Fallout เป็นเกม Role-playing ที่มีเบื้องหลังเป็นโลกของ Post-apocalyptic โลกหลังสงครามนิวเคลียร์ หลังจากเกมซีรีย์นี้ถูกปล่อยปะละเลย Bethesda Game Studios ได้เป็นผู้ที่นำ Fallout กลับมายังโลกแห่งเกมอีกครั้ง และได้มีคนนำภาพจากนิตยสาร Game Informer ฉบับเดือนกรกฎาคมมาเผยแพร่ และนี่คือ Fallout 3 จากฝีมือผู้สร้าง The Elder Scrolls IV Oblivion “War War Never Changes but Fallout is changed”
คุณเกิดใน “Vault” และก็จะตายใน “Vault” มันคือสิ่งที่คุณเชื่อเสมอมา เป็นเวลา 200 ปีแล้วที่ผู้คนของคุณอยู่รอดข้างล่างนี้ ใน “Vault” บ้านอุโมงค์ทดลอง ผนังเหล็กที่สะอาด พื้นที่ฆ่าเชื้อโรคอย่างดี ผู้คนหลายโหลอยู่รอดและมีชีวิตอย่างจำกัดในรูแห่งนี้ มีชีวิตที่หวาดหวั่น
โลกเบื้องบนจากไปโดยถูกทำลายล้างจากสว่างวาบของกัมมันตรังสีที่ร่วงใส่ ปล่อยให้คุณอยู่ข้างล่างนี้ มีชีวิตที่แสนเศร้าเบื้องหลังประตูเหล็กที่หนาทึบ สุดท้ายมันก็คือสิ่งที่คุณเคยเชื่อเมื่อหลายชั่วโมงก่อน
พ่อของคุณซึ่งเป็นบุคคลคนเดียวในครอบครัวที่คุณมีบนโลกแห่งนี้ได้หายตัวไปจาก Vault โดยไม่ได้บอกกล่าวอะไร แล้วตอนนี้คุณก็ยืนอยู่หน้าประตูบานใหญ่ และมันก็ค่อยๆเปิดออก พร้อมที่จะให้ติดตามเขาไปยังโลกที่รกร้าง ผนังกั้นค่อยๆแยกออกต่อหน้าของคุณซึ่งไม่เคยเห็นแสงอาทิตย์ โลกอีกแห่งได้ปรากฏขึ้น ความเรือนรางค่อยๆชัดขึ้นแสดงให้เห็นโลกแห่งความจริงเป็นครั้งแรก โลกที่แตกดับวางเรียงรายอยู่เบื้องหน้าคุณ
เศษซากของรถยนต์โบราณถูกแผดเผาท่ามกลางแสงอาทิตย์ในตอนกลางวัน สถานที่รกร้างและสิ่งก่อสร้างที่ถูกลืมวางระเนระนาดกระจายออกไปสุดสายตา แต่โลกแห่งความตายปรากฏขึ้น ชีวิตที่อยู่รอด มนุษย์ธรรมดาต้องฝืนสู้ทนกับอาหารและน้ำที่ถูกรังสี เช่นเดียวกับสิ่งกลายพันธุ์ที่โหดร้ายได้กระจายไปทั่วดินแดนที่สุญสิ้น
200 ปีผ่านไปหลังจากมวลมนุษย์ชาติสูญสิ้นโดยสิ้นเชิง คุณและคนอื่นๆ ผู้ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังและมีชีวิตที่ต้องเผชิญกับความน่ากลัวของโลกที่เต็มไปด้วยฝุ่นกัมมันตรังสีไปตลอดชั่วกัลปาวสาน โลกแห่ง “Fallout”
ความกระหายเกม Fallout เริ่มขึ้นเมื่อหลายปีก่อน มันหนักขึ้นเมื่อทีมงานที่ทำเกมนี้ต่างแยกย้ายกันไป ทำให้หนึ่งในสุดยอดเฟรนไชน์ของเกมพีซีถูกปล่อยลงขุมนรกแบบไม่ได้ผุดได้เกิดโดยที่ไม่มีใครนำมันมาสู่นักเล่นเกมรุ่นใหม่ เมื่อ Bethesda Game Studios ได้ซื้อมันไปในปี 2004 ทุกๆคนต่างยินดีเมื่อ Fallout หนึ่งในเกม Role-playing ที่พวกเขารักจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
แฟนบอยบางส่วนก็ได้ออกมาพูดว่า Bethesda Game Studios จะต้องเปลี่ยนแปลงเกมที่เขารักไปอย่างมาก ขณะที่ Bethesda Game Studios ก็ได้เริ่มวางแนวคิดและศึกษาเกมต้นฉบับและระดมความคิดต่างๆ จนในที่สุดก็ลงความเห็นกันว่า The Elder Scrolls IV Oblivion มีความพร้อมที่จะเปิดโลกทัศน์ในจักรวาลของ Fallout และแล้วแนวทางของ Fallout และ The Elder Scrolls ก็ถูกปรับเข้าหากัน
