xs
xsm
sm
md
lg

เหยื่อทำบุญช็อก! แจ้งจับ “บุ๋ม ปนัดดา” แปลงเงินบุญเป็นเงินบาป “ทนายตั้ม” เชื่อตร.ดักรอหน้าบ้าน ชี้สู้ยาก - คุก 20 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ทนายตั้ม” เล่นใหญ่แต่งชุดทหารเรือ พาเหยื่อเงินบริจาค “บุ๋ม ปนัดดา” บุกกองปราบฯ ดำเนินคดี 3 ข้อหาหนัก ผู้เสียหายฉะคนหลอกลวง ช็อกมาก นำเงินบริจาคไปสร้างพูลวิลล่า ซื้อแบรนด์เนม แฉเบี้ยวยันเสื้อแจก รักมากยิ่งเกลียดมาก เหน็บเก่งแปลงเงินบุญให้เป็นเงินบาป อยากได้เงินคืน ทนายชี้รอดยาก คาดคุก 20 ปี เงินประกันตัว 5 ล้าน ตอนนี้ตร.อาจไปดักรอที่หน้าบ้านแล้ว

ช่วงเช้าวันนี้ (5 พฤศจิกายน 2569) “นายษิทรา เบี้ยบังเกิด” หรือ “ทนายตั้ม” แต่งชุดทหารเรือพาตัวแทนผู้เสียหายเกือบ 10 คน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการโอนเงินร่วมทำบุญบริจาคผ่านมูลนิธิของ “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน, ฟอกเงิน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ทนายตั้มเปิดเผยว่า การเดินทางมาในวันนี้เนื่องจากมีผู้เสียหายโอนเงินร่วมบริจาคตั้งแต่หลักพัน หลักหมื่น จนถึงหลักแสนบาท โดยมีความตั้งใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมและพื้นที่ชายแดน แต่ภายหลังกลับพบกระแสข่าวการนำเงินไปใช้จ่ายส่วนตัว เช่น การสร้างพูลวิลล่า ทำให้ผู้เสียหายรู้สึกไม่สบายใจและต้องการให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย ในส่วนของแนวทางคดี ทนายตั้มมองว่าข้อหาฉ้อโกงประชาชน, ฟอกเงิน และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีอัตราโทษสูงและเข้าองค์ประกอบความผิดชัดเจนเนื่องจากไม่ได้นำเงินไปใช้ตามวัตถุประสงค์ พร้อมระบุว่าหากศาลตัดสินมีความผิดและจำเลยรับสารภาพ โทษรวมทุกกรรมอาจสูงถึง 20 ปี เท่าที่รู้ บุ๋มเตรียมเงินไว้ประกันตัว 5 ล้านบาท
ทนายตั้ม : “วันนี้เอฟซีผมได้รับความเสียหาย จากการโอนเงินให้ทางคุณบุ๋ม ปนัดดา เขาขอให้ผมช่วยพามาสอบสวนกลาง แจ้งความดำเนินคดีให้หน่อย เพราะมีคนโอนไปให้ทั้งหลักพัน หลักหมื่น หลักแสน วันนี้ร่วม 10 คน ต้องการมาแจ้งความดำเนินคดี เข้าใจว่าเงินที่คุณบุ๋มเปิดรับบริจาค เอาไปใช้ช่วยชายแดนหรือช่วยเกี่ยวกับน้ำท่วม แต่ปรากฏว่าพอทุกคนเห็นข่าว ว่ามีการเอาไปสร้างพูลวิลล่าหรืออะไรต่างๆ เขาก็เกิดความไม่สบายใจ วันนี้มาไกลเลย อย่างพี่ไก่ มาจากประจวบฯ น้องอีกคนมาจากชลบุรี มาจากหลายสถานที่ เกือบทุกจังหวัดได้ ในฐานะที่วันนี้ผมเป็นแค่ตัวแทนพาหลายๆ คนมา เดี๋ยวให้เขาพูดความรู้สึกก่อน”

