xs
xsm
sm
md
lg

“ประจักษ์ชัย” เสียดาย “บุ๋ม” ต้นทุนสังคมสูงแต่พ่ายแพ้กิเลส เทียบตัวเองสาวในค่ายเยอะต้องระวังตบะแตก!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ประจักษ์ชัย” เปิดใจคดี “บุ๋ม ปนัดดา” หลัง “ลำใย ไหทองคำ” เคยบริจาค 1 แสน ยอมรับเสียใจ เสียดาย ลำใยเคยแจ้งเกิดจากรายการบุ๋ม ชี้ทำผิดต้องรับกรรม มองกอบกู้ศักดิ์ศรีคืนยาก อาจไม่มีวันกลับมาได้อีก ต้นทุนสังคมสูงแต่พลาดเพราะโลภ เทียบตัวเองสาวๆ ในค่ายเยอะ ต้องระวังตบะแตก

กลายเป็นประเด็นที่คนในวงการบันเทิงและสังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีคดีเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดีของ “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” ล่าสุดค่ายเพลงไหทองคำ โดย “ประจักษ์ชัย ไหทองคำ” ผู้บริหารค่าย ออกมาเปิดใจถึงเรื่องนี้อย่าง หลัง “ลำใย ไหทองคำ” สุพรรณษา เวชกามา เคยร่วมบริจาคเงินและค่ายเคยรวบรวมสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย ยอมรับเสียใจและสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ย้ำชัดทำผิดก็ต้องว่าไปตามผิดและรับผลของการกระทำ

“ลำใยบริจาคไปในช่วงน้ำท่วม 1 แสนบาท และในส่วนของไหทองคำ ตั้งบูธรับบริจาคที่เซียร์รังสิต แล้วเราก็ขนใส่รถบรรทุกไปบริจาคที่คลองแปด ของผมจะเป็นสิ่งของ ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ชื่นชมในความตั้งใจของพี่บุ๋ม เขาตั้งใจทำความดี ตั้งใจทำให้เราเห็นมาโดยตลอด ที่ผ่านมาเป็นองค์กรที่เข้มแข็ง และมีภาพลักษณ์ที่ดี แต่พอมีประเด็นเหล่านี้ขึ้นมา เราก็เสียใจ ไม่สบายใจ แต่ก็ไม่เป็นไรครับ อะไรที่ว่าดี ตามที่เขาว่าดี แต่อะไรที่ผิด ก็ว่าไปตามผิด

ถามว่าเราเสียดายเงินบริจาคไหม เราได้บุญไปตั้งแต่วันที่เราบริจาคไปแล้ว เราตั้งใจที่จะไปร่วมบริจาค ก็ถึงมือผู้ประสบภัย แต่ในระหว่างทางมันอาจจะผิดวัตถุประสงค์ ออกนอกลู่ออกเส้นทาง ตอนนั้นอาจจะยังไม่มี แต่ไม่เป็นไรเราได้ทำบุญไปแล้ว จิตมันได้ก่อการกุศลไปแล้ว”

คงไม่แจ้งความ บอกสังคมพิพากษาไปแล้ว
“ซึ่งเราก็ไม่น่าจะไปแจ้งความ เห็นว่าหลายท่านก็ไปแจ้งแล้ว สังคมก็พิพากษาแล้ว ซึ่งมันไม่เกี่ยวว่าจะต้องเข้าคุก เข้าตะราง หรือเรือนจำ แต่มันเป็นความเชื่อถือ เครดิต ที่สร้างมา ที่ต้องได้รับผลกระทบ เราไม่ได้แคลงใจ เราก็ให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายไป”

รับเสียดาย เคยซัปพอร์ตและให้กำลังใจ น้องลำใยเกิดจากรายการบุ๋ม
“มาวันนี้เราก็รู้สึกเสียดาย ด้วยความที่เราตั้งใจและซัปพอร์ตเป็นกำลังใจให้พี่บุ๋ม ที่ผ่านมาเราก็ให้กำลังใจพี่บุ๋ม ผมและน้องลำใยก็เกิดจากรายการของพี่บุ๋ม เป็นรายการแรกที่สัมภาษณ์เรา และกับพี่หนุ่ม (กรรชัย กำเนิดพลอย) รายการปากโป้ง มีความสัมพันธ์ที่ดี เราก็ไม่ได้มองพี่บุ๋มเป็นอื่นไกล แต่พอมันเรื่องเกิดขึ้น เราก็ให้กำลังใจ ยอมรับความจริง ก็ให้รับใช้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ก็เข้าไปในกระบวนการของกฎหมาย เข้าเรือนจำหรือไม่เข้าเรือนจำ ก็สุดแต่แล้วแต่ ก็รับผลของการกระทำไป

ถามว่ามีผลต่อการที่เราจะทำบุญต่อไปไหม ผมมองว่าไม่นะ เพราะว่าเราตั้งใจว่าเราจะทำบุญอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล โรงเรียน ที่เราจะพอทำได้ตามกำลังของเรา เราก็จะทำแค่นั้น”

มองอาจกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมาไม่ได้เลย
“แต่ก็จริงนะคนล้มก็อย่าข้าม แต่อย่างที่หลายคนพูดว่านี่ไม่ใช่คนล้ม แต่มันคือคนโกง มันคือคนที่เจตนาไม่ดี มันเป็นเงินหลัก 800 ล้าน ซึ่งมันก็มีเงินที่นอกเส้นทาง ไปซื้อที่ หรือโอนให้คนอื่น มันก็ทำให้เราสะเทือนใจ เราก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น เขาก็ต้องรับกรรมในส่วนที่เขาทำไป จะนานหรือไม่นานไม่รู้ แล้วกว่าจะกอบกู้ศักดิ์ศรีมาได้ มันต้องใช้เวลานาน หรือบางทีอาจจะกลับมาไม่ได้เลย”

เผยบุ๋มต้นทุนสังคมสูงมาก แต่พลาดเพราะความโลภ เปรียบตัวเองเจอสิ่งยั่วยุอย่างสาวๆ ในค่าย ต้องเซฟตัวเอง
”คือเราต้องแยกออกจากกัน ในความที่เขาเป็นคนดีมันก็มี ตลอด 20 ปี เขาอยู่ในมุมบวกมาโดยตลอด แต่พอมันมีเรื่องแดงออกมาอย่างนี้ ก็เอาเถอะ เราไม่ก้าวล่วง เขาก็ต้องรับผลของการกระทำ ชื่อเสียงที่สะสมมา เป็นด็อกเตอร์ จบปริญญาเอก ต้นทุนทางสังคมเขาสูงมาก แต่มันพลาดพลั้งด้วยจิตใจ ด้วยความโลภ หรือคนข้างกาย แต่สิ่งอื่นใดคือจิตสำนึก คุณธรรม มันขึ้นอยู่กับมโนสำนึกของแต่ละคน ที่อดทนต่อสิ่งยั่วยุได้ยังไง อย่างสาวๆ ในค่ายผมเยอะแยะ ถ้าผมตบะแตก ผมอาจจะไขว้เขวไป มันอาจจะเกิดสิ่งไม่ดีในวงการ จะแชตคุยกับใคร ผมเซฟตัวเองมาก ระวังทุกอย่าง”