xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กเน” ลั่นภายใน 5 ปี อีสปอร์ตไทยไปท็อปโลก เล็งดึงดีกรีแชมป์เสริมทัพ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ในงานเปิดตัว พรีเดเตอร์ อารีนา ณ สนามช้างอารีนา จังหวัดบุรีรัมย์ บิ๊กเน-เนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด อีสปอร์ต ได้แสดงวิสัยทัศน์และทิศทางการขับเคลื่อนต่อไปของทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต ที่ตั้งเป้าว่าจะให้ทีมติดท็อปอีสปอร์ตโลกภายใน 5 ปี พร้อมให้นโยบายดึงนักกีฬาดีกรีแชมป์มาเสริมทีม

บุรีรัมย์ อีสปอร์ต มีหน้าที่รักษาแชมป์ แต่เป้าหมายคือแชมป์โลก

“จริงๆ แล้วเวลาเราทำอะไร เราก็ต้องการทำให้มันดีที่สุด เป้าหมายสำหรับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต คือ การเป็นแชมป์ประเทศไทย เป็นหน้าที่ที่เราต้องรักษาแชมป์ แต่ว่าเป้าหมายหลัก คือ ผมต้องการเห็นเด็กไทยเป็นแชมป์โลก เพราะฉะนั้นการที่เรามีพรีเดเตอร์ อารีนา เกิดขึ้น มันจะเปิดให้บริการทุกวัน จะมีการทำอะคาเดมี เพื่อยกระดับและพัฒนาเด็ก ให้เด็กไทยมีขีดความสามารถที่สูงขึ้น และขณะเดียวกัน เราได้ประสบการณ์ว่า อย่างปีนี้เป็นปีแรกที่ได้ไปแข่งเวิลด์ PES (Pro Evolution Soccer) ที่ลอนดอน เราก็ได้เห็นว่าการจะพัฒนาทีมมันจะเก่งในไทย แต่ว่ายังยกระดับในระดับโลกไม่ได้ เพราะมันมีแทคติคและอะไรอีกมากมาย ที่เด็กไทยต้องเรียนรู้และพัฒนา”

ใน 5 ปี อีสปอร์ตไทยจะต้องไประดับโลก พร้อมดึงตัวผู้เล่นดีกรีแชมป์

“ภายใน 5 ปี ผมคิดว่าเราต้องไปให้ถึงระดับท๊อปของอีสปอร์ตโลก แต่ปีนี้ให้นโยบายไปว่าเป้าหมายหลักอย่าง PES (Pro Evolution Soccer) เนี่ย ปีหน้าเราต้องผ่านรอบแรกเวิลด์ให้เข้ารอบลึกกว่านี้ให้ได้ ทางที่เราจะไปได้คือ เอาเด็กที่มีประสบการณ์ในระดับโลกของ PES มาอยู่กับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ตให้ได้ ก็ตั้งเป้าว่า จะไปดึงตัวแชมป์โลก หรืออดีตแชมป์โลก มาอยู่กับทีมให้ได้”

ค่าใช้จ่ายปีละหลาย 10 ล้านกับทีมอีสปอร์ต

“เฉพาะอีสปอร์ตสำหรับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ปีหนึ่งก็หลายสิบล้านบาท ที่ผ่านมาเรายังไม่ได้ทำตัวอารีนาสนามแข่งขันของตัวเอง ค่าใช้จ่ายการลงทุนจึงยังไม่สูงเท่าไหร่ อย่างอารีนาเราก็ใช้เม็ดเงินเกือบ 30 ล้านบาท มีค่าดำเนินการ ค่าระบบที่ต้องรัน แต่ตัวนี้มันจะไม่ใช่ค่าใช้จ่ายหลัก เพราะว่ามันลงทุนในสิ่งปลูกสร้างกับระบบ แต่ตัวที่จะเป็นค่าใช้จ่ายที่จะโตขึ้นในอนาคต ก็คือเมื่อเราเซทระบบอะคาเดมีขึ้นมา การหาคนที่มีความสามารถคนที่จะฝึกสอนเด็กไทย ให้เป็นมืออาชีพ มือระดับโลกได้ ตรงนั้นแหละจะเป็นค่าใช้จ่ายมหาศาล”

