทะเล

ที่จับพลัดจับผลูต้องมารับสืบทอดฉายา Rex ตำแหน่งเอซของฝูงบินพระกาฬ
เรื่องราวภายในเกมจะถูกถ่ายทอดออกมาในสไตล์ซินีมาติกอินเตอร์แอ็คทีฟหรือแปลไทยเข้าใจง่ายๆก็คือแนวภาพยนตร์ปฏิสัมพันธ์มุมมองบุคคลที่หนึ่ง ซึ่งเรานั้นจะได้นั่งดูเหล่าตัวละคร NPC ในเกมสนทนาพูดคุยดำเนินสตอรี่ไปตามสคริปต์สลับกับมีช่วงเวลาพิเศษแทรกคั่นให้เรากดปุ่มโต้ตอบกับพวกเขาได้ในบางจังหวะ เช่น จับมือเชคแฮนด์ทักทายกัน หรือ ยืนยันการตัดสินใจกระทำอะไรบางอย่าง ทว่ามันจะไม่ได้มาเป็นปุ่มกดทางเลือกแตกแขนงลึกซึ้งแบบเกมอาร์พีจีหรอกนะ มันแค่มีปุ่มเด้งขึ้นมาให้กดเพื่อเช็คว่าเรายังไม่หลับเท่านั้นเอง มิได้ส่งผลกระทบใดๆต่อโครงเรื่องหรือฉากจบเลยแม้แต่นิดเดียว

ตัวเกมดำเนินเรื่องราวสไตล์ภาพยนตร์

มีช่วงเวลาให้กดปุ่มบ้าง อะไรบ้าง


เนื้อหาแคมเปญจะค่อยๆทยอยเล่าแบ่งออกเป็นมิชชั่น เป้าหมายที่เราต้องทำในแต่ละมิชชั่นก็จะแตกต่างกันออกไป มีทั้งภารกิจโจมตีสกัดฝูงบินฝ่ายศัตรู ภารกิจคุ้มกันปกป้องเป้าหมาย ไปจนถึงภารกิจถล่มปูพรมทำลายจุดยุทธศาสตร์ภาคพื้นดิน บางภารกิจอาจสั้นจบไวแค่ไม่กี่นาที ในขณะที่บางภารกิจอาจลากยาวเป็นครึ่งชั่วโมง โดยทุกครั้งหลังจากที่เราทำภารกิจสำเร็จเสร็จสิ้น ระบบจะทำการฉายภาพซ้ำรีเพลย์โชว์ผลงานการสู้รบของเรา พร้อมกับคำนวณแต้ม MRP (Military Resource Points) มอบให้เป็นรางวัลตอบแทน ซึ่งเจ้าแต้มดังกล่าวเปรียบเสมือนสกุลเงินภายในเกมที่เราต้องขยันเล่นฟาร์มเก็บสะสมมันให้เยอะๆเพื่อเอาไว้ซื้อปลดล็อคเครื่องบินลำใหม่ๆ รวมถึงอาวุธ และชิ้นส่วนอัพเกรดต่างๆในสายสกิล Aircraft Tree นั่นเอง

ภารกิจหลากหลาย ตั้งแต่คุ้มกันเป้าหมาย

ยันบุกฐานศัตรู ถล่มมันให้ราบ

เอาแต้ม MRP ที่ได้จากภารกิจ มาปลดล็อคอาวุธและเครื่องบินลำใหม่ๆ

ติดตั้งชิ้นส่วนอัพเกรดเพื่อเสริมค่าพลังแต่ละด้าน
Ace Combat ภาคใหม่นี้ได้ดีไซน์ออกแบบระบบการบังคับควบคุมอากาศยานมาให้คุณได้เลือกตามความถนัดถึง 2 แบบด้วยกัน แบบแรก Standard ดูจะเหมาะกับนักบินมือใหม่ฝึกหัดมากที่สุด เพราะเวลาเลี้ยวคุณแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เพียงแค่ดันอนาล็อกไปทางซ้ายเครื่องบินก็หันซ้ายให้อัตโนมัติแล้ว ผิดกับระบบการบังคับอีกแบบอย่าง Expert สำหรับผู้เล่นชั่วโมงบินสูง ที่ต้องคอยหมุนตะแคงเครื่องทำมุม 90 องศาแล้วเชิดหัวเพื่อบังคับให้เครื่องบินเลี้ยวไปในทิศทางที่ตนต้องการ จำลองทุกอย่างให้เหมือนวิธีขับเครื่องบินในโลกความเป็นจริง และแน่นอนว่าความรู้สึกวิงเวียนศีรษะจะเยอะกว่าการบังคับแบบเบสิคพื้นฐานด้วย

