xs
xsm
sm
md
lg

“หนุ่ม กรรชัย-พุทธ” เปิดเบื้องหลังถูก “บุ๋ม ปนัดดา” หลอกจัดฉากเบี่ยงประเด็นให้สังคมเห็นว่าโดนรังแก ลั่นไม่เคยเจอใครแต่งเรื่องได้ขนาดนี้ สรุปลาสต์บอสคือบุ๋มเอง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“หนุ่ม กรรชัย - พุทธ” โฟนอินเล่า “สรยุทธ” รู้สึกเหมือนกันถูก “บุ๋ม ปนัดดา” หลอกจัดฉากเบี่ยงประเด็นให้เป็นส่วนหนึ่งในการให้สังคมเห็นว่าตัวเองน่าสงสาร โดนรังแก เพื่อปิดบังเส้นเงินเงินบริจาคไว้ก่อน ลั่นตั้งแต่ทำงานข่าวมายังไม่เคยเจอใครแต่งเรื่องได้ขนาดนี้เลย ไม่อยากจะเชื่อมันมีคนแบบนี้จริงเหรอคนที่พยายามทำดีเพื่อหวังเงินคนอื่น ชี้แผนพลาดเพราะ “ช่างเอ๋” เชื่อผัว-เมียคุยกันมาแล้ว สรุปลาสต์บอสก็คือตัวบุ๋มเอง

หลังจากตำรวจบุกบ้านรวบ “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” อดีตประธานมูลนิธิองค์กรทำดี แจ้ง 3 ข้อหา คือ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และ ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ในรายการกรรมกรข่าวนอกจอโดย “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” โฟนอินหา “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” และ “พุทธ อภิวรรณ” เพื่อคุยถึงเบื้องหลังคดีบุ๋ม ที่ทั้งสองคนเป็นผู้เปิดเรื่องนี้ จากที่เคยเป็นผู้รู้ลึก กลับกลายเป็นผู้ที่ถูกบุ๋มหลอกจัดฉากเป็นเครื่องมือในการเบี่ยงเบนประเด็นให้สังคมสงสารแทนที่จะโฟกัสเรื่องเงินบริจาคและการบุกรุกป่า

หนุ่ม กรรชัย : “รู้สึกผิดหวัง เรื่องเงินไม่ได้เสียดาย เพียงแต่รู้สึกว่าเงินมันควรจะถูกนำไปใช้ในทางที่ถูกที่ควร แต่ในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้แล้วก็ทำอะไรไม่ได้ เราไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ไม่โกรธบุ๋มนะแต่เสียใจมากกว่า เสียใจที่ว่าในวันแรกเขาน่าจะบอกความจริงเราทั้งหมดให้เรารู้ว่ามันมีที่มาที่ไปยังไง เราจะได้รู้ อย่างน้อยก็ไม่ได้ปิดบังอะไรกัน จะได้รู้ว่าเราควรจะต้องมองไปในมุมไหน สิ่งที่เราฟังมามันก็ยังเป็นคำโกหกอยู่ มันก็เลยเสียใจ

เมื่อวานซืนผมก็เพิ่งคุยกับทนายเพชร (ทนายบุ๋ม) เขาก็บอกว่าเขาจะหาทางออกที่ดีที่สุดให้ทางบุ๋ม ผมก็บอกว่าอะไรก็แล้วแต่เพชรก็ต้องบอกกับทางบุ๋มว่าเขามีความจำเป็นที่จะต้องพูดความจริงทั้งหมดให้เพชรฟัง เพราะเพชรเป็นทนายของเขา เพชรจะรู้ดีที่สุดเหมือนเป็นหมอที่รักษาเขา ถ้าไม่บอกอะไรเลยก็จะไปไม่ถูกทาง”

