“เป็กกี้ ศรีธัญญา” หอบหลักฐานแจ้งความ “บุ๋ม ปนัดดา” ใจสลายศรัทธาพังครืน เผยเคยเป็นคนช่วยประชาสัมพันธ์-บริจาคเงินร่วม 3 ครั้ง ไม่รู้เปลี่ยนไปหรือเป็นแบบนี้อยู่แล้ว? ใจบางประกาศขอพักการบริจาค ด้าน “ทนายแก้ว” เผย “โอ๊ต ปราโมทย์” มอบอำนาจร่วมแจ้งความด้วย
จากกรณีคดีทุจริตเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี ล่าสุด “เป็กกี้ ศรีธัญญา” พร้อมด้วย “ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล” ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดี “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” ในฐานะผู้เสียหายร่วมบริจาคเงิน พร้อมเปิดใจด้วยความรู้สึกเสียใจและผิดหวังอย่างรุนแรงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เป็กกี้เปิดเผยว่า ตนเองเคยมีความศรัทธาในตัวบุ๋มอย่างเต็มร้อย เนื่องจากในอดีตเคยได้รับการช่วยเหลือเรื่องส่วนตัว ทำให้เชื่อมั่นว่านี่คือองค์กรที่ทำประโยชน์เพื่อสังคมอย่างแท้จริง และไม่เคยบริจาคเงินให้มูลนิธิอื่นเลย
ยอมรับว่ารู้สึกเห็นใจและคอยโพสต์ให้กำลังใจมาตลอด เพราะคิดว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดหรือถูกสามีหักหลัง แต่พอหลักฐานและเส้นทางการเงินเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับ ทำให้รู้สึก “ใจสลายและช็อกมาก” เพราะไม่คิดว่าภาพลักษณ์ที่ดูสง่างามจะนำไปสู่เรื่องดังกล่าว พร้อมระบุว่ามีประชาชนตาดำๆ หรือผู้ป่วยติดเตียงที่ยอมสละเงินเบี้ยยังชีพเพราะเชื่อมั่นในตัวเป็กกี้กับมูลนิธินี้ ทำให้รู้สึกแย่และรู้สึกผิดบาปเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เป็กกี้ยังได้เผยอีกว่ายิ่งเห็นแถลงข่าวล่าสุดจาก CIB ยิ่งอึ้ง ลั่น “ไม่รู้ว่าเขาเปลี่ยนไปหรือเขาเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”
เป็กกี้ : “หนูเดินทางมาแจ้งความเกี่ยวกับการบริจาคเงินให้กับมูลนิธิองค์กรทำดีค่ะ โอนไป 3 รอบค่ะ จำนวนเงิน 255,555 บาท ต้องบอกก่อนว่าหนูเคยรบกวนพี่บุ๋ม เนื่องจากแดนเซอร์หนูถูกทำร้าย หนูไม่รู้จะปรึกษาใคร เลยโทร.หาพี่บุ๋มว่า ช่วยหนูหน่อยได้ไหม อยากให้ผู้ชายออกจากบ้านแดนเซอร์ เพราะแดนเซอร์ถูกทำร้าย มีการทารุณกรรมสัตว์ พี่บุ๋มก็ช่วยหนู