เมื่อเริ่มเกมผู้เล่นจะมีโอกาสได้เลือก เพศ ขนาดและลักษณะของร่างกาย ผิวพรรณ หน้าตา ระบบการสร้างตัวละครแบบเก่าจะกลับมาอีกครั้ง แต่ด้วยระบบที่พัฒนามาจาก The Elder Scrolls IV Oblivion จะทำให้เหมือนจริงมากยิ่งขึ้นและก็จะดียิ่งกว่าที่มีอยู่ใน The Elder Scrolls IV Oblivion อีกด้วย และพ่อของเราก็จะถูกปรับให้หน้าตาให้ใกล้เคียงกับหน้าตาที่เราเลือก เหมือนกับเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน
จากนั้นก็จะเป็นการเลือกความสามารถ(Skill) และ นิสัยประจำ (Traits) โดยทั้งหมดนี้จะผ่านตามอายุต่างๆตั้งแต่ เด็กจนถึงอายุ 19 ปี เมื่อพ่อของเราหายตัวไป เราก็ต้องออกจาก Vault ซึ่งในตอนนั้นก็จะสามารถแก้ไขสิ่งที่เราเลือกไว้ได้อีกครั้ง
ทุกๆตัวเลือกตอนสร้างตัวละครจะถูกควบคุมโดยระบบ S.P.E.C.I.A.L ซึ่งมาจากภาคเดิม ซึ่งผู้เล่นจะต้องเลือกให้ดี เพราะจะทำให้รูปแบบการเล่นนั้นเปลี่ยนแปลงไปตามที่เราเลือก
Fallout 3 มีการเล่นโดยใช้มุมกล้องแบบบุคคลที่หนึ่งและแพนกลับมายังมุมกล้องเหนือไหล่แบบบุคคลที่3 เหมือนกับใน Resident Evil 4 ซึ่งผู้เล่นสามารถที่จะเลือกมุมกล้องได้ตามที่ตนเองถนัด
จุดหลักของเกมนี้คือการหาทางเอาชีวิตรอดในโลกที่เกรี้ยวกราดและโหดร้ายภายนอก Vault น้ำเป็นสิ่งที่มีค่าในขณะเดียวกันมันก็เป็นแหล่งพื้นฐานของกัมมันตรังสีด้วย ซึ่งเราจะได้รับผลจากมัน ทุกๆจิบที่ดื่มก็จะมีผลร้ายกับร่างกาย อาหาร อาวุธหรือกระสุนมีจำนวนจำกัด ต้องวางแผนการใช้และหาทางใหม่ๆเพื่อให้ได้มันมาอย่างเร็วที่สุด ผู้หิวโหยและ สัตว์ร้ายอยู่ทั่วทุกแห่ง เราสามารถหาทางหลบเลี่ยงหรือกำจัดมันเพื่อให้ได้มาซึ่งอาหารก็ได้
อีกระบบการเล่นใหม่ที่พัฒนาโดย Bethesda Game Studios สำหรับ Fallout 3 เรียกว่า The Vault-Tec Assisted Targeting System (V.A.T.S) ซึ่งจะทำให้เกมนี้ไม่กลายเป็นเกมยิงบุคคลที่ 1 เมื่อผู้เล่นเผชิญหน้าศัตรู V.A.T.S จะหยุดเวลาและให้ผู้เล่นเลือกเป้าหมาย โดยเลือกหนึ่งเป้าหมายจากหลายๆจุดที่สามารถเลือกได้ และจะมีตัวเลขกำกับว่าความสำเร็จมากหรือน้อยเพียงใด ซึ่งทั้งหมดจะอยู่ที่ระยะห่างและพลังป้องกันของศัตรู สิ่งปกปิดต่างๆ และก็ความสามารถต่างๆที่เรามีในการใช้อาวุธนั้นๆ
เราจะต้องใช้ AP (action points) ในการเล็งโจมตีแต่ละครั้ง ซึ่งเราสามารถเพิ่ม AP โดยการเพิ่มค่า agility หลังจากออกจากโหมด V.A.T.S เราก็จะสามารถโจมตีแบบเรียลไทม์ได้ นอกจากนี้แล้วยังสามารถใช้เทคนิคต่างๆในการเล็งโจมตีได้ อย่างเช่นเล็งยิงที่แขนทำให้ไม่สามารถใช้งานได้
สำหรับ Fallout นั้นได้ชื่อเรื่องความดิบเถื่อน ซึ่งใน Fallout 3 นั้นก็ไม่ได้หายไปไหน เรายังสามารถเล็งยิง หรือโจมตีให้เลือดสาด อวัยวะแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้ ภาพจะแสดงออกมาอย่างสมจริง (ผมยังหวังว่าจะมีความสามารถ Bloody Mess ให้ใช้)