เรื่องอะไรก็ยอมได้ แต่เรื่องวินัยยอมไม่ได้

“สำคัญอย่างยิ่งสำหรับเด็กที่จะเข้าอะคาเดมีเนี่ย คนไม่เข้าใจอาจมองว่าอีสปอร์ตเป็นกีฬาที่ไม่ต้องมีวินัยมาก แต่ในความเป็นจริงเด็กอีสปอร์ตทุกคน ถ้าจะมาเป็นมือโปร มืออาชีพ และพัฒนาสู่เป็นแชมป์ในประเทศและระดับโลกเนี่ย วันนึต้องซ้อมเป็น 10 ชั่วโมง ต้องมีวินัยสูง บนความที่ต้องซ้อมใช้เวลาเยอะๆ ต้องการเด็กที่มีวินัยสูงมาก จะเห็นว่า ROV ปีที่แล้วที่มีปัญหา เพราะเด็กเราขาดวินัย สำหรับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เรื่องอะไรก็ยอมได้ แต่เรื่องของวินัยนักกีฬาเรายอมไม่ได้ แม้จะต้องแลกมาซึ่งการเสียแชมป์ เราก็ยอม เพราะเราต้องการสร้างรากฐานวินัยที่แข็งแรง สำหรับทีมทีจะเป็นอาชีพต่อไปในอนาคต”

การทำอะคาเดมีคือค่าใช้จ่ายหลักมหาศาล

“ในอนาคตเนี่ย อะคาเดมีอีสปอร์ตก็จะเหมือนผมทำอะคาเดมี่ฟุตบอล ผมเลี้ยงเด็กปีหนึ่งเกือบ 200 คน ผลผลิตจากอะคาเดมี่ฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จากเด็กขึ้นมาใช้งานได้สัก 3-5 คนก็ถือว่าเยอะมากแล้ว ไอนั่นแหละคือค่าใช้จ่ายมหาศาลของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต ต่อในอนาคต”

เพิ่มความถี่อีสปอร์ตทัวร์นาเม้นท์ มีทัวร์นาเมนต์มีช้างเผือกมีการพัฒนา

“กีฬาทุกประเภทนะครับ เมื่อเราเป็นสปอร์ตซิตี้ เมืองกีฬา แต่เดิมเรามีแค่มอเตอร์สปอร์ตอีเวนต์ ฟุตบอลอีเวนต์ วิ่งมาราธอน จากนี้ไปจะเพิ่มความถี่ของการมีอีสปอร์ตอีเวนต์มากขึ้น อาจจะเดือนละหนแล้วพัฒนาไปเดือนละ 2 หน หรืออีกหน่อยก็ทุกอาทิตย์ คือถ้ามันไม่มีอีเวนต์ ไม่มีทัวร์นาเมนต์ โอกาสที่เราจะได้ช้างเผือกหรือพัฒนาคนจะไม่มี”

การมีอารีนาสนามอีสปอร์ตตัวเองให้ประโยชน์หลายอย่าง

“เราจะเห็นว่าในไทยมีทีมอีสปอร์ตเยอะมาก แต่ไม่มีใครมีอารีนา สเตเดี้ยมเป็นของตัวเองอย่างถาวร เวลาไปเล่นทีก็เซตอัพเครื่องที ย้ายที ความเสถียรหรืออินเทอร์เน็ตก็ไม่เสถียร มีปัญหาต่อการเล่น เวลาเราไปทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ ก็มีปัญหาแน่นอน เราตัดสินใจทำตรงนี้เพราะต้องการให้เสถียรและได้มาตรฐานโลก ที่เหลือคือการสร้างความเชี่ยวชาญชำนาญ คุ้นเคยต่อระบบเหล่านี้ของนักกีฬาแต่ละคน รวมถึงเด็กอะคาเดมีเราจะสร้างขึ้นมา มันไม่มีทางสำเร็จหรอกที่จะให้เด็กไปใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้านเพื่อฝึกเกม แล้วพัฒนามาเป็นมืออาชีพที่จะไปแข่งในระดับมือโปร หรือระดับเอเชียหรือระดับโลก มันไม่มีทางทำได้ เพราะสปีดหรือความแรงของเครื่องทุกอย่างมันแตกต่างไปหมด งั้นเราจึงตัดสินใจทำแบบนี้”