ช็อกมาก นำเงินบริจาคไปสร้างพูลวิลล่า อยากได้เงินคืน
ผู้เสียหาย 1 : “โอนไปแสนนึงค่ะ เขามีความน่าเชื่อถือ เราคิดว่าหามูลนิธิที่มีความน่าเชื่อถือที่สุดแล้ว เราถึงกล้าโอนเงินขนาดนี้ ตอนนั้นโอนไปน้ำท่วมหาดใหญ่ เดือนพ.ย. วันนี้นำสลิปโอนเงินให้มูลมานิธิมาเป็นหลักฐานค่ะ เราไม่โอเค เราตั้งใจฝากเขาไปช่วยเหลือคนที่ได้รับความเดือดร้อน พอรู้ว่าเอาไปทำแบบนี้ มันไม่โอเค รู้สึกเสียดายเงิน เอาไปทำอย่างอื่นดีกว่า ไม่เคยทำบุญมูลนิธิไหนเลยค่ะ เขาน่าเชื่อถือนี่แหละค่ะ

ตอนตัดสินใจบริจาค เราเห็นโพสต์รับบริจาคค่ะ ช่วงนั้นเป็นข่าวน้ำท่วมใหญ่ มีโพสต์มูลนิธิขึ้นมารับบริจาค อยากได้คืนค่ะ เอาไปบริจาคให้รพ.ดีกว่า บริจาคเป็นชื่อองค์กรทำดีโดยนางสาวปนัดดาค่ะ ก็ช็อกค่ะ ไม่อยากให้เป็นส่วนนึงในการสร้างพูลวิลล่า เอาไปทำอะไรที่เป็นประโยชน์ดีกว่า ที่เขาบอกจะหาเงินมาคืน ก็ดีค่ะ ถ้าได้คืนก็ดี ตั้งใจจะเอาไปทำสิ่งที่ดีที่ถูกต้องค่ะ (อยากบอกอะไร?) ไม่มีอะไรจะพูดเลยค่ะ เสียใจค่ะ โอนไป 2 ครั้ง ครั้งแรก 1 หมื่น ครั้งที่สอง 9 หมื่นค่ะ”

รับไม่ได้เงินบริจาคไม่ได้ถูกนำไปใช้ตามเจตนารมณ์ที่แท้จริง ลั่นทุ่มไปเต็มที่ แต่กลับซื้อแบรนด์เนม วิลล่า ฉะคนบอกไม่เสียดายเงิน เพี้ยนไปแล้ว
ผู้เสียหาย 2 : “โอนไป 7 หมื่นกว่าบาท แต่ถ้ารวมสินค้าด้วยน่าจะ 2 แสนกว่าบาท ผมขายปลาหมึกเพจผมเป็นจิตอาสาอยู่แล้ว ทุนตัวเองทุกปี เข้าไปดูได้ ช่วยมา 4 ปีแล้ว แต่เราช่วยทุนตัวเองมันช่วยได้น้อย เราเลยพยายามเสาะหามูลนิธิที่เราไว้ใจ เพื่อเอาเงินเราไปทำบุญต่อ กลายเป็นว่าเงินเราไปทำอีกด้านนึง

ความไว้ใจเราเหมือนไม่ได้สร้างความดีที่เราตั้งใจ กลายเป็นสร้างพูลวิลล่า ผมรับไม่ได้ แล้วสลิปผมตั้งแต่ 67 ปัตตานีปีแรกที่ผมโอน 5 หมื่นบาท ผมไปช่วยแล้วเงินเหลือ ผมพยายามติดต่อพี่กัน จอมพลัง, พี่บิณฑ์ (บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์) แต่แอดมินเขาตอบช้า เลยไปเจอพี่บุ๋ม นัดเจอพี่องุ่น เป็นแม่ครัวเขานี่ไงแหละ ไปนัดเจอกันที่มัสยิด ก็เลยเริ่มโอนกันครั้งแรก 5 หมื่นบาท

แต่ไปดูปุ๊บเป็นโดย ปนัดดา ผมก็มาเจอสองสามสลิปที่เป็นโดยปนัดดา ก็เลยรู้สึกไม่สบายใจว่าที่เราโอนไป เงินกูไปไหนวะ ผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูก ภาพคุณบุ๋มช่วยเด็ก ผมก็ซาบซึ้ง เพราะผมก็ไปช่วยมาทุกปี สนามไหนพี่บุ๋มไปผมไม่เคยพลาด แม่แนน - ไอ้เปี๊ยก ไม่เคยพลาด ช่วยเด็กขึ้นมาจากน้ำปากท่อ 2 คน นั่นก็เรือผมเอง ซื้อเอง หาดใหญ่ผมก็ช่วยค่าน้ำมันพี่บุ๋มไป 5 พัน ทั้งที่พี่บุ๋มยังไม่ได้ลงหาดใหญ่

