สัมภาษณ์พิเศษคุณ เดมี่ กวน (Demi Guan) โปรดิวเซอร์ของ "Road to Empress II" (ฮ่องเต้หญิงฟ้าลิขิต II) จาก New One Studio เกม FMV ที่ทุ่มทุนสร้างระดับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ พร้อมฉีกกรอบการเล่นแบบเดิม ๆ
1. อะไรคือแรงบันดาลใจหลักในการสร้าง Road to Empress II (ฮ่องเต้หญิงฟ้าลิขิต II)? และในภาคต่อนี้ มีเหตุการณ์หรือบุคคลทางประวัติศาสตร์ที่ทีมงานอยากนำมาต่อยอดหรือถ่ายทอดเป็นพิเศษหรือไม่?
คุณเดมี่: จาก Road to Empress I (ฮ่องเต้หญิงฟ้าลิขิต I) เราได้เห็นว่าผู้เล่นตอบรับเรื่องราวการผจญภัยในวังหลวงที่เล่าแบบภาพยนตร์ ผสมผสานการตัดสินใจ การชิงไหวชิงพริบ และเรื่องราวที่เข้มข้น ทั้งรีวิว “แง่บวกเป็นอย่างยิ่ง” บน Steam และคะแนน 83/84 บน Metacritic ทำให้เราเห็นว่ามีผู้เล่นจำนวนมากที่สนใจประสบการณ์ภาพยนตร์แบบโต้ตอบที่ใช้นักแสดงจริง และเนื้อเรื่องจากการเล่าเรื่องในราชสำนักตะวันออก
สำหรับภาคต่อ เราอยากไปไกลกว่าการเล่าเรื่องการเอาตัวรอดในวังหลวง เราอยากให้ผู้เล่นได้สัมผัสว่าการมีอำนาจและอิทธิพลจริง ๆ เป็นอย่างไร ในโลกที่ทุกการตัดสินใจ ทุกคำพูดที่เลือกที่จะพูดหรือเงียบไว้ ทุกการแสดงความเมตตา และทุกคำสั่งที่สั่งออกไป สามารถเปลี่ยนดุลอำนาจได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ Road to Empress II (ฮ่องเต้หญิงฟ้าลิขิต II) ขยายบทบาทของผู้เล่นให้มากขึ้น ผ่านฟุตเทจใหม่ความยาวรวมกว่า 1,000 นาที พร้อมระบบการโต้ตอบที่อัปเกรดขึ้น เช่น การอ่านคำร้องจากขุนนาง การออกราชโองการ และการบริหารกลุ่มอำนาจต่าง ๆ ระบบเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้เล่นรู้สึกว่าอำนาจไม่ใช่แค่สิ่งที่อยู่ในบทสนทนา แต่เป็นสิ่งที่ต้องลงมือใช้ คิดเชิงกลยุทธ์ และรับผลลัพธ์จากการตัดสินใจของตัวเอง
ในแง่วัฒนธรรม ตัวผลงานได้รับแรงบันดาลใจจากบรรยากาศและความงดงามของราชสำนัก รวมถึงสุนทรียศาสตร์แบบตะวันออกดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้มุ่งนำเสนอเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์โดยตรง แต่เลือกสร้างโลกสมมติที่หยิบยืมกลิ่นอายและแรงบันดาลใจจากองค์ประกอบเหล่านั้นมาเป็นพื้นฐาน เพื่อให้ผู้เล่นได้สำรวจเรื่องของความทะเยอทะยาน ความภักดี การยับยั้งชั่งใจ การชิงไหวชิงพริบ และราคาที่ต้องจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ แนวทางการสร้างสรรค์นี้ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ของ New One Studio ที่ต้องการสร้างประสบการณ์ FMV ซึ่งผสมผสานวัฒนธรรมตะวันออกเข้ากับการเล่าเรื่องแบบอินเทอร์แอ็กทีฟ
2. ธีมของการก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดแห่งอำนาจในราชสำนักมีความสำคัญต่อ Road to Empress II (ฮ่องเต้หญิงฟ้าลิขิต II) มากน้อยเพียงใด? และทีมงานอยากถ่ายทอดแนวคิดหรือมุมมองอะไรให้กับผู้เล่นยุคปัจจุบันผ่านเรื่องราวนี้?
