xs
xsm
sm
md
lg

Review: Knack 2 ยักษ์จิ๋วหิ้วโลก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


แนว แอ็คชั่นแพลตฟอร์ม
ระบบ PS4
เรตเกม PEGI: 7 เหมาะสำหรับผู้เล่นที่มีอายุ 7 ปีขึ้นไป

การวางเดิมพันขอลองเสี่ยงอีกสักตั้งของทางโซนี่ ในผลงานเกมแอ็คชั่นผจญภัยภาคต่อของเจ้าหุ่นจิ๋วรวมร่าง "แน็ค" ที่ครั้งหนึ่งเคยแป้กเจ็บหนักมาแล้วสมัยเมื่อตอนเครื่อง PS4 เปิดตัวใหม่ๆ

หลังปกป้องโลกให้รอดพ้นภัยจากพวก "กอบลิน" มาแล้วในเกมภาคแรก แต่ทว่าภารกิจหน้าที่ของ "แน็ค" กับหนุ่มน้อยคู่หู "ลูคัส" ก็ยังไม่หมดจบสิ้น เมื่อกองทัพจักรกลสุดไฮเทค ได้ถูกปลุกให้ฟื้นตื่นขึ้นมาบุกรุกรานโลกโดยฝีมือพวก "กอบลินผู้สูงส่ง" (High Goblin) กลุ่มศัตรูหน้าใหม่ที่ชาญฉลาด แถมยังแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม จนลำบากสองฮีโร่เพื่อนสนิทสุดซี้ ที่ต้องกลับมาปกป้องพิทักษ์โลก เหมือนเดิมอีกตามเคย

ส่วนเหตุผลรองรับ และต้นตอจุดกำเนิดของกลุ่มศัตรูหน้าใหม่ ที่ทำให้เราต้องมาเหนื่อยกู้โลกหนที่สองนี้ ทางทีมผู้พัฒนา กล่าวอธิบายว่า "กอบลินผู้สูงส่ง" ความจริงแล้วก็คือชนเผ่าอารยธรรมดั้งเดิมของพวกกอบลิน ที่ครั้งหนึ่งเคยมีความศิวิไลซ์คิดการใหญ่หวังปกครองโลกด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัย แต่ไปๆมาๆดันเจอเผ่าพันธุ์บรรพบุรุษในอดีตของ "มนุษย์" ที่ด้อยกว่าทั้งสติปัญญา และอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ เข้าขัดขวางโค่นอำนาจลงได้สำเร็จ จนทำให้พวกมันที่เหลือรอดอยู่ต้องระหกระเหินพากันหลบหนีเข้าไปอาศัยอยู่ตามดงพงไพร กลายเป็นพวก "กอบลิน" อารมณ์บูดนิสัยป่าเถื่อนอย่างที่เห็นกันทุกวันนี้

แม้พล็อตเรื่องที่เล่ามาจะฟังดูแหม่งๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องไปใส่ใจอะไรกับมัน เพราะสิ่งสำคัญอันเป็นหัวใจหลักของเกมแอ็คชั่น มันอยู่ตรงที่ระบบเกมเพลย์ ซึ่งในภาคนี้ยังคงได้เฮีย "มาร์ค เซอร์นีย์" (Mark Cerny) บิดาผู้ออกแบบเกม Crash Bandicoot และ Spyro the Dragon มานั่งแท่นคุมกำกับด้วยตัวเอง โดยรูปแบบการเล่นจะเป็นแนว 3D แอ็คชั่นแพลตฟอร์ม ที่ผู้เล่นจะได้ท่องผจญภัยสำรวจฉาก วาดลีลาบู๊ต่อยตีทำคอมโบใส่ศัตรู สลับกับการไขแก้ปริศนา พร้อมเสริมแทรกด้วยลูกเล่นที่เป็นความสามารถพิเศษเฉพาะตัวของเจ้า "แน็ค" กับการดูดรวมเศษชิ้นส่วนเข้ามาในตัว เพื่อขยายร่างกายตนเองจากหุ่นจิ๋วเล็กสั้นขยันตอดลอดรู เติบใหญ่กลายเป็นหุ่นยักษ์ไซส์เบิ้มขนาดเท่าตึกสูงสุดถึง 32 ฟุต เพียงแค่เดินผ่านศัตรูก็ม่อง กันเลยทีเดียว

