เหล่าสาวกดิอาโบลที่อยากสร้างปาร์ตี้ร่วมตะลุยดันเจี้ยนกับเพื่อนทั่วโลกคงต้องฝันสลาย เมื่อหนึ่งในทีมงานคนสำคัญของบลิซซาร์ด ออกมายืนยันเสียงแข็ง สยบข่าวเบนเข็มแฟรนไชส์แอ็คชั่นอาร์พีจีชื่อดังไปสู่รูปแบบเกมออนไลน์
หลังจากในปี 2011 เกมไดเร็กเตอร์ "เจย์ วิลสัน" (Jay Wilson) ได้เคยเกริ่นถึงแผนการนำซีรีส์ Diablo ไปสู่ทิศทางใหม่ๆ รวมไปถึงเกมแนวออนไลน์เล่นหลายคนอย่าง MMO แต่ทว่าเมื่อกาลเวลาแปรเปลี่ยนไปจนมาถึงยุคปัจจุบัน ทุกสิ่งที่ทางบลิซซาร์ดเคยวาดไว้ในอดีตอาจไม่เป็นดั่งฝัน
เมื่อล่าสุด "เควิน มาร์เต็นส์" (Kevin Martens) หัวหน้าผู้ออกแบบคอนเทนต์ Diablo ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อในงานบลิซคอน 2014 ที่เพิ่งจบไปหมาดๆ ระบุยอมรับว่าทางค่ายบลิซซาร์ด เอนเตอร์เทนเมนท์ เคยให้ความสนใจหลงใหลในตัวโปรเจกต์เกม Diablo ฉบับ MMO แต่ ณ เวลานี้เหล่าทีมผู้พัฒนากลับรู้สึกหมดไฟกับไอเดียดังกล่าว
"ปัจจุบันมันไม่มีการถกเถียงเรื่อง Diablo แนว MMO อีกต่อไป แม้มองย้อนกลับไปในอดีตมันเคยเป็นความคิดที่น่าสนใจ แต่เราคิดว่าแฟรนไชส์ Diablo นั้นมันมีสเน่ห์ความเป็นแฟนตาซีในตัวเอง ซึ่งการที่มีจำนวนผู้เล่นนับพันที่พร้อมรอเล่นกับคุณบนเซิฟเวอร์ไม่ได้มีผลทำให้สเน่ห์ของเกมเพิ่มขึ้นเลย เรารักอะไรที่มันดูเล็ก และเน้นประสบการณ์การเล่นแบบ 4 คนมากกว่า บางคนอาจถามว่าทำไมไม่ทำให้เล่นได้ 5 คน แม้สิ่งนั้นเราจะสามารถทำได้ แต่ความคิดหลักในการสร้างเกมนี้ขึ้นมาคือการเล่น 4 คน ดังนั้นไอเดียที่จะแผ่ขยายสังคมในเกมให้กว้างขึ้นจึงตกไปอยู่ข้างทาง เพราะเราได้เรียนรู้ว่าอะไรคือความสนุกในเกม Diablo"
"ผมคิดว่าผู้คนต้องการนำรูปแบบเกม Diablo คลาสสิคไปสู่ทิศทางที่ต่างออกไป โดยผสมมันด้วยวิธีใหม่ๆเหมือนอย่างที่เราทำ ยกตัวอย่างเกมยิง Destiny ที่ดึงเอาฟีเจอร์เด่นของเราในการเก็บของศัตรูและเล่นได้หลายรอบ มาผสมเข้ากับองค์ประกอบของเกม FPS ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจ และการทำให้มันใหญ่ขึ้นก็ถือเป็นอีกหนทางหนึ่ง แต่มันก็มีบางเกมอย่าง Rogue Legacy ที่โฟกัสเน้นหนักเรื่องการสุ่ม"
"หากว่าเรายังคงยึดมั่นในหนทางเกมแอ็คชั่นอาร์พีจีที่มีระบบสุ่ม เราก็ยังสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างไม่มีข้อจำกัด และยังมีอนาคตที่สดใสรอเราอยู่ แต่ผมไม่คิดว่าทุกเกมจะต้องเจริญรอยตาม Diablo สังเกตดูหลังจากที่ Diablo II ออกวางจำหน่าย เคยมีช่วงเวลาหนึ่งที่มีเกมทำเลียนแบบออกมามากมาย แต่ท้ายสุดทุกคนก็ตัดสินใจทำอะไรที่มันดูแตกต่าง ซึ่ง Diablo 3 เองก็เป็นเช่นเดียวกัน ที่มีทั้งความเหมือนและความต่างจากเกมต้นฉบับอยู่ในตัว" มาร์เต็นส์ กล่าว
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
gamespot
kotaku
*ทีมงานผู้จัดการเกม เรียนเชิญผู้อ่านทุกท่านร่วมเป็นแฟนเพจ ManagerGame ทางเฟซบุ๊กเพื่อเพิ่มช่องทางการรับรู้ข่าวสารวงการเกมครับ*


