“ช่างเอ๋” เข้าให้ปากคำคดีเงินมูลนิธิ “บุ๋ม ปนัดดา” ยันยอดโอนรวม 75 ล้านสร้างพูลวิลล่า แต่กลับเปลี่ยนท่าที เอ่ยขอโทษ “บุ๋ม-ก๊อต” ที่ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ เผยเสียใจจุกอกจนนอนไม่หลับ
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีเงินบริจาค “มูลนิธิองค์กรทำดี”ที่มี “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” เป็นประธานมูลนิธิ และตอนนี้กำลังถูกสังคมตรวจสอบอย่างหนัก นำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โอนเงินจากมูลนิธิฯ เป็นค่าก่อสร้างพูลวิลล่าที่จ.ภูเก็ต ก่อนโอนเงินกลับเข้าบัญชีสามีตัวเองหรือไม่
ล่าสุด “ช่างเอ๋”พร้อมด้วย “ทนายกุ้ง อำนวยพร มณีวรรณ์” ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนในช่วงค่ำอย่างเร่งด่วน หลังได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ เนื่องจากทางทีมทนายความติดภารกิจขึ้นศาลทุกวัน จึงต้องรีบเคลียร์คิวเข้าให้ข้อมูลในฐานะพยานทันที วันนี้ช่างเอ๋มีท่าทีเปลี่ยนไป ขอโทษบุ๋มกับ “ก๊อต อธิป อนันทวรรณ” สามีบุ๋ม ปนัดดา ทั้งที่อาจทำให้ตนมีคดีฟอกเงิน
ทนายกุ้ง : “มีท่านผู้การโทร.ไปบอกให้คุณเอ๋มาสอบพยานวันนี้ จริงๆ ติดภารกิจอยู่ที่ภูเก็ต แต่อยากให้มาเร็ว เพราะทนายกลางวันไม่ได้ว่าง ขึ้นศาลทุกวัน ก็เลยงั้นขอด่วนนิดนึง เลยเป็นที่มาต้องคืนนี้เลย
วันนี้ส่วนใหญ่ให้การยืนยันโอนเงินเข้ามาจากมูลนิธิเข้าบัญชีช่างเอ๋ ประมาณนั้น เตรียมหลักฐานหลายอย่าง สเตทเมนต์ แชตไลน์ แต่ตร.น่าจะมีอยู่แล้วด้วย เห็นท่านบอกว่าเตรียมคำถาม เตรียมรายละเอียดให้แล้วเหมือนกัน วันนี้อาจในฐานะพยาน อาจไม่ได้อะไรมากมายมาตอบคำถามเท่าที่ท่านจะสอบถาม ต้องการทราบอะไรบ้าง เราก็ตอบตามข้อเท็จจริงไป ตอนนี้ถือว่าเป็นพยานอยู่เนอะ คงตอบไปตามข้อเท็จจริง ตามพยานหลักฐานที่มีอยู่นั่นแหละ”
ช่างเอ๋ : (เห็นคำสัมภาษณ์บุ๋ม?) ยังเลยครับ”
ลั่นเท่าที่เช็กแล้ว มี่ทั้งเงินโอนเข้าบัญชีช่างเอ๋ทั้งบริษัทและส่วนตัว รวมเงินสดฝากโดยบุ๋ม 75 ล้าน!
