xs
xsm
sm
md
lg

Review: Astro Bot Rescue Mission ภารกิจเก็บกู้ของ(บลู)มาริโอ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


แนว แอ็คชั่นแพลตฟอร์ม
ระบบ PS4 (จำเป็นต้องเล่นร่วมกับ PS VR)
เรตเกม PEGI: 7 เหมาะสำหรับผู้เล่นที่มีอายุ 7 ปีขึ้นไป

ประสบการณ์สุดแปลกใหม่ สำหรับเหล่าเจ้าของแว่น "เพลย์สเตชัน วีอาร์" ที่จะได้สัมผัสอรรถรสความสนุกสนานรื่นเริง เสมือนตนกำลังนั่งเล่นบนแพลตฟอร์ม นินเทนโด

หากพูดถึงประสบการณ์เกม "เพลย์สเตชัน วีอาร์" เชื่อว่าผู้เล่นส่วนใหญ่คงนึกวาดภาพตัวเราเข้าไปสิงสู่อยู่ในตัวละครเอก สวมบทบาทเดินท่องมองโลกเกมผ่านสายตาตัวละครนั้นๆ ซึ่งนั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการเวียนหัว เนื่องจากแอ็คชั่นการเคลื่อนไหวอันรวดเร็วของตัวละคร ที่ต้องทั้งกระโดด หลบหลีก ก้มๆเงยๆหมุนมองรอบทิศ 360 องศา แต่ทว่ากับ Astro Bot Rescue Mission ผลงานเกมวีอาร์น้องใหม่ของทาง โซนี่ ที่เรานำมารีวิวนี้ มันกลับมอบประสบการณ์ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยหัวใจคอนเซปต์ไม่ตามใคร ที่ให้เรายังคงเป็นตัวเรา

พูดลอยๆแบบนี้หลายคนอาจยังงงสงสัย จึงต้องขอเวลาอธิบายให้เห็นภาพกันสักเล็กน้อย ก่อนอื่นเลยคือตัวเกม Astro Bot Rescue Mission นั้น จะดูดนำพาผู้เล่นเข้าสู่จักรวาลกาแลคซี่ของพวก หุ่นยนต์ตัวจิ๋ว ที่อาศัยกระจุกอยู่รวมกันภายในยานแม่อวกาศรูปทรงกลม ซึ่งตัวเราที่เป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็เปรียบเสมือน แขกต่างถิ่น ที่ไปเยี่ยมเยียนพวกเขา ในฐานะตัวละครบุคคลที่สาม ที่มีตัวตนอยู่จริง และจับต้องมองเห็นได้ในโลกของพวกมัน

อย่างไรก็ตาม การปฏิสัมพันธ์ติดต่อสื่อสารครั้งแรกระหว่างเรากับพวกมัน กลับถูกขัดขวางโดยเจ้า เอเลี่ยนเมือกเหนียว นิสัยนักเลงอันธพาล ผู้เข้ามาฉุดกระชากยื้อแย่งกรอบแว่น VR ออกจากตัวบอดี้ของยาน เพื่อเอาไปสวมใส่เล่นให้ดูโก้เก๋ จนเป็นเหตุให้ยานเจ้ากรรมที่พวกหุ่นยนต์จิ๋วโดยสารมาแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ลูกเรือกระเด็นพลัดหลงกันไปคนละทิศคนละทาง จากประชากรที่มีอยู่จำนวนหลักร้อย กลับหลงเหลือเพียงแค่ Astro หุ่นจิ๋วตัวฟ้ากัปตันยานผู้โดดเดี่ยวน่าสงสาร ที่หวังพึ่งพาความช่วยเหลือจากเรา ในภารกิจกู้ชีพออกท่องผจญภัยรวบรวมตามหาเหล่าสมาชิกมิตรสหายที่หายสาบสูญ