แต่พี่บุ๋มใช้วิธีโอนไปช่วยค่าน้ำมันทีมกู้ภัยต่างๆ เพื่อขอภาพเขามาโพสต์ขอเรี่ยไร แต่ตัวอยู่นี่นะ ผมอยู่หาดใหญ่ก่อนพี่กันไป ก่อนเปิ้ล นาครไป ผมนอนในรถ ผมเหมือนเป็นผู้ประสบภัย เกือบเอารถไปทิ้ง ในคลิปผมลงไว้ แต่ตอนนั้นผมไม่มีเรือ ผมอยากทำบุญ ก็ช่วยผ่านองค์กร จะได้ทำให้รู้สึกว่าการที่นักบุญทุนตัวเองจะทำบุญได้เยอะขึ้น ต้องผ่านองค์กรช่วยหน่อย เอาเงินผมไปกระจายให้หน่อยเถอะ แล้วมาเจอแบบนี้

ล่าสุดชายแดน ผมโอนผ่านพี่อ้อ ผ่านพี่บุ๋มปนัดดา เอาปลาหมึกไปให้ 30-40 ลัง ลังหนึ่งไม่ต่ำกว่า 4 พันบาท ปลาหมึกแห้งทุกคนรู้ว่ามันแพง แต่ผมเอาไปให้เพื่อแจกทหาร แจกชาวบ้าน เงินสดผมก็ช่วยอีก แต่สุดท้ายก็โดยปนัดดา ไม่ใช่องค์กร

จริงๆ ผมติดต่อกับพี่องุ่นศรี ผมเจอกันที่ปัตตานีครั้งแรก ผมเอาเรือขึ้น เจอทีมงานพี่บุ๋มเอาเรือขึ้นเหมือนกัน ก็อยากเอาเรือช่วย นัดเจอกันที่มัสยิด ภาพก็มี แต่เป็นครั้งแรกที่ผมโอน ผมก็ไว้ใจไง การทำบุญไม่มีใครอยากได้เงินคืน ถ้าคุณเอาเงินไปสร้างโบสถ์ สร้างวิหาร สร้างพระ สร้างเจดีย์ ไม่มีใครอยากได้เงินคืน

แต่ถ้าวันนี้คุณโอนไปถวายพระบ่ายพระขึ้นโต๊ะกลมอยู่กับสีกา คุณไม่ถามหาบ้างเหรอ ผมถามสังคมก่อนนะ ถามกันจัง ทำบุญทำไมต้องเอาคืน ทำไมต้องถามหา ฉันไม่เคยถามหา คุณดูกี่หลวงพ่อแล้วที่คุณไม่เคยถามหา เป็นยังไงกัน ตอนนี้กี่มูลนิธิเป็นยังไง ให้ร้อยทำยี่สิบ คนอยู่ในวงการนี้จะรู้เลย เหลือให้กินใช้บ้างไม่เป็นไร แต่นี่ให้ร้อยทำยี่สิบมันเกินไป ผมไม่อยากได้เงินคืน ไม่มีใครอยากได้เงินคืน เอาเงินไปบำรุงพระพุทธศาสนา บำรุงสังคมโอเค เราช่วยกัน แต่แบบนี้ไม่โอเค ยิ่งเห็นคลิปนักข่าวลงว่ากำลังเรี่ยไร ขณะเดียวกันก็โอนไปส่วนตัว ผมบาดมาก

เขาไม่เคยล็อกสเปกว่าต้องช่วยเท่านั้นเท่านี้ มีแต่ผมเสนอไป เพราะผมมองว่าองค์กรนี้น่าเชื่อถือสุดแล้ว คนเราทุ่มไปก็ไม่สนหรอก คุณเอาเลย เต็มที่เลย แต่พอเราเต็มที่ แล้วผลกลับมายังไง ได้แบรนด์เนม วิลล่าไหม แต่สังคมเพี้ยนไปอย่างตรงที่ไม่รู้สึกเสียดายเงินตรงนี้ บางคนโอน 19 บาท ห้าร้อยบ้าง พันสองพันบ้าง ไม่เสียดายไง แต่ไปอยู่กับเขาเป็นร้อยล้านพันล้าน นี่แหละผิดมากๆ เราต้องมองว่าหนึ่งคนหนึ่งบาท ล้านคนก็ล้านบาท สิบล้านคนก็สิบล้านบาท ทำไมมองข้ามเงินตัวเองที่ออกจากกระเป๋าไป แล้วบอกว่าอย่ายึดติดกับคนสิ ต้องยึดติดกับการกระทำ

