แนวเกม แอ็คชั่นอาร์พีจี
แพลตฟอร์ม PC, PS5, Xbox Series
เรตเกม PEGI: 16 เหมาะสำหรับผู้เล่นที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป
การหันเหเปลี่ยนทิศทางมาจับแนวเกมที่ตนไม่ถนัดของทีมผู้สร้างโปเกมอน ถึงแม้มันจะยังดูขาดๆเกินๆ แต่ก็พอเล่นแก้ขัดได้เพลินๆอยู่นาา
Beast of Reincarnation เป็นเกมแอ็คชั่นอาร์พีจีไอพีใหม่ล่าสุดของสตูดิโอ Game Freak ที่ว่าด้วยเรื่องราวของ "เอ็มม่า" ตัวละครเอกหญิงสาววัย 18 ปี ผู้ออกเดินทางผจญภัยร่วมกับสุนัขจรจัดคู่ใจนามว่า "คู" ทั้งคู่ต้องท่องไปในดินแดนญี่ปุ่นยุคปี 4026 หลังอารยธรรมมนุษย์ล่มสลาย เพื่อหมายกำจัดพวกสิ่งมีชีวิตผิดปกติทั้งหลายทั้งมวลที่เป็นตัวการแพร่เชื้อร้ายกลายพันธุ์สู่ผืนโลกใบนี้ อย่างน้อยก็ตามที่ เอ็มม่า เข้าใจ รวมถึงเหล่าผองเพื่อนมนุษย์ผู้อาศัยอยู่ภายในอาณานิคมแห่งสุดท้ายที่ถูกบรีฟพร่ำสอนข้อมูลชุดดังกล่าวกันมาตั้งแต่เด็ก สืบทอดส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
ทันทีที่ได้สัมผัสไม่ว่าใครต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มันคือเกมที่จงใจเจตนาลอกเลียนแบบ Stellar Blade อย่างเห็นได้ชัด ทั้งรูปร่างโครงเบ้าใบหน้าตัวละครเอกที่ไว้ผมหางม้าไม่ต่างจาก อีฟ ระบบเกมเพลย์ที่เน้นปัดป้องแล้วโจมตีสวนกลับให้อารมณ์ใกล้เคียงกัน เกมนั้นมีปืนยิงกระสุนเกมนี้มีธนูไว้ยิงระยะไกล สภาพโลกฉากทัศน์อนาคตอันเสื่อมโทรมเต็มไปด้วยจักรกลและสัตว์ประหลาด อีกทั้งงานดนตรีประกอบสไตล์คลอรัสขับขานประสานเสียงที่ดังคลอเบาๆระหว่างเส้นทางก็ดันคล้ายคลึงกันอีก นี่ถ้าไม่เรียกว่า 'งานก๊อป' คนทำน่าจะต้องเป็นติ่งที่ชื่นชอบและอินกับผลงานของผู้อื่นหนักเข้าเส้นมากจริงๆ
ฉายา Emma The Sealer หรือ 'เอ็มม่า นักปิดผนึก' ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย เนื่องจากตัวเธอนั้นมีพลังในการดูดซับ Blight โรคพืชที่ปกติแล้วจะทำให้สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์คลุ้มคลั่ง ทว่าสำหรับเอ็มม่ามันกลับเป็นการเสริมพลังเหนือธรรมชาติให้กับตัวเธอ โดยเฉพาะบริเวณปลายเส้นผมที่เป็นเหมือนศูนย์รวมประสาทและพลังอำนาจของเธอ ส่งผลให้ผู้เล่นสามารถยืดเส้นผมเถาวัลย์ไกลออกไปทั่วทิศได้หลายสิบเมตร ไม่ว่าจะเป็นแนวตั้งใช้หนุนดันพาตัวละครขึ้นสู่ที่สูงๆ หรือจะเป็นแนวเฉียงยืดออกไปยึดจับจุดห้อยโหนต่างๆราวกับสไปเดอร์แมน หรือจะเป็นแนวนอนยืดออกไปโจมตีใส่ศัตรูก็ทำได้สารพัดหลายรูปแบบ หรือแม้กระทั่งหุบเหวทางขาดที่ไม่สามารถเดินข้ามเราก็ใช้เส้นผมเถาวัลย์นี่แหละยื่นออกไปกลางอากาศสร้างเป็นสะพานไม้ชั่วคราวได้ เรียกว่าหากใครประยุกต์ใช้มันจนชำนาญคุณแทบจะเหาะเหินเดินอากาศโหนข้ามไปมาเหนือหัวศัตรู อยากโฉบลงมาจัดการเหยื่อตอนไหนได้หมดทุกเวลา ไม่จำเป็นต้องลอบเร้นหมอบต่ำหลบซ่อนตัวในพงหญ้าอีกต่อไป
นอกจากเกมของ Shift Up ที่เป็นแรงขับสำคัญแล้ว ภาพยนตร์เรื่องดังของ "เจมส์ คาเมรอน" ดูท่าจะมีอิทธิพลดลจิตดลใจต่อทีมผู้สร้างเกมนี้มิใช่น้อย เพราะตัวละครเอกของเราเธอนั้นสามารถเชื่อมจิตสื่อวิญญาณไปหาสหายสี่ขา "คู" (Koo) ได้ผ่านการเชื่อมปอยผมเข้ากับหางของมันเมื่อครั้งอดีตในลักษณะแบบเดียวกับที่ เจค ต่อสายตรงเข้ากับเหล่าสรรพสัตว์ในหนัง Avatar นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ทั้งคู่สามารถออกท่าคอมโบสอดประสานกันได้เนียนระดับอัลตร้าสมูท เพียงแค่สบตาก็เข้าใจลึกถึงข้างในว่าคู่หูต้องการอะไร พบศัตรูใกล้เคียงมันก็ช่วยมาร์คชี้เป้าตำแหน่งให้ ดมกลิ่นเจอหีบกล่องสมบัติก็เห่าแจ้งเตือน เห็นไอเทมวัตถุดิบตกตามพื้นก็คอยไปคาบเก็บมาให้ ตอนต่อสู้ยิ่งแล้วใหญ่ทั้งวางกับระเบิด ยิงหนาม พุ่งงับ โดดกัด ฟัดเหวี่ยงกระจุยกระจาย แถมยังมีท่าโจมตีใหญ่ที่เราสามารถใช้เกจพิเศษกดหน่วงเวลาจิ้มเลือกท่าไม้ตายของมันได้อีกต่างหาก เอาเป็นว่าถ้ายุคนั้นยังมีร้านพิซซ่าเปิดให้บริการ มันคงกดโทรสั่งให้เราด้วยแล้ว!!
ในเกม Stellar Blade รุ่นพี่นั้นเขาเลือกใช้ Unreal Engine 4 ในการพัฒนา ขณะที่เกมรุ่นน้องคลานตามหลังมาอย่าง Beast of Reincarnation ก็ไม่ยอมน้อยหน้าเช่นกันจัดของใหม่ Unreal Engine 5 เวอร์ชันล่าสุดมาเลย ซึ่งเป็นที่รู้กันดีในหมู่นักพัฒนาว่ามันคือเอนจิ้นปราบเซียนเพราะตัวโปรแกรมกินทรัพยากรเครื่องสูงมาก แถมมีความซับซ้อนในการปรับแต่งประสิทธิภาพ (Optimization) ขนาดนักพัฒนาเกมระดับมืออาชีพหรือสตูดิโอใหญ่หลายเจ้ายังประสบปัญหาเกมกระตุก ภาพไม่ลื่นไหล และจัดการหน่วยความจำได้ยากหากวางแผนลำดับการพัฒนาไม่ดีพอตั้งแต่แรก ดังนั้นเมื่อเอนจิ้นดังกล่าวตกมาอยู่ในมือทีมพัฒนาหน้าใหม่แห่งวงการ AAA อย่าง Game Freak ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงเป็นไปตามคาด ทั้งที่ภาพกราฟิกอยู่แค่ในระดับพอๆกับเกมสมัยเมื่อ 10 ปีก่อน แต่กลับกินสเปคเครื่องหนักเฟรมเรตตกร่วงยับโดยเฉพาะเวลาอยู่ในแม็พโอเพ่นเวิลด์ ซึ่งจริงๆแล้วแผนที่หนึ่งโซนภายในเกมมันก็ไม่ได้กว้างขวางใหญ่โตอะไรเลยนะ อาคารตึกร้างซากปรักหักพังเองก็ใส่มาแบบหรอมแหรม เป็นฉากโล่งๆที่เดินสำรวจแปบๆก็สุดเขตแดนแล้ว ถ้าให้เดาต้นเหตุที่ทำเฟรมเรตร่วงหนักคงอาจเป็นเพราะพวกต้นไม้ใบหญ้าทั้งหลายแหล่ที่ทีมงานพยายามยัดอัดถมมาเต็มพื้นที่จนดูรำคาญรกสายตาเพื่อให้ได้ฟีลบรรยากาศวันสิ้นโลกธรรมชาติกลืนกินนั่นแหละนะ พอฝนตกเทลงมาหน่อยมันก็เลยกลายเป็นสภาพอย่างที่เห็น
สเปคเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราใช้ในการทดสอบ ต้องขอบคุณทางบริษัท AMD ที่ให้ความอนุเคราะห์จัดการ์ดจอ AMD Radeon RX 7800 XT 16GB มาให้เราได้ใช้ในการเล่นและรีวิวเกมนี้ โดยที่ตัวซีพียูนั้นยังคงเป็น AMD RYZEN 5 5500, แรม Kingston FURY 16GB DDR4 BUS3200 และติดตั้งลงบนเมนบอร์ด ASUS TUF GAMING A520M-PLUS
จากการเปิดรันทดสอบที่ความละเอียด 2560 x 1440p พร้อมกับตั้งค่าคุณภาพกราฟิกเอาไว้เพียงระดับ Medium เพื่อให้เกมเพลย์ออกมาดูสมูทที่สุด ขนาดปรับแค่กลางๆเฟรมเรตขณะเล่นจริงก็ยังวิ่งต่ำอยู่ที่ประมาณ 50 - 70 fps เรียกว่าแค่พอเล่นได้ไม่กระตุกเท่านั้น คือถ้าใครใช้การ์ดจอค่ายแดงแล้วอยากดันตัวเลขเฟรมฯไปให้เกิน 100 fps ก็คงต้องพึ่งพาฟีเจอร์ AMD Fluid Motion Frames 2.1 ในซอฟต์แวร์อะดรีนาลินสถานเดียว อ้อแล้วก็อีกอย่างหนึ่ง ตัวเกม ณ ปัจจุบันรองรับแค่เทคโนโลยีอัปสเกลเวอร์ชันเก่า FSR 3 ส่วนของใหม่อย่าง FSR 4 นั้นยังไม่มีวี่แววว่าจะอัปเดตเข้ามาและไม่รู้ว่าต้องรออีกนานถึงเมื่อไหร่ เพราะขนาดเกมแข่งรถชื่อดัง Forza Horizon 6 แฟนค่ายแดงยังต้องอดทนรอนานเป็นเดือนๆกว่าจะเล่นได้ลื่นๆคมๆเหมือนชาวบ้านเขา
จากที่เคยหมกมุ่นอยู่กับเกมแนวเด็กเล็กและครอบครัว เน้นเกมเพลย์ที่ดูเรียบๆพื้นๆเข้าถึงง่าย พอมาจับโปรเจกต์เกมฟอร์มใหญ่ที่ตนไม่ถนัดครั้งแรก อาการมือใหม่หัดขับและความไม่พร้อมของสตูดิโอ Game Freak จึงค่อนข้างแสดงออกมาแบบชัดเจน ทั้งวิธีการบอกเล่าถ่ายทอดเรื่องราวผ่านฉากคัตซีนหุ่นขี้ผึ้งที่จืดสนิทไร้อารมณ์ร่วมใดๆ การเรียงลำดับเหตุการณ์ก็ไม่ค่อยปะติดปะต่อนัก ปล่อยให้ผู้เล่นท่องตะลุยสำรวจโลกกว้างไปก่อนล่วงหน้าเป็นชั่วโมงแล้วเพิ่งมาเล่าย้อนประวัติตัวละครเพื่อสอนเบสิคการบังคับควบคุมเอาภายหลัง พลังบุปผาที่เราได้รับเมื่อกำจัดปราบบอสใหญ่ได้สำเร็จก็ดูจะลัดคิวผิดที่ผิดทาง ยกตัวอย่างเช่น เจ้ากวาง Rangifer บอสใหญ่ตัวแรกของเกม พอโค่นมันลงได้ไอ้เราก็นึกว่าจะได้ปลดท่าเขาขวิด