“หญิง ธิติกานต์” เปิดใจช็อกข่าว “บุ๋ม ปนัดดา” ยันไม่รู้เรื่องเงิน ลั่นไม่ห้ามใครสละเรือจะได้รู้ว่าเหลือใครบ้าง ย้ำชัดถ้าผิดจริงก็ว่าไปตามผิด ไม่เข้าข้างเด็ดขาด บอกระยะหลังๆ บุ๋มดูเหนื่อย และซึม ยังให้กำลังใจ ไม่เหยียบซ้ำ
เป็นอีกหนึ่งคนบันเทิฃที่มักจะเห็นเวลาลงพื้นที่หรือช่วยแพ็กถุงยังชีพอยู่กับ “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” สำหรับนักร้องลูกทุ่งสาว “หญิง ธิติกานต์” ที่ก่อนหน้านี้ก็ได้โพสต์ให้กำลังใจอีกฝ่ายไปแล้ว ล่าสุดได้เจอเจ้าตัวในงานเปิดตัวภาพยนตร์ กะเทยไทบ้าน ตอนไวรัสล้างโลก ณ สยามพารากอน เจ้าตัวยอมรับว่าตกใจกับข่าวที่ออกมา เพราะรับรู้เรื่องราวพร้อมกับทุกคน
“อันดับแรกเลยตกใจ หลายๆ เรื่องก็คือรู้พร้อมๆ กันกับทุกคนตอนที่แถลงข่าวนั่นแหละค่ะ หลายๆ เรื่องเลย แล้วก็รู้สึกช็อกว่ามันเกิดเหตุการณ์นี้ได้ยังไง ก็ได้ติดตามข่าวบ้าง พอสมควร ก็ทั้งทำงานด้วย แล้วก็อยากรู้ความคืบหน้าด้วยว่ามันเป็นยังไง แล้วมันจะจบตรงไหน ซึ่งหญิงมองว่ามันค่อนข้างที่จะหนักพอสมควร แล้วก็ไม่รู้ว่าจะไปจบตรงไหน แล้วก็วันไหน ในส่วนของหญิง หญิงจะแฮชแท็กตัวเองตลอดว่าเป็นศิลปินจิตอาสา มูลนิธิองค์กรทำดี
ทำไมหญิงถึงเข้าไป ก็เห็นแม่บุ๋มนี่แหละว่าแกลงพื้นที่จริง รวดเร็ว แล้วก็ทำจริง เวลามีเหตุเภทภัยอะไร แกถึงพื้นที่ตรงนั้นเร็ว ทำให้เรามีความรู้สึกว่าในฐานะที่เราก็เป็นศิลปินคนหนึ่งที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทยก็เลยอยากที่จะไปร่วม ก็เลยเข้าไปร่วมกับมูลนิธินี้ แต่ในส่วนของเส้นทางต่างๆ ที่เราได้เห็นกัน อันนี้หญิงไม่รู้จริงๆ เป็นเพียงศิลปินจิตอาสาเท่านั้น
เรื่องระบบการจ่ายเงินหรือเรื่องเงินทองต่างๆ หญิงไม่เคยเข้าไปยุ่งค่ะ แต่ว่าเวลาที่เราลงพื้นที่ เวลาที่แม่ไป เราเห็นแม่จะคุยกับน้องๆ ที่ไปด้วยกัน แม่จะพูดตลอดเลยว่าพวกลูกๆ ทำให้ดีนะ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามอย่าให้เสียชื่อมาถึงแม่นะเว้ย แม่จะพูดคำนี้ตลอด แล้วก็บ่อยมากอันนี้คือสิ่งที่หญิงได้เห็นได้สัมผัสด้วยตัวเอง ก็จะเห็นประมาณนี้ ส่วนถ้าในเรื่องของการจัดซื้อของ ไม่ว่าจะเป็นของเข้ามูลนิธิ หรือว่าการซื้อของเข้าไปบริษัท อันนี้หญิงไม่ทราบเลย หญิงจะทราบแต่เพียงว่าว่างไหมมาช่วยแพ็กถุงยังชีพหน่อย ว่างไหมไปช่วยลงพื้นที่หน่อย ไปช่วยจ่ายถุงยังชีพหรือทำอะไรเพื่อสาธารณสังคมมากกว่า ถ้าในเรื่องลึกๆ การเงินนี่หญิงไม่ทราบจริงๆ”
เผยได้เจอ “ก๊อต อธิป อนันทวรรณ” แค่ครั้งเดียว
“หญิงเคยเจอคุณก๊อตน่าจะครั้งหนึ่งวันที่บวงสรวงที่มูลนิธิแค่นั้น แล้วก็แค่สวัสดีเฉยๆ ค่ะ ไม่ได้คุยอะไรกันเยอะ เพราะว่าดูพี่เขาค่อนข้างยุ่งเดินประสานงานจุดนั้นจุดนี้แค่นั้นเอง ไม่เคยได้พูดคุยกันเป็นการส่วนตัวค่ะ”