รายได้ต้องมาทีหลัง ทำผลงานให้ดี ให้เป็นที่นิยมรายได้จะเข้ามาเอง

“รายได้ต้องมาทีหลัง ทุกอย่างมันไก่กับไข่ มันตอบอะไรไม่ได้เลย แต่เชื่อว่ากีฬาอีสปอร์ตมันเป็นกีฬาที่มีคอมมิวนิตี้ที่ใหญ่มาก วันนี้ผมคิดว่าในไทยมันใหญ่กว่าฟุตบอลด้วยซ้ำไป ถ้าเราสร้างความศรัทธาและยอมรับได้ เราเป็นทีมที่นิยมได้ ในที่สุดเรื่องของที่ระลึก สปอนเซอร์ ก็จะตามมาทีหลัง ถ้าการลงทุนทำอะไรแล้วไปคิดถึงเรื่องต้องมีรายได้ก่อน แล้วก็ค่อยไปทำ ผมว่ามันไม่มีทางสำเร็จ เราตัดสินใจทำตรงนี้ เรายอมมีค่าใช้จ่ายหลายสิบล้านบาทต่อปี เราอาจจะต้องลงทุน 4-5 ปี จนกว่ามันจะหล่อเลี้ยงตัวเองได้เกิดได้ แต่ก็ไม่เป็นไรอย่างน้อยมันก็กระตุ้นวงการและทำให้อีสปอร์ตของประเทศไทยมันเติบโตขึ้น”

ภาครัฐต้องเป็นผู้ควบคุม กำหนดมาตรฐานที่ดีให้กับอีสปอร์ต

“ผมว่าสิ่งที่ภาครัฐต้องทำ คือ การเป็นผู้ควบคุมที่ดี เป็นคนกำกับที่ดี กำหนดมาตรฐานที่ดีให้กับวงการ เพราะว่า ผมเองผมก็ดูอย่างการคัดเลือกตัวแทนทีมชาติไทยไปเล่นซีเกมส์ เอเชี่ยนเกม มีปัญหาตลอด ในเรื่องวิธีการ มาตรฐานในการคัด ความยุติธรรม การเลือกใคร เล่นเส้นเล่นสาย ซึ่งมันไม่ควรมีอีกแล้ว นี่มันเป็นกีฬาสากล ฉะนั้นภาครัฐตัวกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ต้องทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมในเรื่องมาตรฐานวิธีการในการจัดการแข่งขันรวมไปถึงระบบที่จะพัฒนาต่อไปในอนาคตให้เป็นสากล ผมเชื่อว่าโลกของอีสปอร์ต เป็นโลกของคนเจนเนอเรชันใหม่ คนรุ่นใหม่ที่มีจำนวนมหาศาลที่สนใจและใส่ใจ ถ้าภาครัฐใส่ใจกับเรื่องนี้วางกฏกติกาให้มันดี ผมเชื่อว่ามันจะโตกว่ากีฬาทุกประเภทในไทยด้วยซ้ำไป”

ลูกเป็นคนสอนให้เข้าใจความหมายของอีสปอร์ต

“ตัวจุดประกาย ให้ผมมาทำอีสปอร์ตก็ลูกผมเนี่ยแหละ ลูกผมเล่นเกม ผมไปด่าลูก แล้วในที่สุดลูกผมก็สอนผมว่าโลกของอีสปอร์ตมันคืออะไร แล้วเราก็เปิดใจรับกับความเปลี่ยนแปลงของโลก เมื่อเราไปดูมันเรื่อยๆ ก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นกีฬาประเภทหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้คนจำนวนมาก และเป็นกีฬาที่ไม่มีพรมแดนการแข่งขันด้วย อย่างฟุตบอลเองเนี่ยก็ยังเตะกันในลีกในประเทศ กว่าจะไปเล่นแชมเปียนส์ลีกมันก็ต้องผ่านกระบวนการ ไม่เหมือนกีฬาอีสปอร์ตที่ไปนานาชาติได้เลย อีสปอร์ตมันเป็นกีฬาที่ คุณอยู่รัสเซีย คุณเล่นกับไทยได้ คุณอยู่อเมริกา คุณก็แข่งกับไทยได้ มันเป็นการเปิดโลกที่ไร้พรมแดน ถ้าเรารู้จักส่งเสริม มันก็จะเป็นการสร้างโอกาสให้กับเด็กไทยในอนาคต”


กำลังโหลดความคิดเห็น...