แนว แอ็คชั่น
ระบบ PS4
เรตเกม PEGI: 16 เหมาะสำหรับผู้เล่นที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป
การผจญภัยครั้งสุดท้ายของพระเอกหนุ่มดวงแข็ง "นาธาน เดรค" กับภารกิจไล่ล่าตามหาขุมทรัพย์ของตำนานโจรสลัดชื่อก้องโลก ที่จะกลายมาเป็นบทสรุปเส้นทางอันแสนยาวนาน
จากคำกล่าวงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา คงไม่ต่างอะไรกับแฟรนไชส์ "อันชาร์ตเต็ด" ลูกรักของค่ายโซนี่ ที่ดำเนินมาไกลจนถึงภาค 4 จะถึงคราวที่ต้องบอกลากันเสียที แต่สำหรับแฟนๆซีรีส์นี้ไม่จำเป็นต้องหวั่นใจวิตกไป เพราะการจากลาในครั้งนี้หมายถึงจุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่ๆ ซึ่งเราจะมาดูกันว่าผลงานทิ้งทวนส่งท้ายของทีมพัฒนา Naughty Dog จะฝากมรดกอะไรอันยิ่งใหญ่เอาไว้ให้กับแฟนๆบ้าง
สำหรับเหตุการณ์ในภาคนี้ จะเป็นเรื่องราว 3 ปีให้หลังจาก Uncharted 3 Drake's Deception ซึ่งเป็นธรรมดาที่พระเอกหนุ่ม "นาธาน เดรค" ของเราจะเริ่มรู้สึกเบื่อกับการเดินตามลายแทงคำใบ้ปริศนาที่มักนำพาไปเจอแต่ปัญหาวุ่นวาย แถมสิ่งมีค่าที่ฝันหาก็ไม่ใช่สิ่งที่จะช่วยให้อิ่มท้อง และนั่นคงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พ่อหนุ่มอารมณ์ดีตัดสินใจยุติบทบาท "หัวขโมยสุสาน" แล้วหันมาลงหลักปักฐานสร้างครอบครัวกับภรรยาแสนสวย "เอเลน่า" และใช้ชีวิตอย่างคนปกติทั่วไป
แต่ด้วยโชคชะตาฟ้ากำหนด หรือเป็นคำสาปของตระกูล ที่ทำให้บุรุษผู้ละทิ้งทุกอย่างเอาไว้เบื้องหลัง ต้องหวนกลับมาทำในสิ่งที่ตนถนัดอีกครั้ง กับการปรากฏตัวของพี่ชาย "แซมมวล เดรค" ผู้มาพร้อมกับภาระอันหนักอึ้ง ซึ่งในฐานะน้องชายแสนดีที่ต้องการชดใช้หนี้บุญคุณ ตัวเอกของเราจึงไม่มีทางเลือกนอกจากตกลงยอมช่วย และนั่นจึงกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ กับการตามล่าหาสมบัติของกัปตัน "เฮนรี่ เอเวอรี่" จอมโจรสลัดแห่งมาดากัสการ์ในตำนาน
แม้เรื่องราวจะพันเกี่ยวกับโจรสลัดมาดากัสการ์ แต่มันก็ไม่ใช่สถานที่เดียวที่เราจะได้ไปผจญภัยกัน เพราะตามสไตล์ของทีมงานที่ต้องสร้างลายแทงปริศนาให้ดูลึกลับซับซ้อนเข้าไว้ ผนวกกับวิธีการเล่าเรื่องราวที่ตัดสลับไปมาระหว่างอดีตกับยุคปัจจุบัน ในภาคนี้เราจึงได้เพลิดเพลินไปกับการท่องเที่ยวรอบโลก ไม่ว่าจะเป็นการแหกคุกปานามา บุกคฤหาสน์หรูในอิตาลี ระเบิดภูเขาหิมะในสก็อตแลนด์ ดำน้ำชมปะการังในเกาะแถบทะเลเขตร้อน ซึ่งในแต่ละที่ล้วนแล้วแต่วิจิตรบรรจงสร้าง จนเราต้องหยุดชะงัก 5 นาทีเพื่อดื่มด่ำกับความงามที่ปรากฏอยู่บนจอ แถมฉากสภาพแวดล้อมในเกมยังแอบมีโอเพ่นเวิลด์เล็กๆให้เราได้ขับรถ หรือนั่งเรือจอดพักแวะสำรวจ จึงไม่แปลกอะไรหากใครที่ได้สัมผัสจะนึกไปถึงผลงานชิ้นล่าสุดของ "ฮิเดโอะ โคจิมะ"
