"ฮิโรกิ โทโทกิ" หัวเรือใหญ่แห่งบริษัท โซนี่ เพิ่งขายหุ้นไปประมาณ 56% ท่ามกลางวิกฤตศรัทธาของแฟนเกมที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อนในช่วงนี้
ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากการประกาศของ PlayStation ว่าจะยุติการผลิตเกมในรูปแบบแผ่นภายในปี 2028 ที่ทำให้แฟนๆบางส่วนออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจนด้วยวิธีการต่างๆนานา ไม่ว่าจะเป็นการขู่ยกเลิกสมัครสมาชิก PS Plus ไปจนถึงการล่ารายชื่อผ่านแคมเปญรณรงค์ "Don't Kill the Disc" โดยหวังให้ทางบริษัทพิจารณาและรับฟังความคิดเห็นของพวกเขา
ล่าสุดมีรายงานตามเอกสารที่ยื่นต่อ SEC ระบุว่าเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา (สองวันหลังประกาศเลิกผลิตแผ่น) คุณ "ฮิโรกิ โทโทกิ" (Hiroki Totoki)ผู้ดำรงตำแหน่งประธานและซีอีโอของบริษัท โซนี่ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น และประธานบริษัท โซนี่ อินเทอร์แอคทีฟ เอนเตอร์เทนเมนต์ คนปัจจุบัน ได้ตัดสินใจขายหุ้นโซนี่ไปจำนวนถึง 225,000 หุ้นหรือคิดเป็นประมาณ 56% ของสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท
ณ เวลาที่ขาย หุ้นโซนี่มีราคาอยู่ที่ 21.02 ดอลลาร์ต่อหุ้น ทำให้ซีอีโอรายนี้ได้รับเงินไปประมาณ 4.7 ล้านดอลลาร์ และเหลือหุ้นภายในบริษัทอยู่ 173,250 หุ้น นอกจากนี้คุณ "โทชิโมโตะ มิโตโมะ" (Toshimoto Mitomo) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ของบริษัท โซนี่ ก็เทขายหุ้นของเขาจำนวน 25,000 หุ้นหรือประมาณ 18% ของสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท กวาดเงินไปได้ 525,500 ดอลลาร์ในวันเดียวกันนั้นด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ PlayStation ประกาศยุติการผลิตสื่อในรูปแบบแผ่นนั้นมันกลับส่งผลดีต่อบริษัทในแง่ของการลงทุน เนื่องจากหุ้นของโซนี่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นและเติบโตขึ้นเรื่อยๆนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยข้อมูล ณ วันที่ 8 กรกฎาคม หุ้นของโซนี่มีราคาอยู่ที่ 21.15 ดอลลาร์ต่อหุ้น ถึงแม้ว่าการประกาศดังกล่าวจะสร้างความหวาดวิตกในหมู่เกมเมอร์ ทว่าในมุมมองของนักลงทุนกลับเล็งเห็นว่านี่คืออนาคตที่จะมาช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลกำไร
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
gamerant
*ทีมงานผู้จัดการเกม เรียนเชิญผู้อ่านทุกท่านร่วมเป็นแฟนเพจ ManagerGame ทางเฟซบุ๊กเพื่อเพิ่มช่องทางการรับรู้ข่าวสารวงการเกมครับ*