ทนายกุ้ง : “เท่าที่เช็กได้ รวมแล้วที่โอนจากมูลนิธิเข้าบัญชีช่างเอ๋ ทั้งบริษัทและส่วนตัว 63 ล้าน และโอนเป็นเงินสด ที่ฝากโดยปนัดดา อีก 12 ล้าน รวม 75 ล้านบาท ประมาณนั้น”
ช่างเอ๋ : “มีดูข่าวอยู่บ้างครับ แต่ไม่ได้ทั้งหมด ดูช่วงที่คุณก๊อตออกมาพูดครับ เขาพูดจริงไหม ขอไม่ให้ข้อมูลดีกว่า เพราะตอนนี้เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายไปแล้ว”
ยันคำเดิมเคยเจอบุ๋ม ปนัดดา
ช่างเอ๋ : “ยืนยันตามโหนกระแสครับ เจอ 1 ครั้ง ที่ไซต์งาน และร้านข้าว ซึ่งเป็นวันเดียวกัน (บุ๋มทราบไหมจากบ้าน สนามยิงปืน มาเป็นพูลวิลล่า?) ให้เป็นเรื่องกฎหมายไปดีกว่า”
ทนายกุ้ง : “คนละโปรเจกต์หรือเปล่า สร้างพูลวิลล่ากับสนามยิงปืน และวิ่งเทรล น่าจะคนละที่กันนะ เคยพูดไหม”
ช่างเอ๋ : “ให้เป็นเรื่องขั้นตอนตามกฎหมาย”
ทนายกุ้ง : “ตอนคุณบุ๋มไป เห็นโครงสร้างขึ้นมาแล้ว จากนั้นไปกินอาหารวันเดียวกัน ปี 68”
ช่างเอ๋ : (สร้างอะไร?) ต้องขออนุญาตจริงๆ”
ทนายกุ้ง : “ที่บอกครั้งแรกน่าจะบ้านพักตากอากาศ แล้วเปลี่ยนเป็นพูลวิลล่าในภายหลัง”
ช่างเอ๋ : “ตอนแรกเป็นบ้านพักอาศัย ตอนหลังสร้างเป็นพูลวิลล่า 8 หลัง”
ทนายกุ้ง : “ตัวพูลวิลล่าเป็นการสร้างขายเพราะมีการร่วมลงทุน ที่คุณก๊อตชวนช่างเอ๋เปิดบริษัทอาเธอร์ขึ้นมา สร้างมาเพื่อขาย 8 หลัง”
ช่างเอ๋ : “ (บุ๋มทราบ?) ไม่อยากตอบแทนคุณบุ๋มครับ”
ทนายกุ้ง : “ถามว่าเขารู้ไหม เท่าที่เขาบอกมา เขาไปเห็นโครงสร้างน่าจะรู้แหละ เขาเห็นรายละเอียดแล้ว น่าจะรู้ว่าเป็นการสร้างพูลวิลล่า”
เผยสาเหตุไม่มั่นใจ เพราะเสียใจ จุกในอก นอนไม่หลับตั้งแต่เดือนมี.ค.
ช่างเอ๋ : “รู้สึกทำไมถึงเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น ตั้งแต่มี.ค.ถึงตอนนี้ผมนอนไม่หลับเลยสักคืน รู้สึกเสียใจ และจุกในอกครับ ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ ไม่อยากให้มาถึงทุกวันนี้เลยจริงๆ ผมไม่ได้กังวลเรื่องก้าวพลาดอะไรเลย เป็นความรู้สึกล้วนๆ จากเดิมเป็นความตั้งใจ ตอนนี้เกิดมีปัญหากัน เป็นเรื่องเป็นราว”
ลั่นเสียใจ ขอโทษบุ๋ม-ก๊อต ที่ได้รับผลกระทบ
