เมื่อพูดถึง “ดนตรีบำบัด” หลายคนอาจนึกถึงการเปิดเพลงเพื่อผ่อนคลาย ลดเครียด หรือกิจกรรมดนตรีที่ช่วยสร้างความสนุกและความสุข แต่สำหรับ ดร.ณภัค ภักดีสถิตย์วรา หรือ ดร.ณะ (Napak Pakdeesatitwara, PhD, RMT – Dr.Na) นักดนตรีบำบัด นักวิจัย และนักการศึกษาด้านดนตรีบำบัด ในระดับนานาชาติ ดนตรีมีศักยภาพมากกว่านั้น เพราะดนตรีสามารถเข้าไป engage กับมนุษย์ได้หลากหลายมิติ ทั้งร่างกาย ระบบประสาท อารมณ์ ความคิด และความทรงจำ
“ดนตรีไม่ได้เป็นเพียงความบันเทิง แต่เป็นศาสตร์และศิลป์ที่สามารถ engage กับหลาย ๆ มิติในตัวเราได้พร้อมกัน และได้อย่างลึกซึ้ง” ดร.ณะ กล่าว
ตัวอย่างในชีวิตประจำวันที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังดังกล่าวอย่างชัดเจน ได้แก่ เวลาที่เราฟังเพลงแล้วจังหวะของดนตรีกับจังหวะของร่างกายสอดคล้องไปด้วยกัน (rhythmic entrainment) หรือฟังเพลงแล้วหวนนึกถึงความทรงจำบางอย่าง (episodic/associated memory) และอีกหลายกลไกทางจิตวิทยา ระบบประสาท ที่ดนตรีเข้ามาส่งผลกับตัวเรา กลไกเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ถูกนำมาศึกษาและประยุกต์ใช้ในดนตรีบำบัด ทั้งด้านการฟื้นฟูการเคลื่อนไหว อารมณ์ การสื่อสาร และการทำความเข้าใจตนเอง
ดร.ณะ ยังชี้ให้เห็นว่า “Music Therapy” ไม่ใช่แค่การฟังเพลงแล้วผ่อนคลาย เพราะดนตรีบำบัด คือวิชาชีพทางสุขภาพ และกระบวนการปฏิบัติที่มีเป้าหมาย มีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ และต้องดำเนินการโดยผู้ประกอบวิชาชีพนักดนตรีบำบัดที่มีคุณสมบัติเหมาะสม เพราะดนตรีบำบัดนั้นเกี่ยวข้องกับสุขภาพ คุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของผู้คน
สู่เส้นทางผู้ขับเคลื่อน Music Therapy บนเวทีโลก
สำหรับ ดร.ณะ ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับดนตรีไม่ได้เริ่มต้นจากห้องวิจัย แต่เริ่มต้นจากการค้นพบ “ไวโอลิน” ในช่วงวัยเรียน เขาได้ค้นพบสิ่งที่ตนทำได้ดีและมีความสุข จนดนตรีกลายเป็นจุดมุ่งหมายที่ทำให้เขานำพลังที่มีมามุ่งมั่นก้าวเดินและเติบโตในเส้นทางนี้ ด้วยความที่ ดร.ณะ ได้สัมผัสถึงพลังของดนตรีที่เปลี่ยนชีวิตคนได้ จึงก้าวเข้าสู่เส้นทางการเป็นนักดนตรีบำบัดอย่างเต็มตัว
ดร.ณะ ได้รับโอกาสเดินทางแสดงคอนเสิร์ตในยุโรปและเอเชีย ตั้งแต่มัธยมฯ และรับทุนการศึกษาต่อปริญญาตรีในโครงการศิลปะดีเด่นฯ สาขาดนตรีศึกษา ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเขาได้เรียนจบพร้อมเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง ก่อนที่จะไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทด้านดนตรีบำบัดที่ The University of Melbourne ในฐานะนักเรียนทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ หลังจากเรียนจบ ดร.ณะ ได้เดินทางกลับมาบุกเบิกดนตรีบำบัดในประเทศไทยร่วมกับเพื่อนร่วมวิชาชีพ
ดร.ณะ เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งหลักสูตรระดับปริญญาโท สาขาดนตรีบำบัด (นานาชาติ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสมาคมดนตรีบำบัด (ประเทศไทย) โดยในช่วงเวลาดังกล่าว ดร.ณะ ทำงานในฐานะอาจารย์ นักวิจัย นักดนตรีบำบัด และอุปนายกสมาคม
ปัจจุบัน ดร.ณะ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านดนตรีบำบัดจาก The University of Melbourne โดยได้รับทุนเต็มจำนวน (Melbourne Research Scholarship) ผลงานวิจัยของเขาได้รับการเผยแพร่และประยุกต์ใช้ในระดับนานาชาติ นอกจากนี้ ดร.ณะ ยังดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น Board of Directors ของ International Association of Music and Medicine และ Scientific Committee ของ World Congress of Music Therapy 2026 ส่วนลูกศิษย์ของ ดร.ณะ มีทั้งที่กลายเป็นนักดนตรีบำบัด นักวิชาการ และอาจารย์ ที่ประสบความสำเร็จในการนำพลังของดนตรีไปสู่ชีวิตของผู้คนในหลากหลายประเทศ