การบังคับแบบเชี่ยวชาญอาจเวียนหัวหน่อย แต่หลบหลีกคล่องกว่าแบบพื้นฐาน
งานภาพที่อัพเกรดจาก Unreal Engine 4 ในภาคก่อนมาเป็น Unreal Engine 5 ในภาคนี้ นับว่าดูดีขึ้นในแทบทุกๆด้าน แม้รายละเอียดโมเดลเครื่องบินรบอาจไม่ได้เห็นความแตกต่างกันนัก แต่สภาพแวดล้อมและองค์ประกอบของโลกนั้นมันดูมีชีวิตชีวามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นหยดไอน้ำที่เกาะกระจกยามบินทะลุผ่านหมู่เมฆ ความหนาแน่นอุดมสมบูรณ์ของต้นไม้ป่าเขาด้านล่างเมื่อเราบินโฉบเลียดพื้น หรือบรรดาตึกอาคารสิ่งปลูกสร้างที่ทีมพัฒนาใส่ใจมากขึ้นเป็นพิเศษ ทำให้เราเชื่อว่าเป็นเมืองที่มีคนอยู่อาศัยจริงๆ หนำซ้าด้านดนตรีประกอบเองก็ถูกยกเครื่องใหม่ทั้งหมด ไม่มีแล้วดนตงดนตรีสไตล์เกมตู้อาร์เขต เพราะสิ่งที่ใบหูของคุณจะได้ยินคือบทเพลงขับขานที่มีท่วงทำนองซิงค์กระแทกอารมณ์ร่วมไปกับสถานการณ์สู้รบที่กำลังเกิดขึ้นบนจอภาพ และบางฉากบางซีนอาจทำให้คุณหวนนึกถึงหนังเรื่อง Top Gun เลยทีเดียว

ก้อนเมฆภาคนี้มีผลต่อการสู้รบด้วยนะ มิได้เป็นแค่พร็อพประดับเฉยๆ

ฉากเมืองก็ดูเป็นเมืองจริงๆ ไม่ใช่กล่องกระดาษ
ถึงงานภาพและเสียงจะทำเราขนลุกอินจัดขนาดไหน ทว่าตัวเกมยานบินภาคหลักลำดับที่แปดนี้ก็ยังคงประสบปัญหาเดิมๆเหมือนกับหลายภาคที่ผ่านมา นั่นคือระบบจุด Checkpoint ในเกมที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ บางครั้งขยันเซฟ บางครั้งลืมปล่อยยาว พลาดทีอาจเสียเวลาเริ่มมิชชั่นนั้นใหม่หมดตั้งแต่ต้น ทำผู้เล่นหลายคนหัวเสียหัวร้อนไปตามๆกัน ขนาดผู้เขียนเล่นภารกิจสู้รบเสร็จแล้วกำลังดูฉากคัตซีนสรุปผลช่วงท้าย เผลอปิดเกมลุกไปทำธุระพอเปิดเกมขึ้นมาใหม่แทนที่จะได้ดูฉากคัตซีนนั้นต่อ กลับต้องไปเริ่มเล่นฉากบินสู้รบกันใหม่ เรียกว่าระหว่างมิชชั่นคุณต้องภาวนาอย่าให้ฝนตกไฟดับหรืองีบหลับไปเสียก่อน ต้องทนถ่างตานั่งเล่นมิชชั่นนั้นให้จบลุล่วงจนเห็นหน้าต่าง Next Mission เด้งขึ้นมานั่นแหละถึงจะรู้สึกปลอดภัยหายห่วงกดปิดเกมเข้านอนได้

พยายามอย่าตาย และรีบทำภารกิจให้เสร็จก่อนเวลาหมด

เพราะถ้าพลาดขึ้นมา ต้องย้อนกลับไปไกลเลย ไม่ต่างจากเริ่มต้นใหม่

ต้องเล่นรวดเดียวให้จบมิชชั่น เห็นหน้าต่างนี้เมื่อไหร่แสดงว่าข้อมูลเซฟเราปลอดภัย
ระหว่างขึ้นบินไปทำภารกิจเหนือน่านฟ้า ข้างกายเราจะมีคู่หูวิงแมนอีก 3 คนที่เป็นพาร์ทเนอร์ AI ติดสอยห้อยตามไปกับเราด้วย หน้าที่หลักของพวกมันคือคอยช่วยยิงโจมตีสนับสนุนและคอยคุ้มกันหลังให้ตามคำสั่งของผู้เล่นที่เป็นจ่าฝูง ซึ่งก็ตามสูตรของเหล่าพันธมิตร AI ในโลกวิดีโอเกม พวกมันจะไม่ได้เก่งกาจแม่นยำอะไรนักกว่าจะสอยเครื่องบินศัตรูหนึ่งลำให้ร่วงต้องใช้เวลาร่ายรำมัวลีลาชักช้าอย่างกับหนังอินเดีย คำสั่งแยกย้ายกันไปประจำจุดเพื่อแบ่งเขตพื้นที่รับผิดชอบก็ไม่มีให้ มีแต่ต้องพาพวกไร้ประโยชน์หอบติดตัวไปไหนมาไหนด้วยตลอดเหมือนไส้ติ่งที่ผ่าออกไม่ได้ ราวกับทั้งหน่วยมีเราคนเดียวที่รู้งานและต่อสู้ทำภารกิจอยู่โดดเดี่ยวเพียงลำพังหวังพึ่งใครไม่ได้เลย และเมื่อนำมาผสมรวมเข้ากับปัญหา Checkpoint ที่เกริ่นไปข้างต้น อาการ PTSD หวาดวิตกเก่าๆที่เคยมีจากยุคสมัย PS1, PS2 จึงกลับมากำเริบใหม่อีกครั้ง มันเป็นภาวะตึงเครียดกดดันจากระบบอันไม่เอื้ออำนวยที่แฟนๆซีรีส์คงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

