“บุ๋ม ปนัดดา” ไม่หนี รอหมายจับที่บ้าน ทนายลั่นไม่เป็นประโยชน์สู้หน้าสื่อ เมินคนใกล้ชิดแห่แจ้งความ รับเครียด ห่วงลูก 4 ขวบและ 2 ขวบ ฝากไว้กับยายวัย 76 จะอยู่กันอย่างไร?
หลังจากมีกระแสทั้งวัน ปมจะถูกศาลอาญาออกหมายจับ ซึ่ง “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี”พร้อม “ทนายเพชร เอกสิทธิ์ ศรีสังข์” ได้เผยผ่านรายการโหนกระแส หากมีหมายจับ ให้มาจับได้เลยที่สำนักงานทนายความย่านแฟชั่นไอส์แลนด์ ไม่อยากให้ไปที่บ้าน เพราะไม่อยากให้ลูกได้เห็นภาพดังกล่าว
ต่อมา บุ๋ม ปนัดดา และ ทนายเพชร ก็ได้เดินทางกลับมาที่บ้านพักย่านนวมินทร์ พร้อมเปิดใจต่อสื่อมวลชน โดย บุ๋ม ปนัดดา เผยด้วยน้ำเสียงเครียดว่า แม้จะมีหลากหลายอารมณ์ แต่ก็พยายามเตรียมความพร้อมทางจิตใจ สิ่งที่กังวลและเป็นห่วงมากที่สุดในขณะนี้คือเรื่องครอบครัว ได้ฝากฝังลูกๆ ไว้กับคุณยาย ซึ่งลูกคนเล็กอายุเพียง 4 ขวบ และ 2 ขวบ ส่วนน้องอันดามันกำลังอยู่ในช่วงเติบโต รวมถึงคุณแม่ที่อายุมากถึง 76 ปีแล้ว เนื่องจากตนเองเป็นเสาหลักของบ้าน จึงอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าทั้งหมดจะดูแลกันอย่างไร ส่วนตัวพร้อมพิสูจน์ตัวเองตามกฎหมาย
ทนายเพชร : “ผมแนะนำให้เขาออกมาเอง ก็จะมาถามว่าหมายออกหรือยัง จะได้เตรียมตัวเข้าสู่กระบวนการ”
บุ๋ม : “เกรงใจ”
ทนายเพชร : (ล่าสุดหมายจับออกแล้ว?) เขารายงานมาตั้งแต่ 11 โมงแล้ว ผมไม่เป็นอันกินอันนอนเลย ถ้าออกมาแล้วก็ยินดีเข้าสู่กระบวนการครับ
เครียด ลูก 4 ขวบและ 2 ขวบ ฝากไว้กับคุณยายวัย 76 ปี จะอยู่กันยังไง
บุ๋ม : “มันหลากหลายอารมณ์ค่ะ แต่ก็พยายามเตรียมความพร้อมในเรื่องใจของเรา ฝากลูกไว้กับคุณยาย ลูกบุ๋มแค่ 4 ขวบกับ 2 ขวบ เราเป็นเสาหลักของบ้าน ก็ต้องดูแลรวมถึงน้องอันดามันที่เราก็เป็นห่วงเขา ก็มีคุณแม่ที่ 76 น้องอันดา แล้วก็ลูกเล็กอีก 2 คน จะอะไรยังไง จะดูแลกันยังไง ก็ห่วงแค่ตรงนี้ที่เรากังวลมากที่สุด ส่วนตัวเราก็พร้อมที่จะพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรมค่ะ”
หากไม่ได้ประกันตัวก็พร้อมยอมรับ
ทนายเพชร : “ด้วยกระแสข่าว ด้วยตัวอย่างคดีที่ผ่านมาในลักษณะแบบนี้เราก็เข้าใจ แต่เราเชื่อว่าด้วยการแสดงเจตนาที่บริสุทธิ์ของเรา หลักกฎหมาย การยึดมั่นในหลักกฎหมาย การแสดงตัวต่างๆ ที่เราพยายามทำ เราเองก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะขอได้ใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ และตามกฎหมายของเรา แต่ถ้าเกิดทางศาลจะไม่อนุญาตอะไรก็แล้วแต่เราก็ยินดีพร้อมยอมรับทุกอย่าง”
ขอโทษทำให้ผิดหวัง
บุ๋ม : “คงไม่มีคำอื่นนอกจากขอโทษค่ะ ขอโทษที่ทำให้ผิดหวัง ขอโทษที่ทำให้รู้สึกแย่ในหลายๆ อย่าง ขอโทษคณะกรรมการมูลนิธิด้วย ขอโทษคนที่รักและเชื่อมั่นไม่มีคำอื่นใดนอกจากขอโทษจริงๆ ค่ะ อะไรที่ผิดบุ๋มก็ต้องว่าไปตามผิดเท่านั้นเอง”
รับผิดคนเดียวเพราะทำให้กรรมการมูลนิธิฯ ลำบากใจ
ทนายเพชร : ที่คุณบุ๋มตอบไปว่ายอมรับผิดแต่ฝ่ายเดียวเนื่องจากตอนนั้นกรรมการต่างๆ ท่านก็คงลำบากใจ ซึ่งคำว่าผิดเราไม่เคยปฏิเสธการรับผิดตั้งแต่วันแรกอยู่แล้ว แต่การผิดมันมีการผิดหลายแบบ ผิดระเบียบ ผิดข้อบังคับ ผิดอยู่แล้ว ผิดที่จะต้องชดใช้มูลนิธิผิดอยู่แล้ว ผิดอาญา ยักยอกหรือฉ้อโกงผมก็ยังต้องดูข้อเท็จจริงอยู่ แต่ไม่ได้ปฏิเสธการรับผิด คือการที่มาบอกว่าเรายอมรับผิด คือเรายอมแบบนี้”