พุทธ : “รู้สึกผิดหวัง ตั้งแต่วันแรกๆ ผมยังเชื่อในสิ่งที่เขาพยายามพูดกับผม เหมือนที่เขาเองก็คุยกับพี่หนุ่ม วันแรกๆ เลยที่คุยกันเขาพยายามจะบอกว่าตัวเขาไม่เคยยุ่งเกี่ยวอะไรกับเงินบริจาคเลย เพราะบุ๋มใช้เวลาทุ่มเทให้กับการช่วยเหลือแต่ไม่คิดว่าจะโดนหักหลังแบบนี้ นั่นคือสิ่งที่เขาพยายามจะสื่อในครั้งแรก แล้วเขาก็ถามกลับว่าพี่พุทธแล้วบุ๋มจะต้องทำยังไงดี เหมือนเขาขอคำปรึกษา แต่พอเรื่องมันเดินไปเรื่อยๆ เราเริ่มเห็นข้อมูล เริ่มเห็นหลักฐาน มันมีหลายสิ่งรวมถึงสิ่งที่เขาเคยให้สัมภาษณ์ไว้ในอดีต กับสิ่งที่มันเป็นไปในปัจจุบัน มันเลยรู้สึกว่าตอนนี้เราไม่รู้เลยจริงๆ ว่าอันไหนที่คุณบุ๋มพูดแล้วมันคือเรื่องจริงบ้าง

เพราะหลายๆ เรื่องมีภาพมาปรากฎในวันนี้ พอเราย้อนมองกลับไปในอดีต หลายเรื่องคือมันเริ่มที่จะไม่จริงแล้ว มันมีหลายอย่างที่คุณบุ๋มพูดแล้วไม่เป็นความจริงอย่างที่เขาอธิบายให้ผมฟัง”

โป๊ะแตกพีกที่สุดเมื่อเห็นเส้นเงิน
พุทธ : “เรื่องของเส้นเงิน พอได้ทราบข้อมูลและเห็นเส้นเงินที่มันถ่ายเข้าถ่ายออก มันผิดปกติตั้งแต่เงินองค์กรไปให้ช่างเอ๋ และช่างเอ๋โอนกลับไปที่คุณก๊อต (สามีบุ๋ม) หรือแม้แต่ตอนนี้ที่เราเห็นเลยก็คือแม้กระทั่งเพื่อนของเขา บุคคลที่เข้ามารับเหมาก่อสร้างรายอื่นๆ ที่ตอนนี้ยังไม่เป็นข่าว มันก็มีความผิดปกติเรื่องของเส้นเงินด้วย”

รู้สึกเหมือนคนไทยทั้งประเทศที่ผิดหวัง “บุ๋ม ปนัดดา” มาถึงจุดนี้ได้ยังไง ลั่นไม่อยากจะเชื่อมันมีคนแบบนี้จริงเหรอคนที่พยายามทำดีเพื่อหวังเงินคนอื่น
พุทธ : “ผมรู้สึกเหมือนคนทั้งประเทศคือเราผิดหวัง มันมาถึงจุดนี้ได้ยังไง กับผู้หญิงคนนึงซึ่งมีภาพลักษณ์ดี เราเห็นเขาลงพื้นที่ ช่วยเหลือสังคม แต่พอวันนึงเราได้เห็นความจริงเบื้องหลังของเขา มันจะมีจริงๆ เหรอวะคนที่พยายามทำดีเพื่อหวังเงิน แล้วพยายามจะบอกว่าเงินนี้เอาไปช่วยคนอื่น แต่พอเราไปเห็นความจริงสุดท้ายแล้วเงินนี้กลับไหลเข้าไปหาตัวเขาเองและคนใกล้ตัวของเขา มันเลยรู้สึกว่ามันมีคนแบบนี้จริงๆ เว้ย มันยิ่งไม่น่าเชื่อเพราะมันตรงกันข้ามกับสิ่งที่เราเห็นอย่างสิ้นเชิงเลย มันจะมีคนอย่างนี้จริงๆ เหรอ ที่มาทำอะไรให้คนเห็นว่าอันนี้ดี แต่พอเราไปเห็นพฤติกรรมที่มันเกิดขึ้นมันหักล้างกันหมดเลย”

