แนวเกม แอ็คชั่นแพลตฟอร์ม
แพลตฟอร์ม PS5, Xbox Series, PC, Switch 2
เรตเกม ESRB: E10+ เหมาะสำหรับผู้เล่นที่มีอายุ 10 ปีขึ้นไป
เมื่อการผจญภัยครั้งใหม่ของพวกโซระยังไม่มาถึง นั่นจึงเปิดโอกาสมอบพื้นที่เล็กๆให้กับผลงานเกมอินดี้ได้เฉิดฉาย แม้มันจะไม่ได้อย่างที่เราหมายมั่นไว้ก็เถอะนะ
Duskfade เป็นเกมแนวแอ็คชั่นผจญภัยฟอร์มเล็กที่ว่าด้วยเรื่องราวของ Zirian เด็กหนุ่มตัวละครเอกผู้เป็นช่างนาฬิกาฝึกหัดที่ต้องบุกตะลอนฝ่าฟันอันตรายเพื่อช่วยเหลือพี่สาวและกอบกู้กาลเวลาให้กลับคืนมาเป็นปกติ ภายหลังจากที่พี่สาวของเขาแอบทำการทดลองพิสดารจนเป็นเหตุให้มิติเวลาผิดเพี้ยนราตรีรัตติกาลแผ่ขยายปกคลุมทั่วดินแดน โดยตลอดการเดินทางของเราจะมีเจ้า "คุกคู" (Cuckoo) นกกาเหว่าบอกเวลา คอยเป็นเพื่อนให้คำแนะนำและช่วยเหลืออยู่เคียงข้างไม่ห่างไปไหน
ตามที่ทีมผู้พัฒนาเคยกล่าวไว้ว่า พวกเขาได้แรงบันดาลใจจากตำนานเกมแพลตฟอร์ม 3D ชื่อดังแห่งยุค 2000 ทั้ง Jak and Daxter, Ratchet & Clank และ Kingdom Hearts ซึ่งเราเองก็มองเห็นความคล้ายคลึงนั้นอย่างชัดเจนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คิงดอมฮาร์ต ที่ดูเหมือนจะถูกลอกถอดแบบมาเยอะที่สุด ตั้งแต่ดีไซน์เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของตัวละครเอกยันอาวุธคู่ใจที่ใช้ในการปราบเหล่าอสูร เกมต้นแบบรุ่นพี่มีดาบรูปทรงกุญแจอย่าง คีย์เบลด ในขณะที่เกมรุ่นน้องคลานตามหลังกลับเลือกหยิบเอาเข็มนาฬิกามาดัดแปลงเป็นอาวุธประจำกายแทน ซึ่งมองลงมาจากดาวอังคารก็รู้ว่าเจตนาก๊อปปี้จงใจเลียนแบบกันเห็นๆ
นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกจะละม้ายคล้ายคลึงกันแล้ว ระบบเกมเพลย์การเล่นภายในยิ่งเหมือนหนักเข้าไปอีก เนื่องด้วยตัวละครหลักของเรานั้นมีท่าคอมโบเบสิค ทักษะกระโดดสองชั้น และสามารถแดชพุ่งหลบหลีกกลางเวหาได้ไม่ต่างจากโซระ อย่างเดียวที่รู้สึกต่างคงเป็นเรื่องคุณภาพและความเนี๊ยบที่เกมนี้อาจยังไปไม่ถึงมาตรฐานที่แฟรนไชส์ Kingdom Hearts เคยสร้างเอาไว้ เพราะเท่าที่สังเกตมันยังดูเป็นเกมเพลย์งานเผาเหมือนรีบทำให้เสร็จๆไป ลูกเล่นอะไรที่ควรใส่กลับไม่ใส่ ท่าเคาน์เตอร์แพรี่สวนกลับก็ไม่มี ยิงเวทย์จากระยะไกลก็ไม่ได้ต้องขยับเข้าไปใกล้เอง ระบบซัมมอนอัญเชิญก็ขาดหาย ทำได้เพียงกดปุ่มกระโดดตีๆกลิ้งๆหลบๆจนกว่ามอนสเตอร์จะเกลี้ยงหายตายหมดฉากแค่นั้นเอง
โลกทั้ง 4 ใบที่เราต้องไปเยือนเพื่อฟันทำลายโซ่ตรวนซึ่งเหนี่ยวรั้งกักขังหอนาฬิกาเอาไว้ แต่ละโลกจะมีสภาพแวดล้อมและอุปสรรคอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น บางด่านเราต้องลุยฝ่าลาวาร้อนระอุของภูเขาไฟ บางด่านอาจต้องดำดิ่งลึกลงสู่หอสมุดใต้บาดาล หรือบางด่านอาจยกลอยอยู่เหนือท้องนภาให้เราเหาะเหินข้ามปุยเมฆ เป็นต้น แต่ถึงกระนั้นแม้ว่าสภาพแวดล้อมจะโดดเด่นแตกต่างกันสักเพียงใด อย่างไรเสียแพทเทิร์นการผจญภัยที่ผู้เล่นทุกคนจะได้ซึมซับสัมผัสจากเกมนี้กลับวนเวียนอยู่แค่การไล่ฟันศัตรูหน้าเดิมๆสลับกับการตีแท่งคริสตัลหลากสีตามฉาก วนลูปซ้ำอยู่เช่นนี้ไปตลอดจนกระทั่งจบเกม เอวัง!