ในระหว่างที่จิตใจกำลังค้างคาสงสัยอยู่นั้น เมื่อเล่นผ่านไปฉากแล้วฉากเล่าบรรยากาศของเกม "Metal Gear Solid V: The Phantom Pain" ก็ยิ่งส่งกลิ่นทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่ใช่เพียงแค่ฉากโอเพ่นเวิลด์ที่ให้เรามีอิสระเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงระบบเกมเพลย์ที่มอบทางเลือกให้กับผู้เล่นว่าจะบู๊สาดกระสุนบุกทะลวงเข้าไปตรงๆ หรือแอบย่องไล่เก็บศัตรูทีละตัวแบบเงียบๆ ซึ่งสำหรับคนที่ชอบวิธีหลัง ตัวเกมก็ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆที่อำนวยต่อการเล่น Stealth เข้ามามากมาย อาทิ ระบบชี้เป้ามาร์คตำแหน่ง, เกจแสดงความตื่นตัวของศัตรู ที่จะกลับคืนสู่สภาวะปกติเองหากเราหนีรอดพ้นจากสายตา หรือกระทั่งการย่อตัวซ่อนหลบในพงหญ้าสูงๆซุ่มรอให้เหยื่อเดินผ่านแล้วจัดการ จนก่อเกิดเป็นตำนาน "พุ่มร้อยศพ" ที่แม้แต่สาวญาณทิพย์ก็ไม่ขอยุ่งเกี่ยว
ทางฝั่ง AI ของศัตรูภาคนี้ ก็ดูฉลาดขึ้นไม่ใช่น้อย มีการติดต่อสื่อสารประสานร่วมมือกันเป็นทีม หากตรวจพบเจอสิ่งผิดปกติหรือเห็นศพเพื่อนนอนอืด เป็นต้องแบ่งกำลังกระจายออกตรวจค้นกันให้ควั่ก แถมเส้นทางการเดินของพวกมันก็มิอาจคาดเดาได้ จากที่เห็นอยู่ไกลๆสักพักมาเดินโผล่อยู่ข้างหลังเล่นเอาหัวใจวาย แต่ก็ไม่ต้องกลัวว่าตัวเกมมันจะยากเกินไป เนื่องจาก AI เพื่อนคู่หูของเราก็เก่งขึ้นไม่แพ้กัน แม้ยามปะทะสู้รบจะดูพึ่งพาไม่ค่อยได้ แต่ถึงคราวซุ่มเมื่อไหร่ขอให้บอก เพราะมันจะคอยแจ้งเตือนเวลามีศัตรูอยู่ใกล้ หรือบางครั้งอาจจัดการศัตรูให้อัตโนมัติเสร็จสรรพโดยที่เราไม่ต้องเอ่ยปาก
จบจากโหมดแคมเปญที่กินเวลาไปเกือบๆ 20 ชั่วโมง (เพราะมัวแต่ชมวิว) ก็มาถึงการเล่นในส่วนของโหมดมัลติเพลย์เยอร์ โดยภาคนี้ยังคงออนไลน์ได้พร้อมกันสูงสุด 10 คน แบ่งทีมข้างละ 5 เหมือนเคย สำหรับโหมดที่ขนมาให้เลือกเล่น ณ ปัจจุบัน มีเพียงแค่ 3 โหมด คือ ทีมเดธแมทช์, ชิงหุ่นไอดอล และยึดจุดพื้นที่ ซึ่งจากที่ลองต้องขอบอกว่าอะไรต่างๆมันช่างคล้าย The Last of Us เสียเหลือเกิน จากการมาของระบบใหม่ Down / KO