ด้วยกระแสตอบรับที่เกินความคาดหมายของ "Granblue Fantasy: Relink" ทำให้ทาง Cygames ตัดสินใจที่จะสานต่อเรื่องราว ซึ่งไม่ใช่แค่เนื้อหาเสริมเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เป็น Expansion ขนาดใหญ่ที่มีระบบใหม่เพิ่มเข้ามามากมาย โดยทีมงานผู้จัดการเกมมีโอกาสได้เข้าร่วมทดลองเล่นเนื้อหาบางส่วนของ "Endless Ragnarok" ที่บอกได้เลยว่าถูกใจแฟน ๆ แน่นอน
"Endless Ragnarok" คือเนื้อหาเสริมขนาดใหญ่ที่มีการเพิ่มคอนเทนต์ทั้งแบบเล่นคนเดียวและมัลติเพลเยอร์ มอบการผจญภัยไร้ที่สิ้นสุดให้กับนักรบแห่งท้องฟ้าทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า โดยผู้ที่มีเกม "Granblue Fantasy: Relink" สามารถซื้อส่วนเสริม "Endless Ragnarok" และใช้เซฟเดิมเล่นต่อได้ แต่การเข้าถึงเนื้อหาใหม่จะต้องเอาชนะบอส Proto Bahamut ในเควสต์ "The Tale of Bahamut's Rage" เพื่อจบเนื้อเรื่องหลักของ Relink ก่อน
เนื้อเรื่องหลักจะดำเนินเรื่องต่อเนื่องหลังจากที่แผนการของ Astral Lilith ถูกขัดขวาง แต่สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงเริ่มก่อตัวขึ้นภายในอาณาจักร Zegagrande Skydom สิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดที่เรียกว่า "ragnalia" ประกาศถึงวันสิ้นโลก ประตูแห่งความลึกลับดึงดูดผู้ท้าทายที่คิดจะเข้ามาสู่ดินแดนแห่งความโกลาหล และแม้แต่ Beelzebub ผู้ยิ่งใหญ่พร้อมปีกเหล็กของเขา ก็ลงมายัง Zegagrand
หนึ่งในระบบใหม่ที่เพิ่มเข้ามาคือระบบ Summon หรือการอัญเชิญพรรคพวกมาร่วมต่อสู้ สามารถใช้ได้เฉพาะในเควสต์ระดับความยาก Chaos ขึ้นไป ซึ่ง Summon บางตัวเราสามารถบังคับได้เอง ขณะที่บางตัวจะมอบบัฟให้กับปาร์ตี้ โดยภายในเกมมี Summon ให้เราสะสมมากกว่า 100 ตัว หาได้จากการทำเควสต์ต่าง ๆ ซึ่งมีตั้งแต่แมวบ้าน เหล่า NPC ในเมือง ไปจนถึงสัตว์อสูรในตำนาน เราสามารถติดตั้ง Summon ได้สูงสุด 4 ตัว แต่ละตัวจะมอบโบนัสแบบพาสซีฟ ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีในการเพิ่มความสามารถให้กับตัวละคร และยังเพิ่มมิติใหม่ให้กับกลยุทธ์การต่อสู้อีกด้วย
การ Summon จะต้องสะสมเกจจากการใช้ Link Attacks และ Skybound Arts โดยสามารถเก็บได้สูงสุด 3 เกจ แต่ละตัวใช้จำนวนเกจในการอัญเชิญต่างกัน เราจึงต้องคิดให้ดีว่าจะเลือกใช้ Summon ตัวใดในสถานการณ์ไหน นอกจากนี้ยังมีท่าโจมตีพิเศษที่เรียกว่า Primal Burst ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อปาร์ตี้เข้าสู่ช่วงเวลา Link และสมาชิกปาร์ตี้ทุกคนใช้ท่าไม้ตาย Skybound Arts ครบ Lyria จะเรียกสัตว์อสูรออกมาใช้ท่าโจมตีสุดอลังการปิดฉากศัตรู ถือเป็นช่วงเวลาพิเศษที่เราจะได้ชมคัทซีนแอนิเมชั่นสุดเท่ของสัตว์อสูรในรูปแบบสามมิติ จากที่เคยเห็นเพียงแบบสองมิติในเกมต้นฉบับเท่านั้น
อีกหนึ่งระบบที่สำคัญไม่แพ้กันคือ Master Traits ที่จะขยายขีดความสามารถตัวละครให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยตัวละครที่มีเลเวล 100 จะสามารถปลดล็อค Master Level และเลือกหนึ่งในสามสไตล์การเล่นได้ แต่ละสไตล์จะมอบโบนัสค่าสถานะและ Perk ที่แตกต่างกัน เมื่อ Master Level สูงขึ้น โบนัสค่าสถานะและ Perk ที่ติดตั้งได้จะยิ่งเพิ่มขึ้น ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนสไตล์ได้ตลอดเวลา ทำให้แนวทางการเล่นของทุกตัวละครมีความหลากหลาย การจัดทีมก็จะไม่ถูกจำกัดอยู่แค่รูปแบบเดิม ๆ เพราะเราสามารถเปลี่ยนสไตล์และผสมผสาน Perk เพื่อพัฒนาตัวละครให้ตอบโจทย์แนวทางการเล่นของเราได้
เมื่อแนวทางการพัฒนาตัวละครมีมากขึ้น สิ่งสำคัญคือทรัพยากรที่ใช้ในการอัปเกรด Conflux คือโหมดผู้เล่นคนเดียวสไตล์ Roguelike ที่เพิ่มเข้ามาเพื่อตอบโจทย์ในจุดนี้ เมื่อเราเคลียร์ด่านทดสอบในแต่ละชั้นจะได้รับคะแนน Conflux และคะแนน Resonance สำหรับซื้อบัฟพิเศษ (มีผลเฉพาะใน Conflux เท่านั้น) และเลือกพื้นที่ชั้นถัดไป บางชั้นต้องสู้กับมอนสเตอร์ บางชั้นเป็นมินิเกม บางชั้นเป็นอีเวนท์พิเศษที่คาดเดาไม่ได้ และทุกสี่ชั้นจะได้เจอกับบอสที่เราต้องเอาชนะเพื่อรับรางวัลเป็นทรัพยากรสำหรับพัฒนาตัวละคร ถือเป็นโหมดที่เหมาะสำหรับผู้เล่นที่แสวงหาความท้าทาย และอยากพัฒนาตัวละครไปให้ถึงจุดสูงสุด
นอกจากฟีเจอร์ใหม่ข้างต้น ยังมีการเพิ่มตัวละครใหม่ เควสต์เสริมใหม่ บอสใหม่ และปรับปรุงคุณภาพชีวิตในเกมเกือบทุกด้าน เพื่อให้ผู้เล่นสามารถเข้าถึงได้ง่ายและสนุกกับการผจญภัยแบบไม่รู้จับ สมชื่อ "Endless Ragnarok" โดยตัวเกมจะวางจำหน่ายในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ บน Nintendo Switch 2, PlayStation 5, PlayStation 4 และ Steam ดาวน์โหลดเดโมได้แล้วที่ Nintendo Store, PlayStation Store และ Steam ติดตามรายละเอียดเกมเพิ่มเติมได้ที่ https://relink-ragnarok.granbluefantasy.com/en/
*ทีมงานผู้จัดการเกม เรียนเชิญผู้อ่านทุกท่านร่วมเป็นแฟนเพจ ManagerGame ทางเฟซบุ๊กเพื่อเพิ่มช่องทางการรับข่าวสารวงการเกมครับ*