บอก “บุ๋ม” เป็นคนอดทนเก่ง ไม่ค่อยปริปากพูดอะไร
“จริงๆ แล้วถึงแม้ว่าหญิงจะเจอแม่บ่อย ลงพื้นที่บ่อย แต่มันเหมือนหญิงเองก็ต้องมีระยะให้กับแม่เหมือนกัน เพราะว่าหญิงเห็นแม่ทำงานเยอะมาก บางทีไปลงพื้นที่พร้อมกัน แต่แม่ต้องรีบกลับไปถ่ายรายการ ไปเป็นพิธีกร ก็เลยทำให้ไม่ได้คุยอะไรกันเยอะ แต่ด้วยพื้นฐานที่หญิงเจอ แม่จะเป็นคนที่มีน้ำใจ แล้วก็ดูแลน้องๆ ในทีมงานองค์กรอยากเท่าเทียมกัน อันนี้คือสิ่งที่เห็น
แม่ไม่เคยมาปรึกษาอะไรค่ะ แม่เป็นคนที่มีความอดทนเก่งมาก เป็นคนที่ไม่ปริปากพูดเลย จนช่วงหลังๆ มาก็สังเกตเหมือนกันว่าดูแม่น่าจะทำงานเยอะ ดูแม่เหนื่อยๆ บางช่วงเหมือนแกจะซึมๆ เราก็คิดว่าคงจะทำงานเยอะ และเมื่อไม่นานมานี้ก็เพิ่งเจอแม่ แล้วก็ดูแกซึมๆ ดูตาแดงๆ บ้าง เจอแม่ล่าสุดเลยก็คือวันที่เผาน้องฟองเบียร์ ซึ่งเป็นทีมงานองค์กรทำมูลนิธิเหมือนกันค่ะ เห็นแม่ดูเหนื่อย ดูตาแดงๆ วันนั้นเลย”
ไม่กังวลถ้าจะต้องถูกเจ้าหน้าที่เรียกเข้าไปตรวจสอบเกี่ยวกับมูลนิธิ
“ไม่กังวลค่ะ เพราะว่าหญิงไม่ได้มีส่วนรับรู้ หรือว่าทราบในเรื่องของภายใน โดยเฉพาะเรื่องการเงินหญิงไม่ทราบเลย หญิงเพียงแต่เอาแรง แล้วก็ความรู้สึกของหญิงลงไปช่วยพื้นที่แค่นั้นไม่กังวลค่ะ ถามว่าเคยบริจาคให้มูลนิธิไหม ช่วงแรกๆ มีค่ะ 5 พัน 1 หมื่น ก็ตามกำลังของหญิง แต่ว่าด้วยส่วนตัวหญิงจะเอาแรงของตัวเองลงไปช่วยมากกว่า
ถ้าถามถึงความไว้เนื้อเชื่อใจว่ายังมีอยู่ไหม คือเวลาที่หญิงเจอกับแม่ สัมผัสกับแม่ หญิงก็ยังคงขออยู่เคียงข้างแล้วกัน ในสิ่งที่แม่เคยทำ ในความดีที่เขาเคยมีให้กับสังคม แต่ถ้าในเรื่องที่เราตรวจสอบแล้วว่ามันผิด มันไม่ถูกต้อง ไม่โปร่งใส หรือเรื่องที่ต้องแก้ไข อันนี้ก็จะไม่เข้าข้างเช่นเดียวกัน ถูกไปตามถูก ผิดก็ไปตามผิดเลย หญิงเองก็มีโอกาสได้พูดไปบ้างแล้วบางส่วน ว่าเราคิดแบบนี้ แล้วหญิงก็โพสต์ที่จะให้กำลังใจแม่ในจุดนี้เหมือนกัน แม่ก็มาอ่าน แล้วแม่ก็ได้มาคอมเมนต์บอกว่า ขอบคุณนะลูก แล้วก็อีโมจิร้องไห้ ก็แสดงว่าแม่รู้แล้วว่าเราเคียงข้างนะ แต่ถ้าผิดไม่เข้าข้าง”
เผยได้คุยกับ “ลำยอง หนองหินห่าว” ที่เป็นจิตอาสาในมูลนิธิเหมือนกัน ต่างก็เศร้าไม่แพ้กัน
“ก็จะมีพี่ลำยองที่ไปด้วยกันบ่อยๆ แล้วล่าสุดก็เจอกันถุงยังชีพ ก็ได้มีการคุยกันบ้าง แต่ว่าเราก็รู้เท่าที่ทราบเหมือนกัน เราก็คุยกันแค่นั้น ก็เศร้านะคะ ก็เป็นธรรมดาค่ะ เพราะว่าเราเองก็ยังไม่รู้ข้อเท็จจริงในเรื่องที่มันเกิดขึ้น ไม่รู้ว่ามันมาก ไม่รู้ว่ามันจริง เท็จแค่ไหน แต่ถ้ามันจริง เราก็เสียใจนะ แต่ถ้ามันไม่จริง หญิงก็เชื่อว่าหลายๆ คนหรือว่าสังคมก็พร้อมที่จะให้โอกาสกับแม่ได้พิสูจน์ตัวเองเหมือนกัน