“หนุ่ม-พุทธ” รู้สึกเหมือนกันถูก “บุ๋ม ปนัดดา” หลอกจัดฉากเบี่ยงประเด็นให้ทั้งคู่เป็นส่วนหนึ่งในการให้สังคมเห็นว่าตัวเองน่าสงสาร โดนรังแก เพื่อจะปิดบังในเรื่องเส้นเงินเงินบริจาคไว้ก่อน ลั่นตั้งแต่ทำงานข่าวมายังไม่เคยเจอใครแต่งเรื่องได้ขนาดนี้เลย
หนุ่ม กรรชัย : “ใช่ครับ รู้สึกเหมือนเขาจัดฉาก ผมเชื่อว่าพุทธก็คงรู้สึกคล้ายๆ กัน ตอนนั้นถามว่ามีเอะใจไหมก็มีเอ๊ะ ตอนนั้นคุณบุ๋มอยู่ที่ญี่ปุ่น ปกติผมกับบุ๋มก็คุยกันเรื่องนั้นเรื่องนี้ทั่วๆ ไป แต่เรื่องนี้ผมมองว่าอันดับแรก พอลูกถูกอุ้มไปจากสามี ผมเชื่อว่าด้วยความที่ผมก็เป็นพ่อ ผมรู้สึกว่าเอ๊ะทำไมบุ๋มถึงต้องโทร.มาหาผมที่เป็นสื่อ โทร.หาพุทธก็เป็นสื่อ ซึ่งมันจะไม่ปลอดภัยกับลูกหรือเปล่า จริงๆ แล้วบุ๋มจะต้องโทร.หาตำรวจเอง ผมก็เอะใจ สุดท้ายผมก็ประสานหน่วยงานให้”

พุทธ : “ผมก็รู้สึกเหมือนกันครับ ครั้งแรกที่เขาคุยมันคือเรื่องครอบครัว เขาพยายามจะดักทางว่าเหมือนเขาโดนสามีหักหลัง ทุกสิ่งที่มันเกิดขึ้นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นเพราะบุ๋มไว้ใจสามี เหมือนเขาโยนทุกสิ่งทุกอย่างกลับไปที่สามี พูดเรื่องเงินน้อยมาก แต่เหมือนกับว่าสามีเป็นตัวร้ายของเรื่องซึ่งเราฟังในตอนแรกเราเชื่อนะครับว่ามันน่าเห็นใจ ทำไมสามีถึงทำแบบนี้ แต่พอหลังๆ มันเริ่มมีเรื่องเส้นเงิน เลยเอ๊ะหรือเราจะโดนเขาหลอกเพื่อมาเป็นส่วนหนึ่งในการให้สังคมเห็นว่าบุ๋มน่าสงสาร บุ๋มโดนรังแก แต่เพื่อจะปิดบังในเรื่องเส้นเงินที่มีการถอนเข้าถอนออกที่ไปเกี่ยวกับตัวเขาเอง โอ้โห ครับ เราทำข่าวมาผมยังไม่เคยเจอใครที่สามารถสร้าง แต่ง ประพันธ์เรื่องแบบนี้ได้ ไม่เคยเจอเลยจริงๆ”

สรยุทธ : “ก๊อตโทร.มารับจบก็เป๊ะเลย”

“หนุ่ม กรรชัย” ชี้แผน “บุ๋ม ปนัดดา” มาพลาดที่มีเรื่อง “ช่างเอ๋” แทรกเข้ามา เรื่องเงินบริจาคเลยแดง เชื่อผัว-เมียคุยกันมาแล้ว สรุปลาสต์บอสก็คือตัวบุ๋มเอง
หนุ่ม กรรชัย : “จริงๆ แล้วเรื่องนี้บุ๋มเขาพลาดไปนิดนึง ตอนแรกผมเชื่อว่าเรื่องของมูลนิธิมันยังไม่ได้ปรากฎ เรื่องที่ปรากฎคือเรื่องรุกป่า รุกที่หลวง บุ๋มก็คงไม่อยากอยู่ในสมการนั้นก็เลยพยายามที่จะดีดตัวออกมาโดยการที่เอาตัวคุณก๊อตขึ้นมาชูว่ามีเรื่องนี้ๆๆๆ เกิดขึ้น แต่บังเอิญว่ามีอีกตัวละครนึงโผล่ออกมาก็คือช่างเอ๋ พอออกมาเรื่องมันเลยเหมือนฝีแตก มันมีเรื่องบัญชีมูลนิธิออกมาโอนไปให้ช่างเอ๋ ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ เลยมาเปิดเรื่องนี้ ตรงนี้แหละที่บุ๋มพลาด เขาไม่คิดว่ามันจะซ้อนเข้ามาอีกอัน ก็เลยกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต”

สรยุทธ : “ความรู้สึกที่ก๊อตโทรเ.ข้ามาแล้วตั้งใจจะพูดเรื่องเดียวเลย คือเขาเป็นคนบอกบุ๋มให้โอนแล้วเอาไปสร้างที่ทำการมูลนิธิเท่านั้นเอง ถามแต่เผื่อไม่ตอบ แล้วต่อมาบุ๋มก็โทร.เข้ามาร้องไห้ว่ารู้อย่างนี้แล้วก็มารับกัน คุณคิดกันว่ายังไง”