หลังจากนั้นเป็นต้นมา หนูก็รู้สึกซาบซึ้งใจว่าคนนี้แหละคนที่ทำงานจริง แล้วก็ลงพื้นที่จริง ช่วยเหลือได้จริง หลังจากนั้นเป็นต้นมา เป็กรู้สึกว่าถ้าเป็กต้องบริจาคเงินให้มูลนิธิสักมูลนิธิหนึ่ง องค์กรใดสักองค์กรหนึ่ง เป็กก็จะบริจาคให้กับมูลนิธิพี่บุ๋ม เอาจริงเป็กไม่เคยโอนเงินให้องค์กรไหนเลย ที่เกมๆ กันมาหลายองค์กร เป็กรอดพ้นมาโดยตลอด เป็กคิดว่าเราเป็นดาราถ้าเราจะเลือกบริจาคเงินให้ใครสักคนนึง คิดว่าคุณบุ๋ม ปนัดดานี่แหละเหมาะสม เนื่องด้วยเป็นดาราเหมือนกัน มีความน่าเชื่อถือ
เราเองก็ศรัทธาในตัวคุณบุ๋ม เราเริ่มบริจาคเงินตั้งแต่เข้าไปช่วยแดนเซอร์ของเรา เราก็บริจาคเงินตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาค่ะ รอบแรกเป็กน่าจะบริจาคไปปี 2023 ค่ะ เป็กบอกว่าขอบคุณองค์กรทำดีของคุณบุ๋ม ปนัดดา เป็กก็บริจาคก่อน 55,555 ค่ะ อันนี้ช่วยเหลือสังคม เป็กเขียนว่าข้าพเจ้าของสนับสนุนช่วยเหลือองค์กรทำดี ช่วยเหลือสังคมต่อไป อนุโมทนาบุญ เริ่มแรก ณ ตอนนั้นยังไม่มีภัยพิบัติอะไรเยอะ แต่เนื่องด้วยเห็นเขาทำคุณงามความดี ช่วยสตรี ช่วยเด็ก เลยคิดว่าให้เอาเงินตรงนี้ไปช่วยเหลือสังคม
พอยอดที่สอง เป็นปี 67 เป็นอุทกภัย น่าจะภาคเหนือ เป็กก็โอนให้พี่บุ๋มอีก 5 หมื่น ครั้งที่สามอีกรอบปี 68 อันนี้ชายแดน เป็กบริจาค 1 แสนบาท รอบล่าสุดน้ำท่วมกรุงเทพฯ จริงๆ เป็กก็จะบริจาคให้พี่บุ๋ม 1 แสน แต่เป็กรู้สึกว่าตอนนี้มูลนิธิมันเยอะ มีทั้งอาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม มีทั้งพี่เปิ้ล นาคร ศิลาชัย เป็กเลยไปบริจาคให้มูลนิธิเดอะวอยซ์ น้องหมาแทน 1 แสนบาท ปีนี้เป็กเลยไม่ได้สนับสนุนพี่บุ๋มโดยตรงค่ะ
ตอนบริจาค หนูไม่เคยสอบถามเลยว่าเขาเอาเงินไปใช้ตรงไหน เนื่องด้วยเป็กศรัทธาพี่บุ๋ม และคิดว่าเขาเป็นคนที่ทำจริงๆ เชื่อมั่นในตัวเขา 100 เปอร์เซ็นต์ เลยไม่เคยถาม แม้แต่ใบกำกับภาษีหนูก็ไม่เคยขอว่าเอาไปลดหย่อน หนูให้ไปเต็มๆ เลยค่ะ”
แจ้งความเพราะอยากรู้เอาเงินบริจาคไปใช้ทำอะไร รับจาก โห เป็น เฮ้ย ล่าสุดเป็น เหี้xแล้ว ศรัทธาพังครืน