ฟันเฟืองและคริสตัลที่เราฟาร์มเก็บสะสมมาระหว่างทาง สามารถนำไปแลกซื้ออัปเกรดพวกท่าโจมตีและปลดล็อคทักษะใหม่ๆได้ที่ร้านค้าในเมือง แต่ต่อให้คุณจะเหมาทั้งร้านซื้อมาครบหมดทุกอย่าง เราก็แทบไม่รู้สึกว่าตัวละครเก่งกาจขึ้นจากเมื่อก่อนสักเท่าไหร่ ถึงจะมีอุปกรณ์ Grappling Hook ช่วยดึงพาตัวเราเข้าหาศัตรู มีท่าทุบพื้นโจมตีหนัก หรือมีลูกเล่น Stopwatch ทำให้เราเป็นอมตะชั่วขณะ มันก็ไม่ได้ถึงระดับ Game Changer เข้ามาเปลี่ยนแปลงสไตล์การเล่นให้ดูแตกต่างอย่างใดยังคงต้องพึ่งพาอาศัยกลยุทธ์หลบตีอยู่เหมือนเดิม หนำซ้ำเครื่องแต่งกายและอาวุธดาบเข็มนาฬิกาเราก็ทำอะไรกับมันไม่ได้เลยนอกเสียจากเปลี่ยนสกินปรับแต่งสีสันเท่านั้น
ด้านภาพกราฟิกที่สร้างขึ้นด้วยขุมพลัง Unreal Engine 5 ต้องเอ่ยปากชมว่าถ่ายทอดโลกแฟนตาซีเหนือกาลเวลาออกมาได้อย่างงดงามตระการตาโดยเฉพาะการเล่นแสงเงาที่ตกกระทบกับพื้นผิว เรื่องความสวยงามถือว่าสอบผ่านฉลุยอันนี้เราไม่เถียง เพียงแต่จะมีข้อติบ้างเล็กน้อยตรงเรื่องการคุมคอนทราสต์คุมโทนสีภายในเกม เพราะพื้นที่หลายแห่งที่เป็นจุดอับแสงมันจะมืดมิดดำสนิทราวกับปิดทีวี กลับกันพอเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่แสงส่องลงมาก็สว่างจ้าจนแสบลูกตา หาจุดบาลานซ์กึ่งกลางได้ยากเหลือเกิน อ้อ!แล้วอีกเรื่องหนึ่งคือทีมงานชอบทาสีศัตรูให้กลืนกลมไปกับฉากหลังจนบางทีก็แยกไม่ออกเหมือนกัน
เนื้อหาความยาวประมาณ 10 ชั่วโมงกว่าเรามองว่ามันไม่ใช่ปัญหา เพราะปัญหาจริงสำหรับเกมนี้มันอยู่ตรงการนำเสนอถ่ายทอดสตอรี่ที่ไม่มีศิลปะชั้นเชิงเอาเสียเลย พล็อตเรื่องก็ไม่ได้น่าติดตาม ปมตัวละครแรงขับเคลื่อนจูงใจก็เบาบางขาดความลึกซึ้ง รวมไปถึงการที่ทีมงานเลือกใช้วิธีถ่วงเวลาเพื่อยืดขยายการผจญภัยออกไป จู่ๆตัวละครเอกก็พลัดตกหลุมต้องหาทางกลับขึ้นมาใหม่ จู่ๆของสำคัญก็ถูกฉกชิงแย่งไปจากมือง่ายๆ ทำให้ตลอดการเล่นเรารู้สึกว่าเนื้อเรื่องมันถูกแช่แข็งหยุดนิ่งอยู่กับที่ไม่ขยับคืบหน้าไปไหนเลย โดดๆฟันๆข้ามแพลตฟอร์มเดิมๆซ้ำๆอยู่อย่างนั้นผ่านไปตั้งหลายชั่วโมง ดันไม่ได้รางวัลตอบแทนติดไม้ติดมือให้ชื่นใจหายเหนื่อยกลับมาเลยสักชิ้น ซึ่งไอ้ความรู้สึกเสียดายเวลาชีวิตเปลืองไฟเปลืองเน็ตแบบนี้ มันไม่ใช่สิ่งที่ควรเกิดขึ้นกับวิดีโอเกมหรือสื่อบันเทิงชนิดใดก็ตาม
"Duskfade มันเป็นเกมที่ดูมีศักยภาพสูงและมีโอกาสขยายเป็นแฟรนไชส์ได้เลย ถ้าทีมพัฒนา Weird Beluga เอาใจใส่ขัดเกลาและรู้จักเคารพเวลาของคนเล่นให้มากกว่านี้ เพราะเกมที่ดีนั้นไม่ต่างอะไรจากภาพยนตร์ชั้นยอด หากมัวสนใจอัดใส่แค่ฉากแอ็คชั่นเดิมๆซ้ำๆโดยโนสนโนแคร์เนื้อหาหรือองค์ประกอบอื่นๆแล้ว จะมาหวังให้มันประสบความสำเร็จโกยรายได้เป็นกอบเป็นกำ คงเป็นไปได้ยาก"
| เกมเพลย์ | 6 |
| กราฟิก | 7 |
| เสียง | 7 |
| เนื้อเรื่อง | 6 |
| ความคิดสร้างสรรค์ | 7 |
| ภาพรวม | 6.6 |
สนับสนุนบทความรีวิวโดยบริษัท JF Games
*ทีมงานผู้จัดการเกม เรียนเชิญผู้อ่านทุกท่านร่วมเป็นแฟนเพจ ManagerGame ทางเฟซบุ๊กเพื่อเพิ่มช่องทางการรับรู้ข่าวสารวงการเกมครับ*