ทางด้าน ระบบเกมเพลย์ สามารถพูดแบบไม่ต้องเขินอายกันเลยว่า มันได้รับแรงบันดาลใจจากแฟรนไชส์ลุงหนวดช่างประปา Super Mario มาเยอะพอสมควร เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพล็อตเนื้อหาจากการช่วยเหลือ เจ้าหญิง มาเป็นออกตามหา สมาชิกลูกเรือ แทน โดยสไตล์การเล่นของทั้งสองเกมนั้นค่อนข้างคล้ายคลึงกันมาก ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบเกมเพลย์ที่เน้นกระโดดข้ามแพลตฟอร์ม, การเดินเก็บสะสมเหรียญทองที่ซ่อนอยู่ตามฉาก, แอ็คชั่นท่วงท่าปราบเหล่าลูกสมุน ไปจนถึงฉากต่อสู้พิชิตบอสใหญ่ด้วยวิธีสุดสร้างสรรค์ อย่างไรก็ดี ความเหมือนกันอันเกิดจากการ ก๊อปปี้ ลอกเลียนแบบ มันก็ไม่ได้แย่ส่งผลเลวร้ายเสมอไป หากว่าเรารู้จักนำมาปรับใช้อย่างถูกวิธี เหมือนกับที่ โซนี่ พยายามทำให้พวกเราเห็นในเกมๆนี้ ที่ฉีกกฎทุกอย่างของเกมแนวแอ็คชั่นแพลตฟอร์ม และเชื่อว่าแม้แต่ทางบริษัท นินเทนโด เองก็ยังคิดไม่ไกลไปไม่ถึง

ตัวเกมนั้น จะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ใช้คอนโทรลเลอร์ของเครื่อง PS4 ในการบังคับควบคุมตัวละคร Astro เดินสำรวจฉากอย่างอิสระ โดยเราสามารถกดปุ่มเพื่อให้เพื่อนตัวจิ๋วของเราออกแอ็คชันต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น เวลาเจอศัตรูเข้ามารุมล้อม ก็กดปุ่มสี่เหลี่ยมปล่อยหมัดเตะต่อยให้พวกมันกระเด็นไป หรือกดแช่ค้างไว้เพื่อหมุนตัวโจมตีใส่พวกศัตรูเกราะหนา ขณะที่ปุ่มกากบาท ที่ใช้ในการกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง หากเรากดค้างมันจะมี ลำแสงเลเซอร์ ยิงออกมาจากขาของ Astro เพื่อช่วยพยุงตัวให้ลอยอยู่กลางอากาศได้นานขึ้น ส่วนศัตรูและสิ่งของที่อยู่ด้านล่าง ก็จะถูกทำลายไปด้วยจากลูกหลงของ ลำแสงเลเซอร์สีฟ้า ที่ยิงออกมา หรือบางเวลาจอย ดูอัลช็อคโฟร์ ของเรา อาจแปรเปลี่ยนสภาพเป็นคันเบ็ดตะขอเกี่ยวสำหรับฉุดดึงสิ่งต่างๆในฉาก รวมถึงลูกเล่น ทัชแพด ก็ถูกนำมาใช้ประโยชน์ด้วยเช่นกัน ยามที่เราต้องสไลด์เลื่อนปัดทำทีเหมือนปล่อยดาวกระจาย

ถึงแม้สิ่งต่างๆที่เราว่ามานี้ มันจะฟังดูน่าสนุกแล้ว แต่ความพิเศษที่แท้ทรูของเกม กลับอยู่ตรงที่การผสมผสานนำเทคโนโลยี วีอาร์ เข้ามาช่วยแต่งแต้มสร้างสีสันให้กับเกมเพลย์ ที่ไม่ได้แลดูเป็นมิติเดียวเหมือนเกมต้นแบบรุ่นพี่ ที่เพียงแค่กดปุ่มบังคับตัวละครกระโดดๆเดี๋ยวก็ผ่าน เพราะเกมนี้จะให้ผู้เล่นได้เข้ามามีส่วนร่วมบทบาทไปตลอดการผจญภัยของเจ้าหุ่นจิ๋วตัวฟ้า ในฐานะคู่หูร่างยักษ์เพื่อนร่วมเดินทาง ที่สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับฉากสภาพแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นกุญแจสำคัญในการเอาชนะอุปสรรคบางอย่าง เช่น บางเวลาเราอาจต้องเอี้ยวตัวหลบกระสุนเมือกเหนียวๆ ที่ศัตรูยิงมาหวังบดบังทัศนวิสัยการมองเห็นของเรา ทำให้ยากต่อการบังคับตัวละคร Astro ในจุดที่ต้องอาศัยการเพ่งเล็งใช้สมาธิ หรือบางโอกาส เราอาจต้องโยกศีรษะไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว เพื่อโหม่งแป้นควบคุมเปิดทางให้สหายตัวจิ๋วของเราได้ไปต่อ ในขณะที่บางกรณี เราอาจต้องหันซ้ายหันขวาคอยชะโงกหน้าเพื่อติดตามสอดส่องพฤติกรรมของเจ้าตัวจ้อย ตอนที่มันเดินเข้าไปอยู่ในซอกหลืบมุมอับ หรือมีกำแพงมาขวางกั้น ซึ่งปัญหาหลุดกรอบออกนอกเฟรมจะเกิดบ่อยมากน้อยเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ห้องของแต่ละคน