เป็กกี้ : “เหตุผลที่หนูแจ้งความวันนี้ หนูอยากรู้ว่าเงินที่หนูบริจาคไปเขาเอาไปทำอะไร เผื่อจะสืบได้ว่า ณ เวลานั้นพี่บุ๋มเอาไปทำอะไรบ้าง เดิมทีที่มีข่าววันแรกว่าสามีพี่บุ๋มรุกป่าไปทำวิ่งเทรล เป็กคิดในใจว่า โอ้ย สงสารพี่บุ๋มจัง ได้คู่ชีวิตไม่ดี พี่บุ๋มน่าจะแย่แน่ๆ เลย แล้วหลังพี่บุ๋มแถลงข่าว พี่บุ๋มพูดว่าโดนนอกใจ มันสะท้อนความคิดเป็กเลย เป็กก็โดนนอกใจมาเป็กสงสารพี่บุ๋มมาก
เป็กโพสต์ปกป้องพี่บุ๋ม 100 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่วันแรกว่าเป็กส่งกำลังใจให้พี่บุ๋มนะ ค่อยๆ แก้ไปทีละปม เดี๋ยวทุกอย่างจะผ่านไปได้ จนวันที่ 2 หลักฐานต่างๆ ค่อยๆ เริ่มออก เป็กก็ยังมีความเชื่อมั่นว่า ไม่ พี่บุ๋มไม่ทำแน่ๆ ไม่ใช่ เป็กว่าพี่บุ๋มมีความงามสง่าในสังคมมากๆ จุดที่พี่บุ๋มยืนมันสง่ามาก เป็นอะไรที่ดูดี เป็กว่าเขาจะไม่เอาภาพลักษณ์ความงามสง่าทั้งหมด ไปทิ้งกะอีแค่พูลวิลล่า เป็กยังคุยเลยว่าเงิน 50 ล้าน มันไม่ได้คุ้มเลย ถ้าเป็นเป็ก เป็กก็ไม่เอา
หลังจากนั้นมีข่าวมาอีก 2-3 วัน ใจมันค่อยๆ พังไปเรื่อยๆ ค่ะ รู้สึกว่าเฮ้ย จริงเหรอเนี่ย วันแรก โห วันที่สอง เฮ้ย ๆๆๆ จนตร.ออกหมายจับ เป็กพูดได้คำเดียวเลยว่า เหี้xแล้ว เกินเฮ้ยไปแล้ว วันนี้ป็กบอกเลยว่าใจมันพัง ความศรัทธามันพังครืน เป็กว่าไม่ใช่เป็กคนเดียว ประชาชนหลายคนที่ซัปพอร์ตกัน แม้กระทั่งคนที่บางวันเขากินไข่ต้มแค่ลูกเดียว แต่เขาโอนเงินให้มูลนิธิองค์กรทำดี ไม่ว่าจะ 9 บาท 10 บาท 19 บาท เขาสละเงินตรงนั้น
เมื่อเช้านี้เป็กแต่งหน้าทำผมที่บ้านแล้วไลฟ์ มีน้องคนนึงเข้ามาพิมพ์บอกว่า พี่เป็ก สามีหนูติดเตียงนะ แต่ช่วงชายแดน เขาเอาเงินที่เขาได้จากเบี้ยยังชีพบริจาคให้มูลนิธิคุณบุ๋ม ปนัดดา เพราะเห็นพี่เป็กไว้ใจมูลนิธินี้ พวกเราเลยบริจาคตาม มันทำให้เป็กรู้สึกโคตรแย่”
ผิดหวังสุดๆ เหมือนใจสลาย
“สุดๆ (เหลือความรู้สึกดีบ้างไหม?) ถ้าถามความรู้สึกดีตอนนี้ เป็กบอกไม่ถูกเลย มันเหมือนใจสลาย ไม่รู้ต้องรู้สึกอะไรกับเขาแล้ว เราจะยังไงกับเขาดี มันมีความใจสลาย เสียใจ มันผิดหวัง มันสูญสิ้นศรัทธา มันหลายเรื่องแล้ว ณ ตอนนี้มีคนเอาคลิปในรายการคุยแซ่บโชว์มารีรัน แล้วมาโพสต์กันเยอะมาก วันที่พี่บุ๋มไปออกรายการแล้วเป็กได้สัมภาษณ์วันนั้นพี่บุ๋มบอกกับเป็กว่าเป็กคือสารตั้งต้นเลย คือคนแรกๆ ที่บริจาคให้มูลนิธิองค์กรทำดีของเขา เลยทำให้ดาราและทุกคนแม้กระทั่งคนไทยในต่างประเทศ ช่วยบริจาคมาเยอะแบบมืดฟ้ามัวดินมาก วันที่เป็กนั่งสัมภาษณ์เขา เป็กดูคลิป เป็กนั่งหน้าบานอย่างมีความสุข อิ่มบุญมากเลย แต่ตอนนี้ใจเป็กไม่อิ่มบุญเลย ใจเป็กรู้สึกผิดบาปมากๆ เลย ที่ โห”