ผมเคยติดต่อไป แต่แอดมินเขาน่าจะรับงานเยอะ ก็เลยองค์กรเดียวเลย แต่ตามหมู่บ้านผมทิ้งเงินไว้ที่อบต. อบจ. เพราะเราขายของ ไม่ได้เงินผมคนเดียวนะ ก่อนออกจากบ้านจัดโปรช่วยน้ำท่วม ช่วยชายแดน เอฟซีบางคนไม่กิน แต่อยากช่วยเพื่อให้เอาเงินไปช่วย ผมทำแบบนี้คือแฟร์ๆ หนึ่งคุณได้ของไปกิน อีกส่วนคุณได้ทำบุญ ตอนนี้บุญอยู่ไหนไม่รู้ แต่ถ้าซื้อสินค้าผม ผมบอกเลยว่าโปรน้ำท่วม ถ้าน้ำไม่ท่วมก็หยุดใช้โปรนี้ ขายของปกติ”

ฉะ “อ.เบียร์ คนตื่นธรรม” จะสาดอะไรให้ฉลาดหน่อย
ผู้เสียหาย 2 : “ผมพยายามเรียกร้องว่า เบียร์ คนตื่นธรรม ชอบพูดเหลือเกินว่าคนที่ต่อต้านการบริจาค บอกว่าไม่ให้บริจาค เบื่อบริจาค ไอ้สันดานบ้าง เป็นคลิปที่เด้งมานะ ผมเป็นคนบริจาค ผมรู้สึกนะ ถ้าพูดอย่างนี้ ผมถามอาจารย์เบียร์หน่อย วัดพระบาทน้ำพุเป็นไง ผมเอาเงินไปถวายพระที่เรานับถือ ถวายแล้วไง ไปอยู่ในห้องสองคนกับสีกา ไปอยู่บนโต๊ะกลมเป็นไง คนเขาก็เบื่อ การที่จะบริจาคผ่านมูลนิธิเขาเลยเบื่อ อ.เบียร์ฟังด้วย ผมเป็นคนบวชเรียน บางทีคุณจะสาดอะไร ก็ให้ฉลาดนิดนึง คนบริจาคเขาเจ็บอยู่ คุณจะตั้งมูลนิธิอะไรก็ตั้งไป แต่ถ้าคุณไปไกลเกินไป ว่าเกินไป คนไทยเป็นคนใจบางเรื่องการทำบุญ ผมกำลังเจ็บอยู่ การที่อ.เบียร์ตั้งมูลนิธิ ทำให้คนไม่โอนเข้ามูลนิธิหรือเปล่า อันนี้ผมไม่รู้นะ แต่อ.เบียร์อยากได้ก็ใจเย็นๆ ค่อยๆ หาวิธีทำให้ประชาชนเขาศรัทธา เดี๋ยวเขาก็ทำเอง ผมฝากอ.เบียร์นิดนึง”

ซัดไม่ใช่คนล้ม แต่เป็นคนหลอกลวง โดนเบี้ยวยันเสื้อแจก ผิดก็คือผิด อย่าแถ รักมากยิ่งเกลียดมาก เหน็บเก่งแปลงเงินบุญให้เป็นเงินบาป
ผู้เสียหาย 3 : “บริจาคเกือบทุกครั้งที่คุณบุ๋มเปิดรับบริจาคตามเพจ 500 บ้าง หนึ่งพันบ้าง สองพันบ้าง ก็ได้เก็บสลิปตัวนี้เอาไว้ เพราะที่ผ่านมาโอนแล้วก็โอนเลย สลิปก็ไม่ได้เก็บ แต่ตัวนี้เก็บเอาไว้ เขาบอกว่าจะแจกเสื้อ โอน 2 พันได้เสื้อหนึ่งตัว เราก็อยากได้เสื้อองค์กรทำดี ภูมิใจเนอะได้ช่วยเหลือคนไป แต่พอโอนเสร็จเสื้อก็ไม่ได้ เงียบ ตั้งแต่นั้นมาก็รู้สึกไม่ค่อยดี