คนใกล้ชิดแจ้งความ ก็เป็นสิทธิ์ของเขา
บุ๋ม : “เป็นสิทธิ์ของเขา”
ทนายเพชร : “ยินดียอมรับการตรวจสอบทุกประการครับ”
แนะพูดความจริง เพราะเส้นเงินแก้ไขไม่ได้
ทนายเพชร : “ในเรื่องของเส้นเงินมันเป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ของตำรวจ เราได้ทนายความเก่งแค่ไหนก็ไม่สามารถแก้ได้ ฉะนั้นเรื่องเส้นเงินต่างๆ ผมบอกพี่บุ๋มเลยว่าเรายอมรับผิดทุกอย่าง และพูดความจริงกับพนักงานสอบสวนกับตำรวจ”
ไม่รู้สึกว่าพลาดที่ตั้งมูลนิธิ
บุ๋ม : “ไม่นะ”
ทนายเพชร : “ผมขอให้เขาไม่ตอบแล้วกัน มันเป็นเรื่องอารมณ์ความรู้สึก ผมรู้สึกว่าจากความรู้สึกของผมนะ ผมรู้สึกว่าจากวันแรกก็คงจะมีเจตนาดี แต่หลังจากนั้นจะเป็นแบบไหนยังไงก็ไม่กล้ายืนยันได้ ถามว่าเกิดจากความตั้งใจหรือพลาดตรงไหน ถ้าให้ตอบเจตนา หรือผิดพลาดมันจะเรื่องยาวเลยครับ”
แจงปมย้อนแย้ง? จากไม่รู้ มายอมรับผิดคนเดียว
ทนายเพชร : “คำว่าผิดกับไม่ผิดในความเข้าใจของแต่ละคนไม่เหมือนกัน คนเวลาที่เขาคิดว่าเขาไม่ผิดคือฉันไม่โกง แต่ถ้ามันผิดระเบียบ ผิดข้อบังคับเราเป็นทนาย เราอธิบายให้เขาฟังว่าสิ่งที่เขาคิดว่าเขาไม่ผิด ความจริงเขามีส่วนผิดนะ นี่คือสิ่งที่ผมต้องการจะสื่อสาร”
โวยไม่ได้ตำหนิ “ทนายเปิ้ล” ออกรายการโหนกระแส
ทนายเพชร : “ไม่ได้ตำหนินะ ทนายความด้วยกันผมก็รู้สึก ผมเชื่อว่าเขาไม่ผิด และผมก็บอกเขาแล้วว่าไม่ควรไปพูดอะไรเยอะเมื่อมันเป็นกระแสของสังคมอยู่ เราพูดด้วยเหตุผล หลักฐานเท่าไหร่ไม่มีใครฟังหรอกครับ ไปดูคอมเมนต์ได้ เรื่องนี้ผมเคยได้ไปออกรายการโหนกระแสเมื่อ 3 ปีที่แล้วเกี่ยวกับการยิงกันที่โรงพักหลักศอก เพื่อนทนายความของผมถูกยิง ผมเองในตอนนั้นอยู่ในฐานะประธานชมรมทนายความจังหวัดชลบุรี ผมได้ไปให้ข่าวกับสื่อว่าการยิงครั้งนั้นมันไม่สมควร เราถูกสื่อโจมตี ถูกชาวบ้านโจมตีว่าสมควรจะโดนยิงแล้วหรือผมควรจะโดนยิงด้วยตัวเอง
การที่เราชนะในกระแสสื่อหรือกระแสข่าว มันเป็นคนละเรื่องกับที่เราจะชนะ หรือกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาล คดีนั้นคนที่ยิงก็ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตทั้งศาลชั้นต้น ทั้งศาลอุทธรณ์ ปัจจุบันรอคำพิพากษาศาลฎีกาอยู่ นี่คือสิ่งที่ผมพยายามจะบอกกับคุณบุ๋มและทุกคนว่าไม่ใช่ว่าผมไม่เข้าใจการทำงานของสื่อผมคุยกับสื่อว่าผมยอมรับการตรวจสอบของสื่อ เพราะนี่คือเรื่องผลประโยชน์ของสาธารณะ แต่บางครั้งเมื่อกระแสเป็นอย่างนี้การที่จะต้องไปพูดตอบโต้หลักฐานต่างๆ ในชั้นสื่อมันอาจจะไม่เป็นประโยชน์ ผมเลยพยายามห้ามคุณบุ๋มไว้”
เผยไม่มอบตัว แต่จะรออยู่ที่บ้าน
ทนายเพชร : “ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าหมายจับออกหรือไม่ออก ถ้าเราขับรถไปแล้วเกิดโดนระหว่างทาง แล้วใครมาบอกว่าบุ๋มเตรียมหนี ถูกจับระหว่างเตรียมหนีรอก็เลยรออยู่ตรงนี้ที่บ้านครับ”
ขอบคุณคนที่ไม่ซ้ำเติม
บุ๋ม : “ในมุมของกำลังใจที่ยังมีให้มา ความเข้าใจ และหลายๆ คนที่ไม่ซ้ำเติม เป็นสิ่งที่อยากขอบคุณมากๆ ค่ะ ลูกสาวก็คอยให้กำลังใจตลอด เขาเข้มแข็งมากค่ะ”