ท่าทุบทรงพลังมาใช้งาน ที่ไหนได้กลับเป็นท่าโจมตีสายฟ้า ซึ่งเป็นพลังของบอสใหญ่อีกตัวที่พบเจอกันแปบๆตอนช่วงเวลาแฟลชแบคย้อนอดีตซะอย่างงั้น คือฟีลลิ่งมันเหมือนชิ้นงานที่ถูกหั่นแบ่งไปให้แต่ละคนรับผิดชอบ พอต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนเสร็จสิ้นก็ค่อยเอาทุกชิ้นส่วนมามัดรวมกันด้วยเทปกาว ผลงานชิ้นสุดท้ายที่ได้เลยออกมาดูเหลื่อมๆล้นๆเชื่อมต่อกันไม่สนิทยังไงชอบกล
จะว่าไปแล้วเส้นทางการผจญภัยของ อีฟ มันไม่ได้วิเศษเลิศเลอไปกว่าของ เอ็มม่า นักหรอกนะ การประเดิมแฟรนไชส์ครั้งแรกของทั้งคู่ต่างก็มีจุดตะกุกตะกักข้อบกพร่องให้ต้องตำหนิเหมือนกัน เพียงแต่สิ่งที่ทำให้เกม Stellar Blade ประสบความสำเร็จนั้นมันคือแนวทางอันสุดโต่งโคตรชัดเจนของทาง Shift Up ที่มุ่งเน้นขายความเซ็กซี่เชิดชูตัวละครเพศหญิงเป็นหลัก เหล่าชายแท้เลยยอมควักเงินจ่ายแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก พอเริ่มมีกำไรเงินทุนหนาค่อยมาจัดเต็มทำให้มันสมบูรณ์ขึ้นในภาคสอง ทว่าสำหรับเกม Beast of Reincarnation นั้นเท่าที่เล่นมาจนถึงตอนนี้เรายังไม่ทราบเลยว่าทางทีมผู้สร้างพวกเขาต้องการจะขายอะไรกันแน่? จะขายตัวละครเอกชุดเสื้อผ้าแฟชั่นก็ไม่มีให้เปลี่ยน ต้องทนอยู่ในลุคเดิมผ้าคลุมสีดำปกปิดมิดชิดมองไม่เห็นเนื้อหนังหรือเกราะใหม่ที่สวมใส่ติดตั้งข้างใน จะขายเนื้อเรื่องก็ดันซ้ำทับไลน์กับของคนอื่นเพราะไปลอกเขามา จะขายเกมเพลย์คอมแบทก็แค่พอถูไถไม่ได้แปลกใหม่ชวนว้าวอะไร จะขายน้องหมาก็ดีไซน์ออกมาซะใหญ่โตบึ้มบั้มแอบดูน่ากลัวมากกว่าน่ารัก ประมาณถ้าเอาไปเร่ขายตามแผงตลาดมันแทบไม่มีส่วนไหนที่สามารถหยิบมาจัดโปรโมชั่นดึงดูดลูกค้าได้เลย
"จำได้ว่าตอนแรกที่เห็นคลิปโฆษณา Beast of Reincarnation ผู้เขียนรู้สึกตื่นเต้นกับมันเหลือเกิน ด้วยคอนเซปต์สาวซามูไรท่องผจญภัยปราบอสูรที่โดนจริตเข้าเส้นเป็นอย่างมาก กะว่าเกมออกจะรีบจัดมาหวังอวยเต็มที่ พอของจริงสภาพเป็นแบบนี้ก็ถึงกับจุกจนพูดไม่ออก จะบอกให้พวกเขาเลิกสร้างเกมไปทำอาชีพอื่นมันคงฟังดูรุนแรงเกินไป ถ้าจะพูดแบบถนอมน้ำใจก็คงต้องบอกให้พวกเขากลับไปจับสัตว์แบบที่ตนถนัดตามเดิมน่ะดีแล้ว"
| เกมเพลย์ | 7 |
| กราฟิก | 6 |
| Performance | 6 |
| การเล่าเรื่อง | 5 |
| ความคิดสร้างสรรค์ | 6 |
| ภาพรวม | 6 |
*ทีมงานผู้จัดการเกม เรียนเชิญผู้อ่านทุกท่านร่วมเป็นแฟนเพจ ManagerGame ทางเฟซบุ๊กเพื่อเพิ่มช่องทางการรับรู้ข่าวสารวงการเกมครับ*