พอเป็นข่าวครั้งนี้ ผมก็โอ้ เป็นอย่างนี้เองเหรอ เราก็ไม่ได้อยากมาแจ้งความ ตอนนี้เหตุการณ์น่าจะไปถึงขั้นตอนสูงสุดแล้ว แต่ผมเห็นทางเพจบอกว่าคนล้มอย่าย่ำยี คุณบุ๋มเขาไม่ได้เรียกว่าคนล้มนะ เขาเรียกคนหลอกลวงเลยครับ เพราะเงินที่เราบริจาคไป ผมสาธุนะ ผมโอนเสร็จผมสาธุ เพราะไปช่วยเหลือน้ำท่วมบ้าง ชายแดนบ้าง แต่เขาเอาเงินไปอย่างที่เป็นข่าว ไปซื้อแบรนด์เนม สร้างพูลวิลล่า ซื้อที่ดิน ตอนนี้เวรกรรมทำงานแล้ว

ผมก็ไม่อยากซ้ำเติมหรอก แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ พูดเรื่องจริง อะไรดีบุ๋มก็ว่าดี ไม่ใช่แล้ว อะไรผิดบุ๋มก็ต้องว่าผิด อย่าแถครับ หลักฐานมันเต็มๆ ยิ่งดูข่าวยิ่งขึ้น เรารักเขามาก เราเอ็นดู เราศรัทธาในตัวคุณบุ๋ม เรารักเขา แต่พอเขาทำแบบนี้ รักมากเท่าไหร่ก็เกลียดมากเท่านั้น ทั้งเกลียดทั้งโมโห ทั้งผัวทั้งเมีย เขาเอาเงินประชาชนที่โอนไปช่วยเหลือเหตุการณ์ต่างๆ เงินเขาสาธุ เงินบุญนะ แต่คุณเอาไปใช้ส่วนตัว เก่งนะ เอาเงินบุญแปลงเป็นเงินบาปได้ ทั้งผัวทั้งเมีย”

หลั่งน้ำตาเพราะเสียใจที่ไว้ใจ ไม่ได้รวย ช่วยตามกำลังที่ไหวแต่มาทำแบบนี้
ผู้เสียหาย 4 : “เราก็เสียใจ คำเดียวเลยว่าเสียใจที่ไว้ใจ (ร้องไห้) เราเคยเข้าไปขอความช่วยเหลือ แต่เขาบอกว่าเขาเข้าไม่ถึงสื่อ เราก็โอเค ถอยออกมา ด้วยความเป็นเรื่องส่วนตัวนะคะ แต่ก็ยังรักและเคารพ และไว้ใจ เลยช่วยคุณบุ๋มทำบุญ ยอดทำบุญคือบริจาคโลงศพ 1,500 บาท สำหรับโลงศพผู้ใหญ่ค่ะ ตอนเขาบอกเข้าไม่ถึงสื่อ คุณบุ๋มเป็นคนพูดค่ะ มันมีเรื่องคดีความ และเรื่องถูกกลั่นแกล้ง ให้ต้องโทษทางคดีอาญา เราเลยไม่รู้ว่าต้องไปพึ่งใครเราต้องการความยุติธรรม เราร้องขอมาตลอดตั้งแต่ปี 2567

(ทำไมร้องไห้?) มันรู้สึกว่าเสียใจอีกแล้ว เสียใจที่ไว้ใจ อย่าพูดเลยค่ะ หนูทำบุญไปหลายครั้ง พันห้าคือล่าสุด แต่ทั้งหมดหนูไม่ได้เก็บสลิปตรงนั้นจริงๆ จะมี 300 บ้าง 500 บ้าง ทีละเล็กทีละน้อย เราไม่ได้รวยเนอะ เราก็ทำเท่าที่กำลังเราไหว พอจะช่วยผู้ตกทุกข์ ผู้ประสบภัยได้เราก็ช่วย เราบริจาคมูลนิธิอื่นด้วย ป่อเต๊กตึ๊ง วัดเล่งเน่ยยี่ ก็บริจาค โลงศพ ผ้าดิบ ผ้าขาวห่อศพ ข้าวสาร บริจาคหมดค่ะ แค่คิดว่าอะไรที่ประชาชนคนนึงสามารถช่วยเหลือสังคม ให้มันสูงขึ้นให้มีความเท่าเทียม แค่นั้น”

ผู้เสียหาย 3 : “ตอนนี้วัดก็ไม่กล้าเข้า มูลนิธิก็ไม่กล้าบริจาค เราทำกับพ่อแม่ ปล่อยนกปล่อยปลาดีกว่า วัดก็ไม่อยากทำบุญ มูลนิธิก็เป็นแบบนี้ซะแล้ว เราจะทำบุญกันยังไงล่ะพวกเรา”