ฝูงบินที่ออกปฏิบัติภารกิจพร้อมกัน 4 ลำ

เป้าหมายบนจอมากมาย แต่ทำไมรู้สึกเหมือนสู้อยู่ลำพัง หวังพึ่ง AI ไม่ได้เลย
สำหรับ Ace Combat Online ที่เป็นโหมดมัลติเพลเยอร์เอาไว้แข่งขันท้าดวลกับผู้เล่นคนอื่นๆทั่วโลก ภาคนี้ทีมพัฒนาดูใส่ใจกับมันมากเป็นพิเศษ ตั้งแต่ห้องล็อบบี้ที่ลงทุนสร้างเป็นฐานทัพอากาศขนาดย่อมๆขึ้นมาให้เราวิ่งทักทายผู้คน เข้าซุ้มรับภารกิจ ปรับแต่งตัวละคร หรือเปลี่ยนสีสันลวดลายเครื่องบิน อีกทั้งกฎกติกาการแข่งขันเองก็ค่อนข้างหลากหลายกว่าภาคที่แล้วมากรองรับเกมเมอร์แทบทุกสาย ไม่ว่าคุณจะเป็นสาย PvE สามัคคีกันตีบอท สาย PvP ใส่หมดถ้าสดชื่น หรือสายผสมรวมมิตร PvPvE อีกทั้งยังมีภารกิจพิเศษที่ผู้เล่นทั้ง 8 ต้องรวมพลังเฉพาะกิจเพื่อพิชิตอาวุธมหาประลัยในตำนาน รวมถึงฟีเจอร์ Ace Pass เล่นเก็บสะสมแต้มเพื่อปลดล็อคของรางวัลประจำซีซั่น เรียกว่ามีอะไรให้ทำเยอะแยะและในมุมมองส่วนตัวเราว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ชวนผ่อนคลายเล่นสนุกกว่าโหมดแคมเปญมากมายหลายขุม

ล็อบบี้ฐานทัพอากาศ ที่จุผู้เล่นออนไลน์ได้มากถึงร้อยคน

ต่อให้ฝีมือไม่เก่ง ก็ยังมีเพื่อนร่วมทีมช่วยแบก ความกดดันน้อยกว่าแคมเปญเยอะ

ระหว่างพักเบรก ก็มาเล่นตู้เกมอาร์เขตได้

เคลียร์ชาเลนจ์รายวัน-รายสัปดาห์ เพื่อปลดของรางวัลแบทเทิลพาส ซึ่งมีทั้งฟรีและเสียตังค์
"ถ้าให้จัดแรงค์สิ่งที่ชอบในเกม Ace Combat 8: Wings of Theve ยังไงเราก็คงยกให้โหมดออนไลน์มาเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนโหมดแคมเปญมันก็พอใช้ได้นะ แค่ติดปัญหาเรื่องจุด Checkpoint กับความรู้สึกที่ต้องลงมือทำทุกสิ่งทุกอย่างในสมรภูมิรบด้วยตัวเอง ไม่รู้ว่าที่ทีมพัฒนายังคงเลือกเก็บรักษาก้อนมะเร็งเนื้อร้ายเหล่านี้เอาไว้ เพราะเห็นมันเป็นเสน่ห์จุดขายประจำซีรีส์หรืออย่างไร?"


เกมเพลย์8
กราฟิก8
เสียง8
โหมดเนื้อเรื่อง7
โหมดออนไลน์9
ความคิดสร้างสรรค์         8
ภาพรวม8

สนับสนุนบทความรีวิวโดยบริษัท บันไดนัมโค Bandai Namco Entertainment



*ทีมงานผู้จัดการเกม เรียนเชิญผู้อ่านทุกท่านร่วมเป็นแฟนเพจ ManagerGame ทางเฟซบุ๊กเพื่อเพิ่มช่องทางการรับรู้ข่าวสารวงการเกมครับ*