สำหรับขนาดไซส์ตัวของ "แน็ค" ในภาคนี้ เราสามารถกดปุ่ม R1 เพื่อเลือกเปลี่ยนสลับไปมา ระหว่างร่างเล็ก กับร่างใหญ่ ได้ตลอดเวลา ซึ่งแต่ละแบบก็เอื้อคุณประโยชน์แตกต่างกันไปตามสถานการณ์ เช่นเดียวกับเหล่าผลึก "ธาตุ" ที่มักปรากฏพบเจอได้ตามฉาก ซึ่งเราสามารถทำลาย และดูดแร่ธาตุต่างๆเหล่านี้เข้าไปในตัว เพื่อรับความสามารถพิเศษเฉพาะ อย่างเช่น ธาตุน้ำแข็งที่ทำให้เราสามารถพ่นไอเย็นแช่แข็งศัตรู, ธาตุเหล็ก ที่เปลี่ยนเราให้กลายเป็นสื่อนำไฟฟ้า หรือ ธาตุคริสตัล ที่ช่วยในการพรางตัวลอบเร้นผ่านกับดักเลเซอร์ อะไรแบบนี้เป็นต้น

ทางด้านระบบเกมเพลย์ นอกเหนือจากการบรรเลงเพลงหมัดรัวปุ่มสี่เหลี่ยมแล้ว ในผลงานเกมภาคต่อนี้ ทางทีมผู้พัฒนายังได้เพิ่มเติมลูกเล่นองค์ประกอบแปลกๆใหม่ๆมาให้ผู้เล่นได้แก้เซ็งกัน อาทิ สามารถขึ้นไปบังคับขับขี่ยานเกราะไล่บดบี้ศัตรู หรือมีป้อมปืนกล ให้เรากระหน่ำยิงสาดกระสุนใส่อย่างเมามัน นอกจากนี้ตัวเกมยังได้ใส่ระบบแผนผัง "สกิล" ให้ผู้เล่นได้สะสมเก็บเกี่ยวแต้มประสบการณ์มาปลดล็อคอัปเกรดความสามารถของตัวละคร แถมในบางฉากมูวี่คัตซีน ยังมีปุ่มขึ้นมาให้เรากดตามจังหวะแบบเกม "ก็อดออฟวอร์" อีกด้วย

ถึงจะมีสิ่งใหม่ๆถูกเสริมเติมแต่งเข้ามามากมาย แต่ทว่าตัวเกมก็มีบางจุดที่ยังคงเดิมเหมือนต้นฉบับ นั่นคือรูปแบบแอ็คชั่น การต่อสู้ที่ค่อนข้างกลวงโบ๋ และธรรมดาจืดชืดมากถึงมากที่สุด ชนิดที่ว่าเกมตัวต่อ "เลโก้" ยังแลดูสนุกกว่า โดยเฉพาะในเรื่องของศัตรู AI ที่มะรุมมะตุ้มเข้ารุมผู้เล่นแบบไม่มีจังหวะจะโคน ไม่ยอมผลัดกันโจมตี หรือมีเวลาให้ผู้เล่นได้คิดโต้ตอบ ตัวไกลหลับหูหลับตายิง ส่วนตัวใกล้ก็ก้มหน้าก้มตาฟันมันลูกเดียว ซึ่งบ่อยครั้งเรามักพาตัวเองไปตกอยู่ในสถานการณ์จนตรอกหลบไม่ได้สวนไม่ออก ต้องเผชิญหน้ารับการโจมตีทุกรูปแบบของศัตรูที่ประเดประดังมาพร้อมกันในคราวเดียว และที่น่าหงุดหงิดรำคาญใจยิ่งกว่านั้น คงเป็นเรื่องของแพทเทิร์นการโจมตีของศัตรู ที่เหมือนถูกกำหนดมาให้บุกจู่โจมผู้เล่นแค่สองสามที แล้วต้องกระโดดถอยหลังหลบทุกครั้งไป ไล่ตั้งแต่บอสใหญ่ยันลูกกระจ๊อก พอมาผสมกับจังหวะเกมเพลย์ที่สุดแสนมั่วตั้ว ก็ยิ่งชวนบันดาลโทสะยิ่งนัก ซึ่งตรงจุดนี้ ทางทีมผู้พัฒนาเอง ก็คงสังเกตเห็นถึงความยากโหดหินอันผิดปกติในผลงานของตน ถึงได้นำเสนอระบบ "ฮีลฟื้นฟู HP อัตโนมัติ" แบบเกมแนวชูตติ้ง FPS ใส่เข้ามาเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เกมแอ็คชั่น