ยันไม่ได้หิวแสง ถ้าผู้เสียหายไม่ขอ คงไม่มา
ทนายตั้ม : “วันนี้มาในฐานะผู้เสียหาย มีประมาณเกือบ 10 คน เอาตัวแทนมา 4-5 คน มาแจ้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน พรบ.คอมพิวเตอร์ วันนี้ที่ทุกคนเห็นว่าทำไมใส่ชุดนาวีมา ต้องบอกว่าตอนแรกตร.บอกว่ามีทหารเรือเกี่ยวข้องด้วย เราเลยไปเช่าชุดมาเลย แต่ปรากฏว่าเมื่อวานท่านผู้บัญชาการแถลงแล้ว ว่าทหารเรือไม่อยู่ในสมการ ผมก็ซวยเลย เช่ามาแล้ว ไหนๆ ก็เช่ามาแล้ว ก็ใส่ชุดมาหน่อยแล้วกัน

(หิวแสง?) จริงๆ แล้วถ้าวันนี้ผู้เสียหายไม่มาขอ เราคงไม่มา เพราะเราไม่อยากต้องมาดำเนินคดีอะไรกับคุณบุ๋ม ปนัดดา แต่อย่างที่เห็น เขาอยากให้เรามาเป็นเพื่อน เพราะเขาติดตามเราในเฟซบุ๊กอยู่ เลยต้องมาในวันนี้ (อยากพูดถึงออยศรีไหมเขาเป็นคนเปิด?) คนเปิดจริงๆ น่าจะเป็นอ.เดชา กิตติวิทยานันท์ และนักข่าวในรายการมากกว่า ไม่ให้ค่า ไม่พูดถึง เขาพูดถึงพี่ทุกวัน เรื่องของเขาครับ เขาด่ามา รู้จัก 3 เดือน แต่ด่ากู 8 ปี จริงๆ ไม่อยากยุ่ง (จิ้น?) จิ้นอะไรล่ะ โอ้ย ตายๆ อย่าพูดอย่างนั้น ไม่เอาๆ”

เผยความคืบหน้าคดี “กัน จอมพลัง” ต้องดีเอสไอเท่านั้นเพราะบัญชีซับซ้อนกว่าบุ๋ม
ทนายตั้ม : “ล่าสุดไปดีเอสไอมา ก็ทำไปค่อนข้างมากแล้ว ของคุณบุ๋ม ปนัดดา เส้นเงินโยงไม่กี่รอบวนมาแล้วมันง่าย เรื่องนี้ตร.ทำงานไวด้วย ทำงานตั้งแต่ก่อนมีคนมาแจ้งความ ต้องชื่นชมเจ้าหน้าที่เลย ส่วนดีเอสไอ เนื่องจากมันค่อนข้างสลับซับซ้อน เลยต้องให้ดีเอสไอจัดการ

เท่าที่รู้ มีบัญชีที่เป็นบัญชีเกี่ยวข้องกับกัน จอมพลัง กับมูลนิธิ ร่วม 7 บัญชีและแตกมาอีก เส้นเงินมีหลายพันเส้นเงิน ต้องให้เวลาหน่อย แต่เท่าที่รู้ ดีเอสไอเรียกพยานไปสอบ 10 กว่าปากแล้ว น่าจะเจอเงื่อนงำบริษัทเปิดใหม่ นายกันมีการให้งานมูลนิธิให้บริษัทที่เพิ่งเปิดใหม่ ปี 68 ร่วม 10 บริษัท น่าสงสัยทั้งนั้นเลย ทำไมไม่ซื้อกับบริษัทที่เขาขายสิ่งนั้นโดยตรง หลายอย่างไม่ได้เอามาแจง ซื้อของไม่มีใบเสร็จ มันน่าสงสัย พิรุธหรือเปล่า

ที่สำคัญอย่างที่บอกไป เรื่องรปภ. การ์ดของเขา เอาเป็นตร.ก็เรื่องนึงะ เอาเวลาราชการมาติดตามกัน จอมพลัง รับเงินสองทาง ทางกัน และทางราชการด้วย ตร.ต้องตรวจสอบนะ ผมเคยพูดไปแล้วว่ามีใครบ้าง มีประมาณ 3 คน การเอาเงินมูลนิธิมาจ่ายค่าการ์ดมันไม่ถูกต้องนะ เพราะเงินที่เขาบริจาคมาให้เขาไม่ได้อำนวยให้นายกัน จอมพลัง ซึ่งเพิ่งเป็นประธานมูลนิธิ ส.ค.ปีนี้เอง แต่จ่ายค่าการ์ดนานมากแล้ว จ่ายเพื่ออะไร ไม่ได้เกี่ยวกับมูลนิธิเลย แค่นี้ก็ตายแล้ว เรื่องเว็บพนันออนไลน์อีก

แต่ทราบว่านายกัน รักเขมรมาก ก่อนเรื่องชายแดน แต่มาผิดใจกันบางเรื่อง ก่อนหน้านี้นายกันไปเขมรทุกสามวัน ข้ามไปบ่อยมาก มันก็ไปอิงกับพยานที่ผมเคยเอามา ตึกพาราแม็กซ์ ที่เขาอ้างว่านายกันข้ามไปเพื่อทำออฟฟิศเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์ ที่ทุกคนได้ยินเสียงกันทั่วประเทศ ตอนนี้ดีเอสไอตรวจเจอแล้วว่าข้ามไปยังไง อันนี้ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ดีเอสไอหน่อยแล้วกัน”

เชื่อหมายจับออกที่บุ๋มก่อน
ทนายตั้ม : “หมายจับจะออกที่ใคร วันนี้ของคุณบุ๋มน่าจะก่อนเพื่อน รองลงมาคือมูลนิธิปลาสลิดนี่แหละ ถ้าสิ่งที่ผมแจ้งความ มีฉ้อโกงประชาชน พ.ร.บ.คอมพ์ฯ ฟอกเงิน คุณบุ๋มเอาเรื่องการแจ้งความกลับ ผมมองว่าเป็นการพลาด เพราะจะเป็นช่องให้ตร.อ้างในการขอคัดค้านประกันต่อศาลเพิ่มอีกอันนึง เพราะตอนแรกตร.คงอ้างว่าโทษสูง เกรงจะหลบหนี พฤติกรรรมมีความร้ายแรง และผู้เสียหายจำนวนมาก

แต่พอเขามาแจ้งความแบบนี้ ก็เป็นเรื่องการก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวน และเป็นการยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน เพราะแจ้งในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง ทำให้พยานหวาดกลัว ผมเคยเตือนคุณบุ๋มไปแล้วว่าอย่าทำอะไรที่เป็นเท็จ เพราะตร.เขาดำเนินคดีกับทุกอัน แทนที่จะโดนเรื่องเดียว กลายเป็นว่าอ.เดชาจะแจ้งความกลับ เขาแจ้งความเท็จอีก โดนปีสองปีอีก

ผมมองว่าเป็นการฉ้อโกงประชาชน ฉ้อโกงคือการที่เราไปหลอกลวงเพื่อให้ได้ทรัพย์สินเขามา มันสำเร็จตั้งแต่ไปหลอกลวงมาเรียบร้อยแล้ว เขาโอนเงินมาก็ผิดแล้ว ถามว่าทำไมเป็นฉ้อโกงประชาชนได้ ก็คุณไม่ได้เอาไปทำตามวัตถุประสงค์ คุณมีเจตนาตั้งแต่ต้นแล้ว คุณซื้อพูลวิลล่า ซื้อทอง หรือใช้จ่ายส่วนตัวก็เข้าองค์ประกอบความผิดแล้ว จะมาบอกว่าไม่ผิดได้ยังไง คนที่บอกว่าไม่เข้าฉ้อโกงประชาชน ควรไปศึกษากฎหมายใหม่ เพราะทุกคนที่โดนไปไม่ว่าจะอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ก็โดนคล้ายๆ แบบนี้

ส่วนการยักยอก มีคนเจตนาทุจริต เอาเงินออกไป มันต่างกันนะ ยักยอกใครเป็นผู้เสียหาย น่าจะเป็นมูลนิธิครับ แล้วเขาจะแจ้งเหรอ เขาไม่แจ้งหรอกครับ ถ้าเราจะไปร้องศาลให้เปลี่ยนกรรมการ ผมว่าเกิน 3 เดือนพอดี คดีก็ขาดอายุความ ที่ตร.ทำถูกต้องแล้ว เป็นวิธีที่ฉลาดแล้ว เพราะคดีนี้ไม่ต้องมีผู้เสียหายก็ได้ ส่วนฟอกเงิน พ.ร.บ.คอมพ์ฯ สามารถกล่าวโทษได้เลย แล้วคิดว่าตร.น่าจะไปขอหมายจับในประเด็นดังกล่าว”