ปัดแจ้งความแก้เกี้ยว ลั่นอดีตไม่เคยร่วมขอบริจาค แต่เคยแชร์โพสต์องค์กรทำดี สนับสนุนเพราะศรัทธา บุ๋ม ปนัดดา
เป็กกี้ : “เป็กไม่เคยขอพี่บุ๋มมาทำอะไรกับเป็กเลยค่ะ เพราะเป็กไม่ใช่นักกิจกรรม เป็กไม่เคยทำกิจกรรมอะไรเลย แต่ถามว่าเวลาพี่บุ๋มโพสต์หรือว่าอะไร เป็กเคยแชร์โพสต์ในเพจของเป็กไหม เป็กเคยแชร์ เพราะเป็กสนับสนุนเขาในความศรัทธาเขา แต่เป็กเคยทำกิจกรรมอะไร แล้วให้พี่บุ๋มมาร่วม เป็กไม่เคยทำ นอกจากให้มาช่วยครั้งเดียว คือช่วยเหลือแดนเซอร์ที่ถูกทำร้าย แค่นั้นเลย เป็กไม่จำเป็นต้องแก้เก้ออะไรเลยค่ะตอนนี้
ส่วนที่มองว่าเราโพสต์เหมือนสนับสนุน ทำให้เขาดีขึ้น ก็อย่างที่บอก ด้วยความศรัทธา ความเชื่อมั่น ณ ตอนนั้นเป็กมั่นใจว่าไม่ใช่แค่เป็กคนเดียวที่สนับสนุน ทุกคนล้วนศรัทธาและเชื่อมั่น ถึงได้บอกว่าตอนนี้ใจพวกเราหลายๆ คนพังหมด
แต่หากตร.ดำเนินคดีในภายหลัง เป็กว่าตรงนั้นเป็นอีกเรื่องนึง เป็กไม่ได้ซีเรียส เพราะเป็กไม่ได้ทำอะไรผิด (วันนี้มายืนยันเจตนาเรา?) ใช่ค่ะ เป็กมาแจ้งความวันนี้ด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ แล้วเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เป็กบริจาคให้คุณบุ๋ม ปนัดดา และองค์กรทำดี เป็กยืนยันเลยว่าเป็นเงินที่เป็กหามาด้วยความยากลำบาก และสุจริตนะคะ”
ยิ่งฟังคำแถลงจากตร. ยิ่งอึ้งกันหมด ไม่มีอะไรจะถามบุ๋มเพราะกลัวคำตอบ ไม่รู้จะจริงหรือไม่จริงแล้ว
เป็กกี้ : “คุณผู้ชมอึ้ง กรรมการอึ้ง ทุกคนอึ้ง อย่างที่เราอึ้งกันเลยค่ะ ไม่มีใครไม่อึ้ง อึ้งกันหมด แล้วก็อึ้งกับพี่บุ๋มด้วย พี่บุ๋มก็ยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ก็บอกว่ารับหมด เป็กก็อึ้ง ถ้าจะให้เป็กอะไรกับพี่บุ๋ม เป็กไม่มีอะไรจะบอก และไม่มีอะไรจะถามด้วย เป็กกลัวคำตอบที่ได้รับ เป็กไม่รู้ว่ามันเป็นคำตอบที่จริงหรือไม่จริง เพราะทุกหน้าสื่อที่เป็นคลิปย้อนหลัง มันเป็นคำพูดที่สวยงาม สวยหรู แต่ตรงข้ามและขัดแย้งกับข้อมูลและข้อเท็จจริงตอนนี้มากๆ เลย”
ไม่รู้เขาเปลี่ยนไปหรือเขาเป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรก!