หนุ่ม กรรชัย : “ผมเชื่อว่าเขาน่าจะคุยกันมาแล้ว สุดท้ายแล้วพ่อ-แม่ถ้าต้องเลือกตาย มันต้องตายคนเดียว ตายคู่ไม่ได้เพราะเขามีลูกด้วยกัน ฉะนั้นมันต้องมีคนรับจบเป็นเรื่องธรรมดา เรื่องนี้ตำรวจก็เก่งมากจริงๆ มันไม่ได้หมายความว่าคุณจะรับจบคนเดียวแล้วไม่ดูหลักฐานเส้นเงินต่างๆ ที่เชื่อมโยงไปถึงคุณบุ๋ม สิ่งที่เขาพูดกันว่าลาสต์บอส วันนี้มันก็คงปรากฎชัดแล้วว่ามันคือใคร ก็ตัวคุณบุ๋มเองนั่นแหละครับ”

“หนุ่ม-พุทธ” พร้อมเปลี่ยนสถานะจากพยานเป็นผู้เสียหาย
พุทธ : “วันนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ถามว่าจะเป็นผู้เสียหายหรือจะเป็นแค่พยาน ผมเลยถามหลักข้อกฎหมาย ถ้าผมเป็นพยานแล้วสามารถดำเนินคดีได้ไหมถ้าวันนึงเราพบว่าเขาผิด ตำรวจบอกว่าข้อมูลของคุณพุทธมันสามารถใช้เป็นหลักดำเนินคดีได้ ก็เลยบอกกับตำรวจสมมติว่าวันนึงคิดว่ามันใช่แล้ว ผมก็สามารถประสานมาพร้อมจะเป็นผู้เสียหาย เพราะจากสิ่งที่เราเห็นวันนี้เรารู้สึกว่าถ้าเขาผิดอย่างที่วันนี้ที่เราเห็นพร้อมกับเส้นเงิน และหลักฐานอะไรบางอย่าง ผมว่ามันก็ไม่ควรปล่อยให้คนผิดได้ใช้ชีวิตอย่างปกติอีกต่อไป มันจะต้องมีผู้แสดงตัวออกมาว่าเราก็เป็นหนึ่งในผู้เสียหาย อย่างน้อยๆ ให้อีกหลายๆ คนจะได้รู้สึกกล้าที่จะออกมาด้วย ผมก็พร้อมจะออกไปเป็นผู้เสียหายครับ”

หนุ่ม กรรชัย : “ในอนาคตก็คงพร้อม ตามที่พุทธบอกเลย จนเราได้เห็นเส้นเงินที่มันผิดปกติก็เลยคุยกับตำรวจ ในอนาคตถ้ามันมีอะไรไม่ชอบมาพากล หรือตำรวจต้องการผู้เสียหายเพิ่ม ทางผมก็ยินดี”

สรยุทธ : “ก็เอาเป็นว่าทั้งคู่พร้อมจะเป็นผู้เสียหายไม่ใช่แค่พยานแล้ว”

อยากฝาก “บุ๋ม ปนัดดา” โอกาสสุดท้ายคือพูดความจริงทั้งหมด
พุทธ : “สังคมจะมีคำถามว่าอะไรคือเรื่องจริงบ้าง นี่น่าจะเป็นโอกาสสุดท้ายของคุณบุ๋มในการพูดความจริง การพูดความจริงแล้วบอกความจริงกับตำรวจ ทำเพราะอะไร และเพื่ออะไร เพราะความจริงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด”

“หนุ่ม กรรชัย” ฝากถึงสังคมในการนำเสนอข่าวประเด็นเกี่ยวกับ “บุ๋ม ปนัดดา” แล้วมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า คนล้มแล้วซ้ำ

หนุ่ม กรรชัย : “ไม่อยากให้มองแบบนี้ ทำผิดคือทำผิด ทำดีคือทำดี กรรมกับบุญต่างกัน ทำบุญแล้วกรรมลดลง คงไม่ใช่ การนำเสนอข่าวครั้งนี้เป็นบรรทัดฐานของสังคม เพราะปัจจุบันมีมูลนิธิที่ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด อย่าให้มีแบบนี้เกิดขึ้นอีก ใครทำอยู่ก็ควรเลิก”