สำหรับ ดาวเคราะห์ ที่เราจะได้ไปผจญภัยท่องสำรวจนั้น ทั้งเกมมีอยู่ด้วยกันจำนวน 5 ดวง อันมีสภาพแวดล้อมลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป โดยในดาวแต่ละดวงจะถูกแบ่งออกเป็นสเตจย่อยๆ ไล่เรียงตามลำดับหมายเลข 1-1, 1-2, 1-3 เรื่อยไปจนถึงสเตจสุดท้าย ที่เราจะได้เผชิญหน้ากับบอสใหญ่ประจำดวงดาวนั้นๆ ซึ่งไม่ต่างอะไรจากซีรีส์ มาริโอ อีกทั้งเรายังสามารถย้อนกลับไปเล่นด่านเก่าๆเมื่อไหร่ก็ได้ที่ต้องการ เพื่อตามเก็บสะสมสมาชิกลูกเรือที่เราอาจพลาดข้ามไปในตอนเล่นรอบแรกให้ครบถ้วนสมบูรณ์ รวมๆแล้วก็ช่วยให้ผู้เล่นสนุกติดหนึบกับมันไปได้นานทีเดียว

มาถึงอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญอย่าง การรองรับ "ภาษาไทย" ของเกมนั้น เหตุผลที่เราไม่ค่อยได้เอ่ยถึงเน้นย้ำกับมันมากนัก ก็เนื่องด้วยตามที่ได้เกริ่นไปว่า ตัวเกมสืบทอดจิตวิญญาณมาจากแฟรนไชส์ มาริโอ ที่ปกติเราก็ไม่ค่อยได้เห็นตัวละครในเกมพูดจาสื่อสารกันสักเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่เน้นใช้ "ภาษากาย" ขยับแขนขาเคลื่อนไหวสื่อแทนความหมายไปซะหมด ฉะนั้นแล้ว การปรากฏมีอยู่ของภาษาท้องถิ่นแผ่นดินสยาม มันจึงไม่ค่อยส่งผลกระทบ มีอิทธิพล หรือสร้างความตื่นตาหัวใจเต้นสูบ จนเราถึงกับต้องโฆษณาอวยให้ใหญ่เวอร์แบบรัชดาลัย

เทียบกับประวัติผลงานที่ผ่านมา ถือได้ว่าพัฒนาการของเจ้าหุ่นจิ๋วตัวฟ้า มันก้าวกระโดดมาไกลมาก จากเดิมที่เป็นเพียงแค่มินิเกมตัวอย่างโชว์ลูกเล่นของเครื่อง PS4 จนกระทั่งปัจจุบัน ได้ขยับขยายกลายเป็นเกมตัวเต็มบนวีอาร์ ซึ่งก็น่าภาคภูมิใจแทน โซนี่ และเหล่าทีมงาน Japan Studio เพราะตลอดระยะเวลากว่า 7 ชั่วโมงที่เราได้คลุกคลีกับมัน นับเป็นประสบการณ์อันแสนวิเศษ ที่เหล่าเจ้าของแว่น “เพลย์สเตชัน วีอาร์” ทุกคน ควรต้องมีติดบ้าน

เกมการเล่น9
กราฟิก9
เสียง9
ความคิดสร้างสรรค์9
ภาพรวม9


ข้อดี : รองรับภาษาไทย, เล่นได้นานไร้อาการวิงเวียน, ประยุกต์ใช้ลูกเล่นครบถ้วนทุกรูปแบบ, มีอะไรให้ตามหาชวนกลับมาเล่นใหม่หลายๆรอบ และเป็นความพยายามที่ใกล้เคียงซีรีส์เก็บเห็ดมากที่สุดของ โซนี่
ข้อเสีย : มุมกล้องบางจุดอาจทำให้การเล่นเป็นไปได้ยากลำบาก

Shin
สนับสนุนบทความรีวิวโดยบริษัท โซนี่ อินเตอร์แอคทีฟ เอนเตอร์เทนเมนต์ ฮ่องกง สาขาสิงคโปร์ (หรือ SIES) และบริษัท Next Generation InnovationNGIN










*ทีมงานผู้จัดการเกม เรียนเชิญผู้อ่านทุกท่านร่วมเป็นแฟนเพจ ManagerGame ทางเฟซบุ๊กเพื่อเพิ่มช่องทางการรับรู้ข่าวสารวงการเกมครับ*









กำลังโหลดความคิดเห็น...