ที่ศัตรูเวลาโดนสอยร่วงจะยังไม่ตายในทันที และบีบให้เราต้องเหนื่อยวิ่งไปตามกระหน่ำซ้ำถึงจะนับแต้มคิล ฉะนั้นแล้วแฟนเก่าๆที่มองหาอารมณ์แบบ "โป้งเดียวจอด" คงต้องผิดหวัง แต่ระบบใหม่นี้จะว่าไปมันก็มีข้อดีอยู่เหมือนกัน เพราะในระหว่างที่เราลงไปคลานร้องขอความเห็นใจอยู่นั้น หากมีเพื่อนร่วมทีมอยู่ใกล้ๆ เขาก็สามารถรีบรุดมาช่วยชุบชีวิตให้เราฟื้นกลับขึ้นมาสู้ใหม่ได้ ส่งผลให้ทุกคนอยากที่จะกระจุกอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเน้นพึ่งพาอาศัยทีมเวิร์คกันมากขึ้น ไม่ใช่เกิดมาก็วิ่งลุยเดี่ยวตัวใครตัวมันเหมือนภาคที่ผ่านๆมา
นอกเหนือจากระบบใหม่ที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ทางทีมงานยังได้มีการเพิ่มเติมสีสันเล็กๆน้อยๆเพื่อให้สมรภูมิออนไลน์ดูสนุกน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น ด้วยฟีเจอร์สหายร่วมรบ AI ไซด์คิกที่เราสามารถเรียกใช้งานได้ในระหว่างการต่อสู้ และที่โปรดปรานสุดๆคงหนีไม่พ้น "พลังพิเศษ" ของเหล่าวายร้ายที่เราเคยเผชิญมาในเกมภาคก่อนๆ ซึ่งมีทั้งช่วยโจมตี เพิ่มความว่องไว หรือแม้แต่ชะลอเวลา หากเราวางแผนจัดชุดอุปกรณ์ดีๆนำพลังบางอย่างมาผสมกับอาวุธบางประเภท ก็อาจเกิดเป็นเซตที่ไร้เทียมทานได้เลยทีเดียว แต่ทว่าการที่จะมิกซ์แอนด์แมทช์ได้นั้น เราจำเป็นต้องปลดล็อคของแต่ละชิ้นออกมาให้ได้เสียก่อน โดยการนำ Relic Points ที่ได้จากการเล่นปกติหรือเคลียร์ภารกิจประจำวันไปสุ่มลุ้นของในกล่อง แต่หากใครใจร้อน ก็สามารถนำเงินจริงไปแลกเปลี่ยนเป็นแต้ม Uncharted Points เพื่อไปเลือกช็อปของที่ตนต้องการเอาจากร้านค้าได้ตามอำเภอใจ
จากคติที่เคยมีคนกล่าวไว้ว่าหากเรายังมองเห็นแต่ด้านดีๆของสิ่งไหน แสดงว่าเรายังไม่รู้จักสิ่งนั้นดีพอ ซึ่งพอค้นดูดีๆเกมเทพระดับนี้มันก็มีความผิดปกติอยู่เหมือนกัน จากการที่เริ่มรู้สึกเอะใจที่ว่าทำไมผู้เล่นถึงนิยมใช้แต่ AK กันนะ? เลยขอลองเปลี่ยนคลาสดูเท่านั้นแหละก็เกิดเรื่อง เพราะสิ่งที่ได้ประจักษ์อยู่ตรงหน้าคือปัญหาความสมดุลของปืน ยกตัวอย่างสไนเปอร์ ที่ว่าแรงสุดในเกม หากยิงเข้าอกหรือกลางลำตัวแบบเน้นๆจำเป็นต้องใช้ถึงสองนัดศัตรูถึงจะร่วง (แค่ร่วงนะ ยังไม่ตาย) และต้องแม่นหัวเท่านั้นหากอยากให้ร่วงในนัดเดียว แต่ก็ยังถือว่าโอเคอยู่ในระดับพอรับได้ไม่เป็นไรเพราะในชีวิตจริงคงไม่มีใครถือสไนบู๊อยู่แล้ว ต่อให้ยิงศัตรูไม่ตายตัวเราอยู่ห่างตั้งไกลยังไงก็ปลอดภัย เปลี่ยนมาเล่นเก็บแต้ม Assist เอาแทนก็ได้ไม่มีปัญหา