เป็กกี้ : “หนูก็ไม่รู้ค่ะ แต่ตามหลักฐานตามที่เราเห็นกัน ไม่รู้ว่าเขาเปลี่ยนไปหรือเขาเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะก่อนหน้านี้ ตามหลักฐานไทม์ไลน์การโอนเงิน ที่เส้นเงินแปลกๆ ก็ปีลึกเหมือนกัน ตรงนี้เราไม่รู้เลยค่ะ”
ทนายลั่นเป็กกี้ช่วยแชร์ในฐานะพลเมืองดีเท่านั้น ไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรอยู่แล้ว
ทนายแก้ว : “เราต้องเข้าใจว่าขณะที่เป็กแชร์ข้อเท็จจริงตรงนั้นยังไม่ปรากฏ แล้วก็เป็กยืนยันกับผมกับทีมงานว่าเป็กไม่ได้มีส่วน ไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรอยู่แล้ว ตรงนี้เราพร้อมอยู่แล้ว แต่แน่นอน ในเวลานั้นเราก็เหมือนเป็นคนหนึ่งที่เป็นพลเมืองดี ที่อยากประชาสัมพันธ์ แค่นั้นเองครับ ก็แล้วแต่พนักงานสอบสวนว่าเขาจะมองว่าเราได้ประโยชน์จากเส้นเงินหรือเปล่า ต้องรอดูพนักงานสอบสวนครับ แต่วันนี้เป็กเขายืนยันที่จะมาแจ้งความในฐานะผู้เสียหายรายหนึ่ง ที่ได้มีการบริจาคครับ”
เป็กกี้ : “(เสียวสันหลังไหม มีมุมนี้ แชร์ก็อาจโดนว่ามีเอี่ยว?) ณ ตอนนั้นหนูแชร์ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ถ้าอนาคตหนูจะโดนอะไร ก็ว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรมค่ะ”
บุ๋มช่วยแดนเซอร์ก็ไม่มีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้อง
เป็กกี้ : “ไม่ได้มีอะไรเลยค่ะ ตอนนั้นมาไม่ได้คิดเงิน ไม่ได้อะไรเลย เป็กถึงคิดว่านี่คือความดีงามที่บริสุทธิ์เนอะ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เป็กก็คิดว่านี่แหละถ้าต้องเลือกบริจาคให้องค์กรสักองค์กรนึงต้องเป็นองค์กรที่ทำจริง ให้จริง เป็กบริจาคอยู่ นอกจากรพ.ศรีธัญญาที่เป็กให้เป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว ก็มีมูลนิธิองค์กรทำดี ที่เหลือเป็กก็ไปให้เด็กตามรายการที่เป็กเป็นคอมเมนเตเตอร์ เด็กที่ลำบาก ปกติเป็กช่วยคนอื่นเป็นประจำของเป็กอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ามูลนิธิหลักเลย อย่างของคนอื่นเป็กไม่ได้ให้ เป็กให้ของพี่บุ๋มคนเดียวเลย (เส้นเงินไม่มีเกี่ยวข้อง?) ไม่มีเลยค่ะ สบายใจได้”
ใจบาง ขอหยุดบริจาคชั่วคราว
เป็กกี้ : “ถ้าถามภายในอนาคต หนูว่าตอนนี้หนูต้องหยุดบริจาคก่อน เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าอันไหนดีจริง อันไหนไม่ดีจริง (หมดศรัทธา?) ถือว่าใจบางพอสมควรเลยค่ะ รู้สึกไม่ได้อยากทำบุญอะไรอีกแล้ว ต้องพักก่อนจริงๆ ดูก่อนว่าใจเราจะหายชาเมื่อไหร่ แต่ตอนนี้คงพักก่อนค่ะ”
ไม่รู้แจ้งความแล้วจะเกิดอะไรกับบุ๋ม แต่แค่อยากรู้หากมูลนิธิช่วยคนแค่ 2 เปอร์เซ็นต์จากเงินบริจาค อีก 98 เปอร์เซ้นต์ไปไหน?