ช่างเอ๋ : “ต้องขอโทษคุณบุ๋มกับคุณก๊อตที่ทำให้เป็นเรื่องเป็นราว ให้ได้รับผลกระทบเป็นเรื่องเป็นราว แต่ที่ผ่านมา ผมไม่เคยได้นอนหลับเลย รู้สึกเสียใจเหมือนเดิม (ไมต้องขอโทษ ในเมื่อเราไม่ได้ผิด?) มันเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาเนอะ ผมก็ไม่ได้อยากให้มันเป็นเรื่องเป็นราว ไม่ได้อยากให้มันมีอะไรแบบนี้ (ไม่ได้ทำผิด ทำไมต้องขอโทษ สงสารเขาที่ทำให้เขาเดือดร้อนเหรอ?) ใช่ครับ (แต่เราเป็นผู้เสียหาย?) คือโครงการนี้เกิดจากความตั้งใจที่ตัวผมเองตั้งใจจะสร้างพูลวิลล่าเพื่อทำธุรกิจร่วมกันจริงๆ ไม่ได้มีผลประโยชน์อะไรแอบแฝงนอกเหนือจากกำไรจากการขาย สิ่งที่ปั้นมาทั้งหมด สิ่งที่สร้างมาทั้งหมด ตั้งแต่เริ่มต้นจากเป็นป่า จนถึงปัจจุบัน จนถึงจุดที่พร้อมจะขาย ถึงจุดที่พาลูกค้าเข้ามาดู หลายคนมาก
ผมพยายามพาลูกค้าให้เข้ามาดูโครงการนี้ มันเป็นความภาคภูมิใจของพวกเรา ณ ตอนนั้น แต่ ณ ตอนนี้มันเกิดเหตุการณ์อะไรก็ไม่รู้ ต้องมาขึ้นโรงขึ้นศาลกัน มีคดีความกัน มันผิดจากความตั้งใจเดิม จากความรู้สึกเดิมที่อยากจะทำ ผมไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ เรื่องคดีความก็ส่วนนึง แต่เรื่องจิตใจเรื่องความสัมพันธ์ก็ส่วนหนึ่ง”
ไม่ได้โกรธ ถึงแม้เป็นผู้เสียหาย
ช่างเอ๋ : “ณ วันนี้เข้าใจในตัวพี่บุ๋ม-พี่ก๊อตมากขึ้น เพราะระยะเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่ 14 ส.ค. จนถึงปัจจุบัน เราไม่ได้คุยกันเลย คุยกันแค่ 1 หรือ 2 ครั้ง ที่เอาเบอร์อื่นโทร.เข้าไป แล้วรีบคุยรีบจบ ผมก็ไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมถึงคุยกันไม่ได้ ทำไม เป็นอะไรเหรอ มันเกิดอะไรขึ้น (รีบคุยรีบจบ หมายถึงใคร?) ก็มีโทร.คุยกับพี่ก๊อต และโทร.หาพี่บุ๋ม ตอนที่แกบอกว่าผมโทร.ไปคุยเรื่อง 1.2 ล้าน อีกสองครั้งที่โทร.ไป ครั้งนึงแกไม่รับสาย อีกครั้งไม่แน่ใจว่าแกอยู่ต่างประเทศหรือเปล่า เพราะสัญญาณเหมือนตื๊ดๆ ไป คุยกับพี่บุ๋มครั้งนึง เรื่องติดต่อพี่ก๊อตไม่ได้ ติดต่อไม่ติดเลย ทำไมไม่รับสาย แล้วก็อย่างที่แกเล่า เรื่องทวงเงิน 1.2 ล้าน กับพี่บุ๋มก็มีคุยกัน แต่ให้เป็นเรื่องในทางคดีดีกว่า แกดำเนินคดีมาแล้ว
(ไม่โกรธเหรอ อาจเป็นผู้ต้องหาคดีฟอกเงินจากเรื่องนี้ก็ได้?) ความรู้สึกตอนนี้มันพูดไม่ถูก แต่เสียใจมากกว่า เรื่องอื่นก็เป็นอีกเรื่องนึง ความเสียใจมันมากกว่า เสียใจที่มันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ทั้งหมด ตั้งแต่ 14 มี.ค.ถึงปัจจุบัน (ย้อนเวลากลับไปได้จะปกปิดข้อเท็จจริงเหรอ?) ผมก็ไม่รู้ว่าที่มันเกิดขึ้นมา ณ ตอนนี้ มันดีจริงไหม”