"Knack 2" จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเกม PS4 ที่มีเนื้อหาค่อนข้างยาวยืดเยื้อ เพียงแค่โหมดแคมเปญเพียวๆ ก็กินเวลาไปหลายสิบชั่วโมง แถมหลังเคลียร์จบ ตัวเกมยังมีกิจกรรมให้ผู้เล่นได้สนุกกันต่อ ไม่ว่าจะเลือกกลับไปเล่นโหมดแคมเปญใหม่อีกรอบด้วยของทุกอย่างที่ติดตัวมาจากการเล่นรอบแรก, กลับไปเก็บหีบสมบัติที่เราข้าม, กลับไปฟาร์ม Exp เพื่อปลดล็อคสกิลที่เหลือ หรือชักชวนเพื่อนมาถือจอยสองบังคับตัวละครแน็คสีฟ้านั่งเล่นไปด้วยกันแบบ Co-op ก็สนุกสนานไปอีกแบบ รวมถึงยังมีโหมดพิเศษอย่าง Time Attack และสังเวียน Coliseum มาให้เล่นฆ่าเวลาขำๆทำสกอร์อวดเพื่อนฝูง

เมื่อลองนำจุดเด่น และจุดด้อยมาบวกลบกันแล้ว การกลับมาของเจ้า "แน็ค" ในครั้งนี้ ถือว่าไม่ค่อยน่าประทับใจเราสักเท่าไหร่ กับการที่ทางทีมงานผู้สร้างยังคงดื้อรั้นยึดมั่นในระบบเกมเพลย์ต่อยตีแบบเด็กๆ ที่ตนคิดว่าดี และเหมาะสมกับเกมเมอร์วัยกระเตาะ จนลืมนึกถึงว่ายุคสมัยมันได้แปรเปลี่ยนไปแล้ว เมื่อปัจจุบันพวกเขาเหล่านี้ทุกคนล้วนเกิดมาในโลกยุคดิจิตอล เติบโตมาพร้อมกับเกมที่มีความสลับซับซ้อนมากกว่าสมัยวัยเรา และนั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้มันกลายเป็นเกมแอ็คชั่น ที่แม้แต่ "เด็กอนุบาล" เองยังต้องคิดหนักในการตัดสินใจหยิบมันขึ้นมาเล่น

เกมการเล่น6
กราฟิก8
เสียง8
ความคิดสร้างสรรค์7
ภาพรวม7


ข้อดี : เปลี่ยนสลับร่างเล็ก-ร่างใหญ่ได้ตามใจนึก, โหมด Co-op เบิ้ลความสนุกคูณสอง และฉากการทำลายล้างที่แสนสะใจ
ข้อเสีย : ตัวละครขาดเสน่ห์, พล็อตเรื่องคาดเดาง่าย, จังหวะออกหมัดค่อนข้างอืดเชื่องช้า, เกมเพลย์แอ็คชั่นพื้นๆธรรมดา และ AI ศัตรูที่มีการโจมตีอยู่รูปแบบเดียว

Shin
สนับสนุนบทความรีวิวโดยบริษัท Next Generation InnovationNGIN










*ทีมงานผู้จัดการเกม เรียนเชิญผู้อ่านทุกท่านร่วมเป็นแฟนเพจ ManagerGame ทางเฟซบุ๊กเพื่อเพิ่มช่องทางการรับรู้ข่าวสารวงการเกมครับ*



































กำลังโหลดความคิดเห็น...