เป็กกี้ : “จริงๆ แล้วเป็กไม่รู้หรอกว่าจะเกิดผลอะไรบ้าง แต่หนึ่งเลยเป็กอยากรู้ว่าเงินตรงนี้ที่เขาว่ากันว่าทั้งหมดทำบุญไปแค่ 2 เปอร์เซ็นต์ ช่วยเหลือคนไป 2 เปอร์เซ็นต์ แล้วไม่รู้ที่เหลือไปไหน จะมีทางรู้ได้ไหม เราทำบุญไปแล้ว บุญสำเร็จไปแล้ว ไม่ได้มาเพื่ออยากได้เงินคืนหรืออะไร แต่ถ้าได้คืนก็ดีนะคะ เพราะเป็กไม่ได้อยากจะเอาเงินไปสร้างพูลวิลล่าหรืออะไร ไม่ได้เสียดายเงินที่บริจาคไปค่ะ”
ทุกมูลนิธิควรเปิดเผยค่าใช้จ่ายเพื่อความโปร่งใส
ทนายแก้ว : “มันเป็นหน้าที่ของมูลนิธิที่ต้องทำบัญชีอยู่แล้วครับ”
เป็กกี้ : “หนูว่าความโปร่งใสก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดแหละค่ะ ณ ตอนนี้เป็กว่าคนกลัวการบริจาคไปหมดแล้วล่ะ คนน่าจะกลัวการบริจาคไปพักใหญ่ๆ เลยค่ะ”
“โอ๊ต ปราโมทย์ ปาทาน” มอบอำนาจให้แจ้งความด้วย บอกนึกไม่ถึงจริงๆ ว่าเงินมันคมจนทำแบบนี้
ทนายแก้ว : “ใช่ครับ เมื่อวันที่ 27 ปี 68 มูลนิธิได้มีการทำหนังสือตอบรับกลับมาในมูลนิธิวายไลฟ์ คุณโอ๊ต ปราโมทย์ ปาทาน ในช่วงท้ายบอกว่ามูลนิธิได้รับมอบเงินบริจาคไว้ตามวัตถุประสงค์เรียบร้อยแล้ว เป็นจำนวนเงิน 1.5 แสนบาท มูลนิธิคุณโอ๊ต ปราโมทย์ก็มอบอำนาจให้ผมมาแจ้งความเหมือนกัน เพราะมูลนิธิคุณโอ๊ตเองต่างคนต่างระดมเงินเข้ามา คุณโอ๊ตเองก็บอกว่ายังไงก็อยากมาแจ้งความ แต่วันนี้ติดงาน เลยมอบอำนาจให้ผมมาแจ้งความแทน หนึ่งมีการทำหนังสือมอบอำนาจให้แจ้งความ เพราะหนังสือตอบรับมูลนิธิเขาตอบรับชัดเจนว่าเขาเอาไปใช้ตามวัตถุประสงค์ ซึ่งเงินตรงนี้จำนวน 1.5 แสน โอ๊ตมองว่าเป็นเงินชาวบ้านที่ร่วมเข้ามา เลยอยากมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ แจ้งความเหมือนกัน
เขาก็ตกใจ เขาบอกว่าเขาก็นึกไม่ถึงจริงๆ รู้สึกผิดหวังนิดนึงว่าเงินมันคมขนาดนี้ก็คุยกันแบบนี้ เพราะต้องประชุมกรรมการกันก่อน ก่อนมาแจ้งความ ของเขาน่าจะเป็นช่วงน้ำท่วมไหมครับ พ.ย. ปี 68 (มีใครติดต่อให้แจ้งความเพิ่ม?) ยังไม่มีครับ ก็มีของคุณโอ๊ต กับคุณเป็กกี้ ก็แจ้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน , พ.ร.บ. คอมพ์ฯ แล้วก็ฟอกเงิน”