อย่างไรก็ดี ถึงแม้สไนเกมนี้จะดูพิกลพิการ แต่ก็คงไม่น่าสงสารเท่าเหล่าคนเล่นลูกซอง จากประสบการณ์ตรงที่เจอมากับตัวกับแมตช์แห่งความทรงจำ ที่คราวนั้นนึกอยากหล่อกะวิ่งอ้อมตีท้ายครัว ครั้นเจอเหยื่อเป้าหมายรั้งท้ายฝูงเราก็แอบเนียนกลิ้งวิ่งเข้าประชิดสนิทใกล้แทบหายใจรดต้นคอ พร้อมกับควักลูกซองออกมาจ่อยิงเผาขนซัดอัดเข้าไปเต็มๆกลางแผ่นหลังหนึ่งนัด ทว่าผลลัพธ์ที่ปรากฏคือมันกลับนิ่งเฉย ไม่ออกอาการสะทกสะท้าน หรือผงะใดๆทั้งสิ้น ซึ่งในระหว่างที่กำลังตกตะลึง นึกในใจโอ้คุณพระ! นี่หนังคนหรือหนังจระเข้อยู่นั้น มันก็หันกลับมาสวนด้วยมวยวัดหมัดเส้าหลินจนเราลงไปนอนดิ้นจมกองเลือด จึงทำให้ได้ข้อสรุปที่ว่าลูกซองต่อให้จ่อยิงระยะใกล้แค่ไหน ก็ต้องใช้อย่างน้อยสองนัดศัตรูถึงจะร่วงเช่นเดียวกับสไน แต่คราวนี้จะบอกว่าไม่เป็นไรอีกก็คงไม่ได้แล้ว เนื่องด้วยช็อตกันมันเป็นอาวุธที่ต้องฝ่าดงพระบาทเข้าไปคลุกวงใน แถมยังต้องมาเสี่ยงเจออิทธิฤทธิ์หมัดดาวเหนือที่ไม่ต้องเสียเวลารีโหลด และใช้ได้ไม่จำกัดนั่นเอง
ยอมรับว่าในอดีต แฟนๆซีรีส์นี้หลายคนคงเคยประสบพบเจอช่วงเวลาแย่ๆในการรับมือกับพวกลูกซอง และเหล่าสไนจอมควิกซูมทั้งหลาย แต่ในเมื่อภาคนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้วกับการมาถึงของระบบ Down / KO ที่ไม่ต้องกลัวว่าเจอกันแล้วจะไปนอนเฝ้ายมบาลทันที ด้วยเหตุนี้จึงอยากวานถามไปถึงทีมพัฒนาว่าแล้วคุณพี่จะลดค่าพลังความแรงที่เป็นจุดเด่นเพียงอย่างเดียวของอาวุธปืนเหล่านี้ไปเพื่ออะไรกันอีก? ซึ่งในระหว่างที่รอฟังคำตอบ หรือแพทช์อัพเดทแก้ไข การหลีกเลี่ยงปืนที่ยิงออกทีละนัด แล้วหันมาจับปืนอีซี่กันลั่นไวใช้แก้ขัดไปก่อน ก็ดูเป็นทางออกที่ชาญฉลาดที่สุด ณ ขณะนี้
| เกมการเล่น | 9.5 |
| กราฟิก | 10 |
| เสียง | 10 |
| ความคิดสร้างสรรค์ | 10 |
| ภาพรวม | 9.9 |
ข้อดี : เกมเพลย์ต่อเนื่องลื่นไหลไม่มีโหลด, ฉากวิวทิวทัศน์ตระการตา, องค์ประกอบโอเพ่นเวิลด์, AI แสนฉลาด, บัคแทบไม่มี (หากไม่เล่นพิเรนทร์), ลูกเล่นใหม่ๆในโหมดออนไลน์ และอลังการทุ่มทุนสร้างเกินกว่าราคาแผ่น
ข้อเสีย : สมดุลปืนควรปรับปรุงด่วน
Shin
สนับสนุนบทความรีวิวโดยบริษัท Next Generation InnovationNGIN
*ทีมงานผู้จัดการเกม เรียนเชิญผู้อ่านทุกท่านร่วมเป็นแฟนเพจ ManagerGame ทางเฟซบุ๊กเพื่อเพิ่มช่องทางการรับรู้ข่าวสารวงการเกมครับ*


