แนวเกม แข่งมอเตอร์ไซค์
แพลตฟอร์ม PS5, Xbox Series, PC
เรตเกม PEGI: 3 เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 3 ปีขึ้นไป
ฤดูกาลใหม่ของซีรีส์เกมซิมฯสองล้อ ที่พร้อมเปิดสนามต้อนรับผู้เล่นทุกระดับประสบการณ์ ขอเพียงแค่คุณมีใจรักในความเร็วและชอบแว๊นเป็นพอ!
RIDE 6 นับเป็นผลงานใหม่อีกหนึ่งไตเติ้ลในแฟรนไชส์จำลองขับขี่มอเตอร์ไซค์ของทีมพัฒนาสัญชาติอิตาลีผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ MotoGP อย่าง Milestone โดยรอบนี้บรรยากาศของมันอาจไม่ได้ดูเคร่งเครียดซีเรียสจริงจังเหมือนอย่างภาคที่ผ่านๆมา เนื่องจากตีมคอนเซปต์หลักของภาคล่าสุดนี้คือ "RIDE FEST" เทศกาลยานยนต์สองล้อที่จัดเต็มไปด้วยสีสันและความบันเทิงเจริญตามรอยกระแสนิยม ณ ปัจจุบันที่ไม่ว่าใครๆก็อยากเด่นอยากดังอยากประสบความสำเร็จได้อย่างเกม Forza Horizon
โหมดอาชีพ Career ในภาคใหม่นี้ถูกออกแบบมาให้ดูเรียบง่ายเหมือนสไตล์เกมมือถือ คุณเพียงแค่เลือกเข้าเล่นการแข่งขันที่ตนถนัดเพื่อเก็บสะสมดาวไปเรื่อยๆ เมื่อดาวคุณครบถึงเกณฑ์ที่กำหนดระบบก็จะปลดล็อคโซนพื้นที่อีเวนท์ถัดไปมาให้เล่นโดยอัตโนมัติ ส่วนเงื่อนไขในการได้รับดาวมานั้น บางอีเวนท์อาจกำหนดให้คุณต้องติดท็อป 5 หรือบางอีเวนท์ต้องทำความเร็วสูงสุดให้ได้ถึงที่กำหนด ฉะนั้นมือใหม่ไม่ต้องกังวลใจเพราะเราไม่จำเป็นต้องเข้าวินติดอันดับหนึ่งในทุกๆรายการแข่งขัน แถมเงินทองเองก็แทบไม่ต้องใช้จ่ายอาศัยเช่ายืมมอเตอร์ไซค์ด่านนั้นๆเอามาขับก่อนได้ นี่ยังไม่นับพวกรถแจกฟรีที่เป็นของรางวัลจากการเคลียร์อีเวนท์อีกนะ เรียกว่านั่งเล่นไปแบบสบายๆชิลๆไม่ต้องเครียด
อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่า หัวใจสำคัญของภาคหกนี้อยู่ที่การเพิ่มมอเตอร์ไซค์สายพันธุ์ใหม่เข้ามาอีก 2 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ Bagger มอเตอร์ไซค์สไตล์ครุยเซอร์เน้นขับขี่ทางไกลอันมีจุดเด่นตรงกระเป๋าสองข้างด้านหลังที่ติดตั้งมาจากโรงงาน และ Maxi Enduro มอเตอร์ไซค์สายลุยเหมาะวิ่งในเส้นทางวิบาก ซึ่งต้องบอกว่าการมาของทั้งคู่ได้เปลี่ยนประสบการณ์ซีรีส์เกม RIDE ไปจากเดิม โดยเฉพาะสายลุยฝุ่นที่มีการควบคุมแยกโดดเป็นอิสระเฉพาะตัว คุณสามารถบิดมาแรงๆแล้วดริฟต์เข้าโค้งได้ทันที จะไถลเบี่ยงซ้ายเบี่ยงขวาได้หมดไม่ต้องสนไลน์ ขับเบียดชนคู่แข่งคันข้างๆกันอย่างเมามันส์ เหมือนเป็นสถานที่ให้เราได้ระบายปลดปล่อยอารมณ์ความอัดอั้นจากการแข่งขันในสนามเซอร์กิตหรือสนามทางเรียบภายในเมืองที่เผลอเร่งเพลินเอียงทำมุมผิดองศานิดหน่อย ก็หัวทิ่มกินดินกินหญ้า ชนผนังรั้วกั้น ดับคาเสาไฟฟ้าแล้วนั่นเอง
การแข่งขันจะยากหรือง่ายมันขึ้นอยู่กับโหมดประสบการณ์ที่เราเลือกในตอนแรก หากเลือกแบบ Arcade การเล่นก็จะออกแนวแคชชวลขับง่ายสบายหน่อยมีตัวช่วยเหลือมากมาย แต่ถ้าใครเลือกเล่นแบบ Pro ก็จงเตรียมรับความตึงเครียดกดดันเสมือนแข่งในชีวิตจริงได้เลย โดยภาคนี้ยังคงมีฟีเจอร์ Rewind เอาไว้ให้ผู้เล่นกดย้อนเวลายามเกิดอุบัติเหตุได้ตลอดเหมือนภาคก่อนๆ แต่จงอย่าลืมว่าของรางวัลที่ได้รับหลังแข่งจบก็จะถูกหักลดหลั่นลงไปตามจำนวนฟีเจอร์ตัวช่วยเหลือที่เราเปิดใช้งานด้วยนะ