คุณเดมี่: ธีมนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของ Road to Empress II (ฮ่องเต้หญิงฟ้าลิขิต II) อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราให้ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่การไปถึงจุดสูงสุดของอำนาจเพียงอย่างเดียว แต่คือการสำรวจทางเลือกต่าง ๆ และการตัดสินใจที่ผู้เล่นต้องเผชิญระหว่างการเดินทางสู่จุดนั้นมากกว่า
เมื่อผู้เล่นก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่มีอำนาจและอิทธิพลมากขึ้น พวกเขาจะต้องเผชิญกับทางเลือกที่ซับซ้อนและท้าทายยิ่งกว่าเดิม ซึ่งอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ พันธมิตรทางการเมือง และทิศทางของราชสำนักโดยรวม เราต้องการสะท้อนให้เห็นว่าอำนาจไม่ใช่สิ่งที่ได้มาโดยง่าย ทุกการตัดสินใจอาจนำมาซึ่งโอกาสใหม่ๆ แต่ก็มักมาพร้อมกับผลกระทบ สิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยน และการเสียสละ
แก่นสำคัญของเกมคือแนวคิดที่ว่า “ทุกการตัดสินใจย่อมมีสิ่งที่ต้องแลก” เราอยากให้ผู้เล่นได้สัมผัสว่าอำนาจไม่ได้เป็นเพียงตำแหน่งหรือสถานะ แต่เกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ ความไว้วางใจ การสร้างพันธมิตร การเลือกจังหวะที่เหมาะสม รวมถึงความสามารถในการอดทนและเสียสละเมื่อจำเป็น ตลอดเส้นทางของเรื่องราว ผู้เล่นจะไม่ได้เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์จากภายนอก แต่จะถูกดึงเข้าไปอยู่ท่ามกลางเกมการเมืองที่ซับซ้อน ซึ่งทุกการตัดสินใจสามารถส่งผลต่อความเชื่อใจ อิทธิพล และทิศทางของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในโลกของเกมได้
สำหรับผู้เล่นยุคปัจจุบัน เราหวังว่าเกมจะทำให้พวกเขาได้คิดว่าทางเลือกต่าง ๆ เป็นตัวกำหนดความเป็นผู้นำอย่างไร แม้ความท้าทายในเกมจะเกิดขึ้นในราชสำนักสมมติ แต่คำถามเรื่องความไว้วางใจ ความรับผิดชอบ และผลลัพธ์จากการตัดสินใจยังคงเป็นสิ่งที่ผู้เล่นสามารถเชื่อมโยงได้เสมอ
3. การพัฒนาประสบการณ์ภาพยนตร์แบบโต้ตอบที่ใช้นักแสดงจริงในระดับโปรดักชันเช่นนี้มีความท้าทายอย่างไรบ้าง? และในยุคที่เกมส่วนใหญ่เลือกใช้กราฟิก 3D อะไรคือเหตุผลที่ทีมงานยังคงเลือกเล่าเรื่องผ่านรูปแบบไลฟ์แอ็กชัน?
คุณเดมี่: อารมณ์และความรู้สึกที่จะถูกถ่ายทอดออกมาได้ดีที่สุดผ่านการแสดงของคนจริง ไม่ว่าจะเป็นสายตา สีหน้า หรือภาษากาย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เรายังคงเชื่อในเสน่ห์ของประสบการณ์ภาพยนตร์แบบโต้ตอบที่ใช้นักแสดงจริง แม้ว่าการพัฒนาเกมรูปแบบนี้จะมีความท้าทายสูง เพราะต้องผสมผสานกระบวนการสร้างภาพยนตร์เข้ากับการออกแบบเกมอย่างใกล้ชิด ทุกฉากต้องทำหน้าที่ทั้งเล่าเรื่อง สร้างอารมณ์ และรองรับเส้นทางการตัดสินใจที่แตกต่างกันของผู้เล่นไปพร้อมกัน หลังจากได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากภาคแรก เราต้องการพัฒนาประสบการณ์ในภาคต่อให้ก้าวไปอีกขั้น โดยเชื่อมโยงการตัดสินใจของผู้เล่นเข้ากับการเล่าเรื่องแบบภาพยนตร์ให้ให้ลึกซึ้งและเป็นธรรมชาติมากขึ้น เราอยากให้ทุกทางเลือกส่งผลสำคัญต่อเรื่องราวจริงๆ และทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่าการตัดสินใจของตนมีคุณค่า ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาความสมจริงและพลังทางอารมณ์ที่การแสดงแบบไลฟ์แอ็กชันสามารถมอบให้ได้อย่างโดดเด่น
สำหรับ Road to Empress II (ฮ่องเต้หญิงฟ้าลิขิต II) ความท้าทายคือการขยายสเกลของโปรดักชันให้ใหญ่ขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องทำให้ผู้เล่นรู้สึกเชื่อมโยงกับแรงกดดันและความจริงของชีวิตในราชสำนักมากขึ้น ในโลกที่ความไว้วางใจสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว และทุกการตัดสินใจมีผลลัพธ์ตามมา แม้เพียงการแสดงทางสายตาสั้นๆ หรือช่วงเวลาที่ตัวละครลังเล ก็สามารถสื่อความหมายสำคัญต่อเรื่องราว และรูปแบบไลฟ์แอ็กชันช่วยให้เราถ่ายทอดรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้ให้กลายเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์ผู้เล่นได้
ภาคต่อนี้มีฟุตเทจใหม่ความยาวรวมกว่า 1,000 นาที โดยเวอร์ชัน PC รองรับการแสดงผลสูงสุดระดับ 4K พร้อมระบบที่อัปเกรดขึ้น เช่น การอ่านคำร้องจากขุนนาง การออกราชโองการ และการบริหารกลุ่มอำนาจต่าง ๆ สำหรับเรา นี่คือจุดที่รูปแบบนี้น่าสนใจมาก เพราะผู้เล่นไม่ได้แค่นั่งดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่สามารถมีอิทธิพลต่อความสัมพันธ์ พลวัตในราชสำนัก และทิศทางของเรื่องราวผ่านการตัดสินใจของตัวเองได้
ทิศทางด้านภาพก็เป็นอีกองค์ประกอบสำคัญ เราวางให้ Road to Empress II เป็นเหมือน “ประสบการณ์ทางภาพที่ถ่ายทอดเสน่ห์และความงดงามของสุนทรียศาสตร์ตะวันออกอย่างเต็มรูปแบบ” ผ่านฉากที่สร้างขึ้นอย่างประณีต แสงแบบภาพยนตร์ รายละเอียดงานศิลป์ตะวันออกดั้งเดิม และดนตรีที่ช่วยสร้างบรรยากาศ ทั้งหมดนี้ทำให้ผลงานมีตัวตนที่ชัดเจน และมีเอกลักษณ์ของตัวเอง แทนที่จะเดินตามแบบเกมแฟนตาซีที่คุ้นเคยกันทั่วไป
4. ทีมงานมีแนวทางในการคัดเลือกนักแสดงอย่างไร? และระหว่างการถ่ายทำ มีเคมีระหว่างนักแสดงหรือเรื่องราวเบื้องหลังที่สร้างความประทับใจให้กับทีมงานเป็นพิเศษหรือไม่?