ชี้ไม่รอดคุก สู้ยาก สารภาพหรือไม่สารภาพก็โด 20 ปี
ทนายตั้ม : “ผมเคยให้สัมภาษณ์ตั้งแต่แรกว่าเรื่องนี้สู้ยาก นอกจากจะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาจับ แต่ทราบว่าคุณบุ๋มไม่มี ถ้าศาลตัดสินว่าผิด เรื่องฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน ก็น่าจะอยู่ที่ 20 ปี หรือรับสารภาพก็ 20 ปีเหมือนเดิม ต่างกรรมต่างวาระ เขาน่าจะนับยอดการโอนเข้าเลยแหละ น่าจะหมื่นปี รับสาภาพก็เหลือ 5 พันปี ยังไงก็เหลือ 20 เท่าเดิมครับ ผมฟันธงตั้งแต่วันแรก ไม่รวมเคสพวกแจ้งความเท็จ เคสหลักน่าจะโดน 20 ปี ตอนนี้พรบ.อภัยโทษ เขาติดล็อก 1 ใน 3 ไม่ได้ลดเลยเหมือนเมื่อก่อน อาจติดต่อ 7-8 ปี เพื่อทำชั้นแล้วได้อภัยโทษในปีถัดไป ถ้าทุกอย่างไม่เปลี่ยนก็ประมาณนี้ นอกจากเปลี่ยนให้กลับมาออกได้ไวกว่า ไม่ต้องติด 1 ใน 3 แล้ว”

เผยบุ๋มเตรียมเงินประกันตัวแล้ว 5 ล้าน เชื่อตร.อยู่หน้าบ้านบุ๋มและก๊อต สามีแล้ว
ได้ข่าวว่าเตรียมเงินไว้แล้ว 5 ล้านในการประกันตัว ฝากทนายไว้ก่อนนะ อย่าเก็บไว้ที่ตัวเอง ตร.ยึดหมดครับ แนะนำได้อย่างนี้ และตร.น่าจะอยู่หน้าบ้านแล้วล่ะ ทั้งคุณก๊อตและคุณบุ๋ม คุณก๊อตเห็นข่าวช่อง 8 ว่าไปเฝ้าตั้งแต่เมื่อคืน ของคุณบุ๋มมีคนบอกมาว่าตร.ไปรอแล้ว

ก็เหมือนที่ผมเคยแหละ มารอก่อนล่วงหน้า 7 วัน ผมก็ยื่นหนังสือด้วยนะ ว่าผมไม่ไปไหนหรอก ผมอยู่ มีอะไรโทร.ตามได้เลย พร้อมแต่ก็ไม่มีเสียงโทร.เข้า มีแต่เสียงรถตามหมายจับ (หัวเราะ) ก็บอกคุณบุ๋มอย่าขับรถไปไหนแล้วกัน เอาที่บ้านดีที่สุด (หัวเราะ)

คิดว่าเป็นวันนี้ ดูจากการที่ตร.มีการเร่งสอบพยานปากสำคัญ สอบไปหมดแล้ว น่าจะมีการขอ ป่านนี้ตร.อาจไปอยู่ที่โน่นแล้วก็ได้ ตร.ดูเส้นเงิน หลักๆ คือเรื่องเส้นเงินแหละ ถ้าวันนี้ไปยื่นขอหมายจับ ศาลคงได้เห็น และคงอนุมัติหมายจับให้ แน่ๆ สองคนก่อนครับ

เท่าที่ทราบมีการประสานผู้ใหญ่ว่าอย่างน้อยขอโอกาสได้ออกมาสู้คดีข้างนอก แต่ผมว่าตั้งแต่คุณหนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ออกมาวันก่อนให้สัมภาษณ์ น่าจะยากขึ้นแล้ว ผู้ใหญ่น่าจะกระโดดหนีหมดแล้ว เงิน 5 ล้านเอาไว้ประกันตัวในชั้นศาล ยังไงก็ต้องนอนนี่แหละครับ พี่ๆ นักข่าวก็ต้องเฝ้า อย่าพูดถึงความหลัง มันเจ็บ มันจี๊ด ฝากตร.ด้วยแล้วกัน ตอนผมนอนไม่มีหมอนไม่มีฟูกอะไรให้เลย คุณบุ๋มเขาเป็นผู้หญิง หาฟูกหาอะไรให้หน่อยแล้วกัน”