ขณะเดียวกันศัตรูก็ได้นั่งเฉยๆและรอรับลูกกระสุนจากเรา AI ถูกปรับปรุงใหม่จาก The Elder Scrolls IV Oblivion ให้เกมการเล่นดียิ่งขึ้น พวกมันสามารถหาที่หลบหรือจับเราโดยการหลบมาด้านข้าง และยังสามารถตอบสนองกับสภาพแวดล้อมได้อย่างสมจริง
ศัตรูไม่ใช่เพียงสิ่งเดียวที่จะทำให้เกิดการบาดเจ็บ ด้วยระบบสุขภาพที่ประณีตซึ่งจะแสดงปัญหาที่ตัวละครของเราเผชิญหน้าอย่างละเอียด เช่นเดียวกับเกม Role-playing อื่นๆ เราสามารถจัดค่าพลังชีวิตที่จะเอาไว้รองรับความเสียหายที่ได้รับ อาหารหรือโซดาช่วยเพิ่มพลังชีวิตได้บ้าง แต่ stimpacks (สำหรับรักษาอาการบาดเจ็บ) ช่วยได้มากที่สุด
บางครั้งวิธีทางเดียวที่จะช่วยเพิ่มพลังชีวิตได้โดยการดื่มน้ำจากสถานที่บางแห่ง อย่างเช่นน้ำจากชักโครกในสถานีรถไฟใต้ดินที่ถูกลืม ขณะที่เราเห็นผลดีของการดื่มน้ำกำลังเกิดขึ้น เราก็จะเห็น กัมมันตรังสีในร่างกายที่เพิ่มขึ้นด้วย หากปราศจากยาช่วยลดการเกิดกัมมันตรังสีแล้ว มันจะค่อยเพิ่มขึ้นจนทำให้มีผลกับค่าความสามารถต่างๆและในที่สุดก็ทำให้ถึงแก่ความตาย
เรายังต้องคอยระวังการบาดเจ็บต่างๆที่จะเกิดขึ้นในส่วนต่างๆของร่างกาย เพราะไม่ได้มีเราคนเดียวที่สามารถเลือกโจมตีในส่วนต่างๆของร่างกายได้ศัตรูก็ทำได้เช่นเดียวกัน ซึ่งหมายความว่าเราสามารถถึงจุดจบด้วยอาการขาหัก หรือแขนแตกละเอียด หรือถูกทำให้ช้าลง และจัดการด้วยความสามารถของนักแม่นปืน
น้ำดื่มหรือ Stimpacks ช่วยเพิ่มพลังชีวิต แต่ไม่ได้ช่วยแก้กระดูกหัก เว้นแต่จะใช้ความสามารถด้านศัลยกรรมหรืออดทนกลับไปหาหมอในเมืองให้ช่วยรักษา
ระบบค่าของ Karma (กรรม) ก็ยังนำมาใช้ในภาคนี้ด้วย ซึ่งการกระทำต่างๆก็จะทำให้เราถูกมองว่าเป็นคนดีหรือคนเลวก็ได้ จริยธรรมต่างๆ คือส่วนหลักๆในโลกของ Fallout บางครั้งก็อาจจะต้องทำตัวเยี่ยงปีศาจเพื่อให้เกิดผลดีก็ได้
Fallout 3 นำเสนอภารกิจและการกระทำต่างๆจำนวนมากมายให้อย่างอิสระ แต่ว่าตัวละครตัวเดียวไม่ได้เป็นทุกอย่าง เรารับภารกิจจากฝ่ายไหนก็จะมีผลกับฝ่ายตรงข้ามเสมอ และการรับทำภารกิจต่างๆก็จะมีผลกับเนื้อเรื่องที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย แต่ภารกิจต่างๆจะไม่ทำให้เป็นทางดีหรือชั่ว เพราะใน Fallout นั้นหลักใหญ่คือสีเทาและก็มีทางเลือกแบบหลากหลายตามใจเราให้เลือกร่วมกระทำในเหตุการณ์ต่างๆ
อาวุธที่เราใช้อยู่จะค่อยๆเสียหายจากการใช้งานและจากการถูกโจมตี เมื่อเราเจออาวุธอันใหม่ก็สามารถที่จะแยกชิ้นส่วนและเอามาซ่อมแซมอาวุธของเราได้
ค่าประสบการณ์ส่วนใหญ่จะได้มาจากการทำภารกิจต่างๆ ส่วนการไล่เก็บค่าประสบการณ์อย่างเดียวไม่ค่อยได้ประโยชน์มากนักซึ่งก็เป็นทางเลือกว่าอยากจะทำแบบไหน และประสบการณ์จะถูกกันไว้แค่ที่ระดับ 20 แต่หลังจากที่เล่นจบเรื่องราวต่างๆแล้วก็จะมีฉากจบที่แตกต่างกันไป
เราจะได้สิ่งที่เรียกว่า PIP-BOY 3000 ซึ่งจะเป็นเหมือนเมนูระบบที่จะบอกค่าสถานะต่างๆของตัวละคร ความสามารถ พลังชีวิต และรายละเอียดต่างๆ บอกสิ่งของที่เรามีรวมถึงออฟชันสำหรับการซ่อมแซมอุปกรณ์ และนอกจากนั้นยังใช้ดูภารกิจต่างๆ ดูแผนที่และยังใช้รับฟังวิทยุจากสถานีที่ยังเหลืออยู่ อาจจะได้รับภารกิจใหม่ๆโดยการรับฟังข่าวสารและก็ยังใช้ฟังเพลงจากสถานีต่างๆได้ด้วย
Fallout 3 ไม่ต้องการให้ผู้เล่นเดินสะเปะสะปะไปในสถานที่อันตรายคนเดียว ถ้าผู้เล่นไปยังสถานที่ซึ่งศัตรูมีประสบการณ์สูงกว่ามากๆ ก็อาจจะต้องตายก่อนเวลาอันควร
เรายังสามารถจ้างผู้ติดตามเอาไว้ช่วยเราต่อสู้ได้ แต่คงไม่เหมือนเกม Role-playing อื่นๆที่ใช้ระบบเดินทางเป็นกลุ่ม
สภาพแวดล้อมต่างๆภายในเกมถูกปรับปรุงขึ้นใหม่หมด ด้วยการพัฒนาเพิ่มเติมจาก The Elder Scrolls IV Oblivion แต่สภาพแวดล้อมทุกอย่างจะอยู่ในโลกของ Fallout ทั้งหมด ทุกอย่างพัฒนาให้งดงามดูดีและสมจริงมากยิ่งขึ้น ซากปรักหักพัง เมือง พื้นถนน กำแพง ถูกปรับปรุงด้วยระบบแสงแบบสมจริงรวมถึงการเคลื่อนไหวของสัตว์ประหลาด
โลกใน Fallout 3 นั้นจะต่างจาก Fallout ภาคแรกๆ สภาพแวดล้อมจะไม่ใช่ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เรื่องราวเริ่มต้นสงครามในปีค.ศ. 2077 และมนุษยชาติจะสูญสิ้นในปี 2277 เราจะออกมาจาก Vault 101 แผนที่จะมีขนาดเล็กว่าใน The Elder Scrolls IV Oblivion แต่ก็อัดแน่นด้วยรายละเอียดต่างๆและมีความใกล้เคียงกับโลกปัจจุบัน
ส่วน NPC นั้นลดจากจำนวนหลักพันเหลือเพียงหลักร้อย เพื่อที่จะเพิ่มรายละเอียดต่างๆเข้าไปให้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น Radiant AI system ของ The Elder Scrolls IV Oblivion ได้ถูกพัฒนาขึ้นไปอีก พวก NPC จะรู้จักกันและกันจากชื่อ และพูดคุยในสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง และจะมี NPC ที่เป็นตัวละครเด็กและวัยรุ่นในเกมด้วย แต่การอยู่หรือตายของพวกเขายังเป็นความลับ แต่ Bethesda Game Studios ก็ยังบอกอย่างหนักแน่นว่า เกม Fallout 3 ไม่เหมาะสำหรับเด็กเพราะเต็มไปด้วยฉากรุนแรง
Fallout 3 ถูกพัฒนาไปอย่างมากจากต้นฉบับที่มันเป็น บนระบบเดิมและระบบที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ แฟนบอยหลายคนบอกว่ามันเป็นโคลนของ The Elder Scrolls IV Oblivion แต่ว่าจะมีใครบ่นอีกถ้ามันสนุกจริง และก็คอยพบกับ Fallout 3 ได้ในฤดูหนาวปี 2008 ได้บน XboX360, Playstation 3และพีซี
สำหรับคนที่ได้ยินเพลงเปิดของภาพยนตร์ตัวอย่างของ Fallout 3 เพลงนั้นมีชื่อว่า "I Don't Want To Set the World on Fire" คำร้องและดนตรีโดย Eddie Seiler, Sol Marcus, Bennie Benjamin และ Eddie Durham.Cherio Music Publishers, NYC, 1941. จาก the Popular American Sheet Music Collection, Miller Nichols Library, University of Missouri
ถอดความและสรุปจาก Game Informer Fallout 3 scans
ข้อมูลจาก
No Mutants Allowed
Game Informer Fallout 3 scans