คุณเดมี่: การคัดเลือกนักแสดงถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของการสร้างเกม เพราะเรื่องราวเกี่ยวกับอำนาจไม่ได้ถูกสื่อสารผ่านคำพูดเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนออกมาผ่านสายตา ท่าที ความลังเล และช่วงเวลาของความเงียบ ตัวละครอาจพูดสิ่งหนึ่งออกมา แต่สิ่งที่พวกเขารู้สึกหรือซ่อนอยู่ภายในอาจเป็นอีกเรื่องหนึ่งโดยสิ้นเชิง
สำหรับ Road to Empress II เราจึงมองหานักแสดงที่สามารถถ่ายทอดความซับซ้อนทางอารมณ์เหล่านี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพราะราชสำนักในเรื่องไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ดำเนินเหตุการณ์ แต่เป็นโลกที่เต็มไปด้วยความสัมพันธ์อันละเอียดอ่อน ซึ่งทุกความใกล้ชิด ทุกความไว้วางใจ และทุกความขัดแย้งสามารถกลายเป็นประเด็นทางการเมืองได้เสมอ ความสัมพันธ์ในวังหลวงจึงไม่เคยเรียบง่ายหรือชัดเจน มีทั้งความภักดี การแข่งขัน ความทะเยอทะยาน และผลประโยชน์ที่ทับซ้อนกันอยู่ตลอดเวลา ทำให้เคมีระหว่างนักแสดงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการทำให้ตัวละครและความสัมพันธ์เหล่านั้นดูสมจริงและน่าเชื่อถือ
ทีมนักแสดงของเราประกอบด้วย Kuan Hung, Evie Huang, Zeawo และ Hana Lin รวมถึงนักแสดงอีกหลายท่านที่มาร่วมสร้างสีสันให้กับเรื่องราว แต่ละคนมีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับตัวละคร ทำให้ความสัมพันธ์บนหน้าจอมีความลึกซึ้งมากขึ้น และช่วยถ่ายทอดทั้งความไว้วางใจ ความขัดแย้ง และความทะเยอทะยานที่เป็นหัวใจสำคัญของเรื่องได้อย่างมีพลัง
หนึ่งในสิ่งที่สร้างความประทับใจให้กับทีมงานมากที่สุดระหว่างการถ่ายทำ คือการได้เห็นว่ารายละเอียดเล็ก ๆ ในการแสดงสามารถเปลี่ยนความรู้สึกของทั้งฉากได้อย่างไร นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เรายังคงเชื่อมั่นในพลังของการเล่าเรื่องแบบไลฟ์แอ็กชัน เพราะในประสบการณ์ภาพยนตร์แบบโต้ตอบที่ใช้นักแสดงจริง ผู้เล่นไม่ได้เพียงติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังต้องสังเกต ทำความเข้าใจ และตีความผู้คนที่อยู่ในโลกของเรื่องราวไปพร้อมกันด้วย
5. ระบบใหม่ในภาคนี้ เช่น การอ่านคำร้องจากขุนนาง และการออกราชโองการ มีจุดเริ่มต้นมาจากแนวคิดใด? และระบบเหล่านี้ช่วยเสริมประสบการณ์การเล่น รวมถึงส่งผลต่อความเป็นไปได้ต่าง ๆ ภายในเรื่องมากน้อยเพียงใด?
คุณเดมี่: ระบบเหล่านี้ถูกเพิ่มเข้ามาเพราะเราอยากให้ผู้เล่นไม่ได้สัมผัสแค่เส้นทางสู่การมีอำนาจ แต่ยังได้สัมผัสความรู้สึกจริงของการมีอำนาจนั้นในมือ
ในภาคแรก ผู้เล่นได้เผชิญกับความท้าทายของการเอาตัวรอดภายในวังหลวง แต่ใน Road to Empress II เราอยากขยายประสบการณ์นั้นไปอีกขั้น ด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้สัมผัสว่าการอยู่ในจุดสูงสุดของอำนาจเป็นอย่างไร แม้แกนหลักของเรื่องจะยังขับเคลื่อนด้วยการตัดสินใจและความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร แต่ระบบอย่างการอ่านคำร้องจากขุนนางและการออกราชโองการจะช่วยให้ผู้เล่นได้มีส่วนร่วมกับบทบาทของผู้ปกครองมากขึ้น
จุดเริ่มต้นของระบบเหล่านี้มาจากคำถามง่าย ๆ ว่า หากคุณได้นั่งอยู่บนบัลลังก์จริง ๆ การปกครองบ้านเมืองจะให้ความรู้สึกแบบใด?
