xs
xsm
sm
md
lg

“หนุ่ม กรรชัย” เข่าทรุด! หลังเข้าให้ปากคำปมเงินบริจาค “บุ๋ม ปนัดดา” หักล้างความเชื่อ จากหน้ามือเป็นหลังเท้า! (คลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“หนุ่ม กรรชัย” เข่าแทบทรุด! เข้าให้ปากคำปมโอนเงินบริจาคเข้ามูลนิธิองค์กรทำดี ผิดหวังความจริง “หน้ามือเป็นหลังเท้า” ข้อมูลบางอย่างหักล้างความเชื่อก่อนหน้านี้ ลั่นเป็น 1 ใน 1.8 ล้านบัญชีที่โอน แย้มอนาคตอาจเปลี่ยนสถานะเป็นผู้เสียหาย 

ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผู้ดำเนินรายการและพิธีกรข่าวชื่อดัง ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. เพื่อให้ปากคำในฐานะพยาน เกี่ยวกับกรณีการบริจาคเงินให้กับมูลนิธิองค์กรทำดี ของ “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี”

ภายหลังการเข้าให้ปากคำ หนุ่ม กรรชัย ได้เปิดเผยความรู้สึกต่อสื่อมวลชนด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด โดยยอมรับว่าข้อมูลที่ได้รับทราบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทำเอาตนเอง “เข่าแทบทรุด” เนื่องจากมีหลายเรื่องที่คิดไม่ถึงและหักล้างความเชื่อเดิมที่มีก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง

“ผมเรียบร้อย ส่วนคนอื่นจะเรียบร้อยหรือเปล่า คงอีกไม่นาน ถามว่าเป็นยังไง เข่าแทบทรุด ก็มีเรื่องบางเรื่องที่คิดไม่ถึง และผิดหวัง ส่วนผิดหวังกับบุ๋มหรือใคร เอาไว้เดี๋ยวก็รู้เองครับ (มีอะไรที่เขาเล่าให้ฟังแล้วไม่ตรงกับที่เรารู้เราเห็นมาบ้าง?)คุณต้องถามว่าอะไรตรงก่อนดีกว่า (ไม่ตรงเลยสักอย่าง?) ขออนุญาตไม่พูดดีกว่า

หลังให้ปากคำ มีข้อมูลบางอย่างหักล้างความเชื่อก่อนหน้านี้ คงต้องบอกว่าอะไรก็ตามแต่ ความจริงคือสิ่งที่หลีกหนีไม่พ้น ฉะนั้นใครก็ตามแต่ทำอะไรไว้ อยากให้พูดข้อเท็จจริงทั้งหมดอย่าไปปกปิดอะไรเลย อย่างน้อยหนักจะได้เป็นเบาได้ อย่าใช้กฎหมายในทางที่ผิด อะไรก็แล้วแต่ มันหลีกหนีเรื่องราวของเส้นเงินไม่ได้

ส่วนโอกาสบุ๋มตอนนี้ อย่าไปเอ่ยเช่นนั้นเลย เอาประมาณแค่นี้แล้วกัน ให้ตร.ทำงาน ทำหน้าที่ของเขาก่อนดีกว่า เชื่อว่าเดี๋ยวคนไทยคงได้รับทราบเรื่องราวทั้งหมดเอง ตอนนี้มาในฐานะพยาน ต่อไปถ้ามีอะไรที่เปิดเผยมากกว่านี้ เดี๋ยวมาว่ากัน ว่าสถานภาพพยานจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นผู้เสียหายหรือเปล่า อนาคตมีโอกาสเปลี่ยนแปลงครับ”

ไม่เสียดายเงินบริจาค พร้อมฝากบอกดาราที่บริจาคให้มาชี้แจง หากคิดว่าเป็นผู้เสียหาย
“ไม่เสียดายเงินที่บริจาค อยากให้ทุกคนที่บริจาคได้มาชี้แจงหรือให้ปากคำเจ้าหน้าที่ตร.ด้วย ใครคิดว่าตัวเองเป็นผู้เสียหายก็ให้มาหาทางตร.ด้วย

เจอเหตุการณ์แบบนี้ ผมก็ยังคงบริจาคเงินอยู่ อย่างที่บอก ผมทำงานตรงนี้ ผมมีรายได้ขึ้นมา ส่วนหนึ่งก็มาจากประชาชน ฉะนั้นวันหนึ่งที่เขามีความเดือดร้อน ผมเป็นส่วนเล็กๆ ที่จะช่วยเหลือได้ ผมก็ยินดีผมเองไม่ใช่คนที่จะลงพื้นที่หรือไปถึงตัวได้ ผมมีปัจจัยเล็กๆ น้อยๆ พอจะช่วยได้ ผมก็ยินดีที่จะช่วย แต่อาจต้องดูอะไรให้มันดีมากขึ้นกว่านี้ครับ”

ไม่เสียใจคนไม่ได้พูดความจริงกับตนทั้งหมด
“ไม่เสียใจที่คนไม่ได้พูดความจริงกับเราทั้งหมด แต่อยากได้คำตอบมากกว่าว่ามันคืออะไร ดูมีอะไรแน่นอน ตอบไม่ได้จริงๆ แต่มุมมองเปลี่ยน”

ตอนไปกับตอนออกมา พลิกจากหน้ามือเป็นหลังเท้า ลั่นเป็น 1 ใน 1.8 ล้านบัญชีที่โอนเข้ามูลนิธิ
“ตอนมากับออกไป หน้ามือเป็นหลังเท้า ประมาณนี้ ในความรู้สึกผมนะ ฟีลเปลี่ยนไปเลย จากที่มากับออกไป (เป็นเจ้าพ่อวงการข่าว ไม่น่าตกเป็นเหยื่อ?) ผมว่าเรื่องนี้มันไม่เข้าใครออกใคร วันนี้อย่างที่บอก มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เราไว้ใจ ถามว่าวันนี้จะเปลี่ยนมุมมองความคิดผมที่จะช่วยเหลือในมุมปัจจัยหรือเปล่า ผมยังช่วยเหลืออยู่แหละ แต่มันหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ (ต่อไปจะตรวจสอบยังไง?) ตรวจสอบก็ไม่ได้ ถ้าผมเป็นหนึ่งในนั้น ผมก็ต้องบอกว่าผมคือหนึ่งใน 1.8 ล้านบัญชีที่โอน

ส่วนจากผู้บริจาคกลายเป็นเหยื่อ ไม่ตอบแล้วกัน เอาแค่นี้แหละ กลายสภาพเมื่อไหร่ ไม่รู้ตอบไม่ได้ รอตร.แล้วกัน ผมพูดอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว”