xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวบิดเบือน! 2-4 ส.ค. 63 ระวังพายุฝนเหลืองจากจีน มาพร้อมเชื้อโรคและสารเคมี

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



จากข้อความที่ส่งต่อว่าช่วงวันที่ 2-4 ส.ค. 63 มีพายุฝนเหลืองมาจากประเทศจีน ให้ระวังอย่าโดนฝน เพราะมีเชื้อโรคและสารเคมีปนมาด้วย ทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้อธิบายว่า แท้จริงแล้วฝนเหลืองเกิดจากการโปรยสารเคมีกำจัดวัชพืชในช่วงสงครามเวียดนาม ไม่ได้เกิดจากฝนจริงๆ ตามธรรมชาติ และถึงแม้ว่าช่วงดังกล่าวประเทศไทยจะมีพายุเกิดขึ้น แต่ก็ไม่สามารถพาเชื้อโรคมาจากประเทศจีนได้

วันนี้(3 ส.ค.) ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็น 2-4 ส.ค. 63 ระวังพายุฝนเหลืองจากจีน มาพร้อมเชื้อโรคและสารเคมี ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลบิดเบือน

จากกรณีที่มีการส่งต่อข้อความว่าในช่วงวันที่ 2-4 สิงหาคม 2563 นี้ มีพายุฝนเหลืองมาจากประเทศจีน ให้ระวังอย่าโดนฝน เพราะมีเชื้อโรคและสารเคมีปนเปื้อนมาด้วย ทางกรมอุตุนิยมวิทยา ได้อธิบายถึงฝนเหลืองว่า แท้จริงแล้วฝนเหลือนั้น เกิดจากการโปรยสารเคมีกำจัดวัชพืชในช่วงสงครามเวียดนาม ไม่ได้เกิดจากฝนจริง ๆ ตามธรรมชาติแต่อย่างใด และถึงแม้ว่าในช่วงดังกล่าวประเทศไทยจะมีพายุเกิดขึ้น แต่ก็ไม่สามารถพาเชื้อโรคมาจากประเทศจีนได้

ซึ่งตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 11 เกี่ยวกับพายุระดับ 1 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณภาคเหนือตอนบน มีการระบุไว้เพียงว่า พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน ซินลากู) ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุระดับ 1 ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกอย่างช้าๆ และคาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศเมียนมาในระยะต่อไป โดยมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ จึงขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้

ดังนั้นข้อมูลที่มีการโพสต์ และแชร์ต่อในขณะนี้ จึงเป็นข้อมูลบิดเบือน ขอความร่วมมือประชาชน ไม่แชร์ ไม่ส่งต่อข่าวดังกล่าว เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องจากกรมอุตุนิยมวิทยา สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th/ หรือ Facebook กรมอุตุนิยมวิทยา หรือโทร. 1182


กำลังโหลดความคิดเห็น...