เราอยากให้ผู้เล่นไม่ได้พบแค่เหตุการณ์การเมืองครั้งใหญ่ แต่ยังได้เจอกับเรื่องราวไม่คาดคิด เรื่องชวนยิ้ม และสถานการณ์หลากหลายที่เป็นส่วนหนึ่งของการปกครองเช่นกัน ผ่านการอ่านคำร้องและการออกราชโองการ ผู้เล่นสามารถพิจารณาคำขอต่าง ๆ มอบรางวัลแก่ผู้มีความดีความชอบ ตัดสินข้อพิพาท และสัมผัสทั้งความรับผิดชอบและสีสันของชีวิตในฐานะฮ่องเต้หญิง
ระบบเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความรู้สึกมีส่วนร่วมและการสวมบทบาทเป็นหลัก มากกว่าจะเปลี่ยนทิศทางของเนื้อเรื่องโดยตรง โดยช่วยให้โลกในเกมดูมีชีวิตมากขึ้น และทำให้ประสบการณ์ของการปกครองรู้สึกสมจริงและจับต้องได้ยิ่งกว่าเดิม
6. หลังจาก Road to Empress II (ฮ่องเต้หญิงฟ้าลิขิต II) ทีมงานมีแนวคิดเกี่ยวกับภาคต่อหรือผลงานภาคแยกไว้แล้วหรือไม่? และมีความสนใจที่จะนำเสนอเรื่องราวในยุคราชวงศ์หรือบริบททางประวัติศาสตร์อื่น ๆ ในอนาคตหรือไม่?คุณเดมี่: ขณะนี้ สิ่งที่เราให้ความสำคัญมากที่สุดคือการนำ Road to Empress II (ฮ่องเต้หญิงฟ้าลิขิต II) ไปสู่ผู้เล่น และเปิดโอกาสให้พวกเขาได้สัมผัสเรื่องราว ตัวละคร และระบบใหม่ ๆ ที่เราพัฒนาขึ้นสำหรับภาคนี้อย่างเต็มที่ เราตั้งตารอรับฟังความคิดเห็นจากผู้เล่นในจากหลายประเทศ เพราะเสียงตอบรับเหล่านั้นจะมีบทบาทสำคัญต่อทิศทางของซีรีส์ในอนาคต
ความสำเร็จและเสียงตอบรับเชิงบวกของ Road to Empress I ทำให้เราเชื่อมั่นว่ามีผู้เล่นจำนวนมากที่สนใจประสบการณ์ภาพยนตร์แบบโต้ตอบที่ใช้นักแสดงจริง ซึ่งผสานเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม อารมณ์ที่เข้มข้น และการเล่าเรื่องที่ขับเคลื่อนด้วยการตัดสินใจของผู้เล่นเข้าด้วยกัน
เรากำลังพิจารณาอนาคตของผลงานแนวนี้อยู่อยู่เช่นกัน โลกของ Road to Empress ยังมีเรื่องราวและความเป็นไปได้อีกมากมายให้สำรวจ และธีมหลักของซีรีส์ก็สามารถนำเสนอผ่านมุมมอง ฉากหลัง และเส้นทางชีวิตของตัวละครที่แตกต่างกันได้อีกหลากหลายรูปแบบ
ในภาพรวม เรายังคงสนใจที่จะค้นหาว่าเรื่องราวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมสามารถเข้าถึงผู้เล่นทั่วโลกผ่านการเล่าเรื่องแบบอินเทอร์แอ็กทีฟได้อย่างไร ในฐานะทีมพัฒนาอิสระที่มุ่งสร้างประสบการณ์ FMV ซึ่งผสมผสานวัฒนธรรมตะวันออกเข้ากับการเล่าเรื่องแบบอินเทอร์แอ็กทีฟ นี่จะยังคงเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาผลงานของเราต่อไป เราตั้งใจที่จะสำรวจการเล่าเรื่องแบบอินเทอร์แอ็กทีฟ ในแนวทางและฉากหลังที่หลากหลายยิ่งขึ้น พร้อมมองหาวิธีถ่ายทอดจินตนาการและแรงบันดาลใจทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ผู้เล่นสามารถเข้าถึงและรู้สึกเชื่อมโยงได้ทั้งในด้านอารมณ์ ความใกล้ชิด และความผูกพันต่อเรื่องราว
Road to Empress II (ฮ่องเต้หญิงฟ้าลิขิต II) วางจำหน่ายแล้วบน Steam, App Store และ Google Play สำหรับเวอร์ชัน Nintendo Switch กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา ติดตามรายละเอียดเกมเพิ่มเติมได้ที่ https://roadtoempress.com/en/index.html
*ทีมงานผู้จัดการเกม เรียนเชิญผู้อ่านทุกท่านร่วมเป็นแฟนเพจ ManagerGame ทางเฟซบุ๊กเพื่อเพิ่มช่องทางการรับข่าวสารวงการเกมครับ*