ทนายกุ้ง : “ขอให้การกับตร.ก่อน ตร.ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม แล้วจะออกมาบอกอีกที ว่าเป็นยังไงดีกว่า”
เผยกรณี “ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์” โพสต์ถ้าปลอมเอกสาร ทำจริงจะให้รับสารภาพ
ทนายกุ้ง : “อันนั้นเป็นอีกเรื่องดีกว่า แยกดีกว่า วันนี้เรามาในฐานะเรื่องพยาน แต่คดีความที่เขาจะดำเนินคดีก็ว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง” ช่างเอ๋ : “เรื่องความผิดไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่ แต่อยากให้เข้าใจว่า ไม่เคยมีคนรู้จักกันมาดำเนินคดีกันมากกว่า ต่างฝ่ายต่างดำเนินคดีกัน อะไรแบบนี้ครับ ตอนนี้ไม่ได้เครียดอะไร มีแค่ความเสียใจอย่างเดียวครับ (คิดถึงปลายทางตัวเองไหมจะจบแบบไหน ตัวเองจะเป็นยังไง?) ผมอยากทำปัจจุบันดีกว่า นึกถึงตอนนี้ดีกว่า”
แนวทางกฎหมายของช่างเอ๋ เป็นไปตามพยานหลักฐาน
ทนายกุ้ง : “ตอนนี้เรามาพบพนักงานสอบสวนในฐานะพยาน เรื่องเงินมูลนิธิที่โอนออกไป แต่ว่าส่วนเรื่องคดีความ ต้องมาดูก่อนว่าใครดำเนินคดีอะไรกับคุณเอ๋ ข้อหาอะไรบ้าง เดี๋ยวต้องมาดูข้อเท็จจริงกันอีกที ว่าใช่ตามที่เขากล่าวหาหรือเปล่า เพราะเราก็มีพยานหลักฐานบางอย่าง บางทีต้องมอบให้ตร.ก่อน อีกส่วนนึงถ้าเป็นการกล่าวหา ถ้าไม่ใช่เรื่องจริง ก็ต้องสู้ไปตามกระบวนการ แต่อันไหนดูแล้วถ้าทำผิดจริงๆ มีหลักฐานชัดเจน ก็ต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริง ถ้าอันไหนทำผิดก็ต้องรับไป แต่ต้องดูว่าเราทำหรือเปล่า เราผิดจริงหรือเปล่า ว่าไปตามพยานหลักฐานเอกสารก่อน แล้วต้องดูด้วยว่าที่เขาแจ้งความมา มันใช่ไหม ตอนนี้เห็นแต่ข่าวเขาแจ้งความร่วมกันฉ้อโกง ก็ต้องพิสูจน์ว่าไปร่วมฉ้อโกงตอนไหน ไปสั่งยังไง ให้โอนตอนไหน ก็ต้องไปดูข้อเท็จจริงอีกที
ถามว่าเขาจะรอดหรือไม่รอด จะไปทางไหนมากกว่ากัน ตอนนี้ในส่วนที่หลายคนพูดถึงจะโดนฟอกเงินหรือเปล่า ก็อยู่ที่พนักงานสอบสวนท่านมีความเห็นหรือว่ามีหลักฐานอะไรที่ทางนี้คิดว่าฟอกเงิน ก็ไม่เป็นไร ทางนี้ก็ยินดีเข้าสู่กระบวนการอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนแหละว่าจะมีความเห็นแบบไหน จะเข้าข่ายไหม เราจะสมรู้ร่วมคิดหรือไม่รู้เลย ก็ให้ท่านสอบสวนข้อเท็จจริงไปก่อน”
ช่างเอ๋ : “(มีอะไรอยากฝากถึงก๊อต?) ตอนนี้ยังไม่มีอะไร แต่ขอบคุณพี่ๆ สื่อ ขอบคุณทุกคนที่ทำให้ผมมีโอกาสได้พูดความรู้สึก และมีโอกาสได้พูดถึงโครงการที่ได้ตั้งใจทำมาครับ”