เข้าใจได้ว่าหลายคนกลัวว่ามันจะไม่มีมูลนิธิดีๆ ไม่มีคนทำดีแล้ว ตรงนี้ก็มีสิทธิ์ที่จะคิดได้ค่ะ หลายๆ คนก็มีความคิดที่แตกต่างกัน เอาเป็นว่าเราสะดวกใจแบบไหน อย่างไร เรื่องอะไร ก็แล้วแต่สิทธิ์ของบุคคลแล้วกันค่ะ แต่ในส่วนตัวของหญิง ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่จะทำให้เป็นบรรทัดฐานที่มันเข้มแข็ง และหนักแน่นมากขึ้นสำหรับมูลนิธิที่กำลังมีอยู่ในตอนนี้ หรือกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงคนที่เป็นสะพานบุญ เป็นกระบอกบุญด้วย ก็จะได้รู้ว่าการกระทำแบบนี้ ถ้าคุณทำไม่ถูกต้อง วันหนึ่งคุณจะต้องโดนอะไรบ้าง เพราะฉะนั้น เริ่มต้นดีตั้งแต่ตอนนี้ ติดกระดุมให้ถูก จะได้ไม่ต้องเกิดปัญหาค่ะ”
ไม่เป็นไรถ้าใครจะสละเรือจาก “บุ๋ม” ต่อไปจะได้รู้ว่าคนในชีวิตเหลืออีกกี่คน
“จริงๆ แล้วหญิงก็เป็นคนที่ช่วยด้วยตัวเองมาล่วงหน้าอยู่แล้ว แต่ว่าช่วยตามกำลังตัวเอง แต่ว่าพอมาเห็นมูลนิธิองค์กรทำดี เขาทำในพาร์ตที่มันใหญ่มากขึ้น แล้วก็กระจายการช่วยเหลือได้มากขึ้น ก็เลยลงมาช่วย แต่ว่าหลังจากนี้ก็ขอดูสถานการณ์ก่อน เหมือนกับที่ทุกคนมองนั่นแหละค่ะ ว่ามันจะอย่างไร
ตอนนี้หลายๆ คนตัดสินค่อนข้างเยอะมาก คือหญิงอยากจะบอกว่า ตอนนี้ข้อเท็จจริงที่เราได้เห็นกันทั้งหมด หรือว่าหลักฐานที่มันเกิดขึ้นทั้งหมด เรายังไม่สามารถบอกได้นะคะว่าเขาผิดจริง เพราะว่ายังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ตอนนี้แม่บุ๋มเหมือนคนกำลังล้มอยู่แล้วยังลุกไม่ได้ สำหรับตัวหญิง หญิงจะไม่ข้าม จะไม่เหยียบ เพราะว่าหญิงมองเห็นในสิ่งที่เขาเคยทำเอาไว้ให้กับสังคม ทำให้กับคนที่ยากไร้ มันไม่ได้แค่เฉพาะเพื่อนมนุษย์ด้วยกันนะคะ กับสัตว์ต่างๆ หญิงก็ได้ลงพื้นที่กับแม่ ว่าแม่ช่วยจริง และก็การเข้าถึงเร็วมาก อันนี้คือเรื่องจริงเลย สำหรับแม่บุ๋ม สำหรับองค์กรทำดี อันนี้คือสิ่งที่หญิงได้เห็นกับตัวเอง เพราะฉะนั้นก็อยากให้ทุกคนฟังความไปก่อน ถ้ามันผิดจริง เราก็บล็อกไป ยังไงเข้าสู่กระบวนการอยู่แล้ว และคนผิดก็ต้องได้รับโทษทางกฎหมายอยู่แล้วนะคะ อยากให้ใจร่มๆ กันก่อน
คนที่สละเรือจากแม่ ตรงนี้ก็เป็นสิทธิ์ของเขาอีกเช่นเดียวกันว่าเขาจะคิดยังไง หรือว่าจะแก้ไข หรือว่าจะยังไงต่อไปกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น หญิงก็ไม่อยากพูดอย่างนั้นหรอก มันอาจจะได้รับผลกระทบกับตัวเขาก็ได้ หรือว่าหน้าที่การงานของเขา ทุกคนก็มีเหตุผลของตัวเอง เพราะฉะนั้น ถ้าจะสละเรือ หรือว่าไม่ยอมอยู่เคียงข้างแล้วก็ไม่เป็นไร แต่ว่าหลังจากนี้ เราก็คอยดูกันต่อไป ว่าคนในชีวิตเราจะเหลืออีกกี่คนแค่นั้นเอง”