ด้วยขุมพลังจาก Unreal Engine เวอร์ชัน 5.6 จึงส่งผลทำให้บรรยากาศภายในเกม ทั้งโมเดลรถ ทิวทัศน์สนามแข่ง และสภาพอากาศฟ้าฝน แลดูสมจริงใกล้เคียงภาพถ่ายเลยทีเดียว อีกทั้งเรื่องของเสียงเครื่องยนต์รถมอเตอร์ไซค์แต่ละคันเวลาบิดเร่งก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันชัดเจน พวกรถแบ็กเกอร์เสียงก็จะออกทุ้มๆเท่ดุดัน ในขณะที่พวกรถสกู๊ตเตอร์เสียงท่อก็จะดังหวี่เหมือนเรือหางยาวแล่นในคลอง พูดได้ว่ามันเรียลสมจริงแทบทุกสิ่งอย่าง ยกเว้นเพียงแค่เรื่องใบหน้านักขับที่ผ่านมากี่ภาคก็ยังคงหลอนไม่เคยเปลี่ยน
รถมอเตอร์ไซค์ตั้งต้นที่ขนมาให้ขับเท่าที่ไล่นับดูมันมีจำนวนมากถึง 159 คันจากหลายค่ายผู้ผลิตชั้นนำ (ตามภาพประกอบ) โดยรถทุกคันที่จ่ายเงินซื้อมาแล้วเราสามารถเข้าไปอัพเกรดเพิ่มสมรรถนะ เปลี่ยนล้อ เปลี่ยนท่อไอเสีย เลือกปรับแต่งสีสันลวดลายได้ตามใจชอบ จะเอาลายสำเร็จรูปจากโรงงานหรือจะดาวน์โหลดลวดลายที่ผู้เล่นคนอื่นสร้างแชร์ไว้นำมาใช้กับรถของตัวเองก็ได้ทั้งนั้น ส่วนใครที่ยังพอมีเงินเหลือหลังจากแต่งรถก็เอามา เลือกซื้อชุดแข่งขัน เปลี่ยนสนับแข้ง หมวกกันน็อค ให้กับตัวละครนักขับของเราได้ ซึ่งลวดลายสีสันบนหมวกและชุดแข่งล้วนสามารถปรับแต่งได้อย่างอิสระเช่นเดียวกัน
ทางด้านโหมดออนไลน์มัลติเพลย์เยอร์ จากการที่ตัวเกมรองรับฟีเจอร์เล่นร่วมกันข้ามแพลตฟอร์มจึงทำให้บรรยากาศไม่ดูเงียบเหงามีคนออนฯเปิดล็อบบี้พร้อมต้อนรับสมาชิกอยู่ตลอด ห้องหนึ่งสามารถจุปาร์ตี้ได้มากสูงสุด 12 คน โดยผู้เล่นมือใหม่ที่เลือกสไตล์ขับขี่แบบง่าย Arcade กับผู้เล่นขาเซียนที่เลือกสไตล์ขับแบบสมจริง Pro ทั้งคู่สามารถจอยแมตช์แข่งขันร่วมกันได้ ซึ่งตัวเกมจะรักษาสมดุลด้วยการล็อคเมนูตั้งค่ารถขั้นสูงเอาไว้ให้กับผู้เล่นที่เลือกขับแบบ Pro เท่านั้น เป็นการเปิดโอกาสให้เหล่าลูกเจี๊ยบเข้าไปแข่งพอสนุกขำๆได้แต่โอกาสชนะก็จะริบหรี่น้อยกว่าคนที่ขับเป็นขับเก่งนั่นเอง ส่วนเรื่องอุบัติเหตุสะกิดเฉี่ยวชนจากผู้เล่นที่ไร้มารยาทนั้นสามารถตัดทิ้งออกไปจากสมการได้เลย เพราะรถทุกคันในสนามล้วนเป็น "ร่างเงา" แล่นทะลุผ่านกันได้หมด ดังนั้นจึงไม่มีใครที่จะมาทำให้คุณพลาดจังหวะเสียตำแหน่งโพซิชั่นได้นอกจากตัวคุณเอง
"RIDE 6 คือหลักฐานบ่งชี้ถึงพัฒนาการของแฟรนไชส์ที่มีมายาวนานกว่า 10 กว่าปี ทั้งเรื่องฟิสิกส์การขับขี่และภาพบรรยากาศ ทุกสิ่งอย่างล้วนถูกขัดเกลาให้ดียิ่งขึ้นในทุกๆภาค แม้ความแตกต่างมันอาจไม่ได้มากมายนักจนสังเกตเห็นได้ชัด เพราะหากใครมองหาการเปลี่ยนแปลงระดับ 'ปฏิวัติ' คงต้องเฝ้ารอวันให้ซีรีส์นี้กลายพันธุ์เป็นเกมโอเพ่นเวิลด์แบบเต็มตัวเสียก่อน ถ้าตอนนั้นคุณยังมีลมหายใจอยู่น่ะนะ"
| เกมเพลย์ | 8 |
| ความเข้าถึงง่าย | 9 |
| กราฟิก | 8 |
| เสียง | 8 |
| โหมดออนไลน์ | 8 |
| ความคิดสร้างสรรค์ | 7 |
| ภาพรวม | 8 |
สนับสนุนบทความรีวิวโดยบริษัท PLAION
*ทีมงานผู้จัดการเกม เรียนเชิญผู้อ่านทุกท่านร่วมเป็นแฟนเพจ ManagerGame ทางเฟซบุ๊กเพื่อเพิ่มช่องทางการรับรู้ข่าวสารวงการเกมครับ*