ดร.ณะ ยังเป็นตัวแทนประเทศไทยขึ้นกล่าวในพิธีปิดของ World Congress of Music Therapy 2026 ที่เมือง Bologna ประเทศ Italy และเชื้อเชิญนักดนตรีบำบัดจากทั่วทุกมุมโลกมาเข้าร่วม World Congress of Music Therapy 2029 ที่กำลังจะจัดขึ้นในประเทศไทย โดยได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม
“ดนตรีมันเปลี่ยนชีวิตนะ มันหล่อหลอมเราให้เติบโตเจริญงอกงาม และพาเราไปสู่ version ที่เรา meant to be ซึ่งในวันนี้เราอาจจะยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า มันจะออกมาสวยงามและไปได้ไกลขนาดไหน”
Music Therapy เพื่อ “Human Flourishing”
อีกหนึ่งแนวคิดที่ ดร.ณะ ให้ความสำคัญคือ “Human Flourishing Across Lifespan” หรือการส่งเสริมให้มนุษย์มีคุณภาพชีวิตที่ดีและเจริญงอกงามตลอดทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ ไปจนถึงวัยสูงอายุ
ในแต่ละช่วงวัย ความต้องการและสิ่งที่มีความหมายต่อชีวิตนั้นแตกต่างกัน และด้วยความที่ดนตรีเป็น “ดนตรี” มันมีศักยภาพที่จะตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายและเฉพาะตัวของแต่ละบุคคลในแต่ละช่วงวัย เช่น การส่งเสริมพัฒนาการและความสัมพันธ์ในวัยเด็ก การค้นหาและแสดงออกถึงตัวตนในวัยรุ่น การดูแลสุขภาพกายใจและค้นหาความหมายของชีวิตในวัยผู้ใหญ่ ไปจนถึงการส่งเสริมศักยภาพทางกาย ทางสมอง ความสัมพันธ์ และความเติมเต็มในชีวิตของผู้สูงวัย
แนวคิดดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับเรื่อง Longevity ซึ่ง ดร.ณะ มองว่า “อายุยืน” ไม่ควรหมายถึงเพียงการมีจำนวนปีในชีวิตมากขึ้น แต่ควรเป็นการมี “ปีที่ดี” หรือช่วงเวลาที่ร่างกายและจิตใจยังแข็งแรง สามารถทำสิ่งที่มีความหมายกับตนเอง และมีส่วนร่วมกับสังคมได้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งดนตรีบำบัดไม่ได้มีเพียงด้านของการจัดการตัวโรค อาการ และปัจจัยเสี่ยง แต่ยังมีด้านของการส่งเสริมสุขภาพกาย ใจ สมอง ความเป็นอยู่ สังคมและความสัมพันธ์กับผู้อื่น ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยสำคัญของ Longevity ที่เราต้องหมั่นสะสมตั้งแต่วันนี้ และทำอยู่ต่อไปในวันที่เราอายุมากขึ้น
“Conscious Use of Music” ใช้ดนตรีอย่างไรให้ดีกับเรา
หนึ่งในองค์ความรู้ที่ ดร.ณะ ให้ความสำคัญจากค้นพบในงานวิจัยระดับปริญญาเอกของเขาคือแนวคิด Conscious Use of Music หรือการใช้ดนตรีอย่างมีสติ ซึ่งชวนให้ผู้คนกลับมาสำรวจว่า เมื่อเราร้อง เล่น เต้น หรือฟังดนตรี มันกำลังเกิดอะไรขึ้นภายในตัวของเรา ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ ความคิด ความรู้สึก และร่างกายของเรา รวมถึงเรากำลัง engage กับดนตรีนั้นด้วยเป้าหมายอะไร
แนวคิดนี้มีความสำคัญมากขึ้นในยุคที่ผู้คนสามารถเข้าถึงเพลงและคอนเทนต์ได้แทบตลอดเวลา เพราะในวันที่ใจเราไม่ดี บทเพลงบางเพลงที่เราเลือกมา หรือ algorithm เลือกให้ อาจขยายอารมณ์ที่ไม่ดีให้รุนแรงขึ้นได้ ดร.ณะ จึงเสนอให้ผู้คนเริ่มต้นจากการ “รู้เท่าทัน” (be aware) ต่อประสบการณ์ของตนเองขณะที่ engage กับดนตรี และ “มีเป้าหมาย” (be intentional) ในการใช้ดนตรีให้เป็นผลดีต่อตัวเรา
มองไปข้างหน้า: ดนตรีบำบัดกับอนาคตของ Health & Wellness
ดร.ณะ มองว่าดนตรีบำบัดจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในอุตสาหกรรมดนตรี สุขภาพ และ Wellness โดยเฉพาะเมื่อสังคมกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างประชากร และการเข้าสู่สังคมสูงวัย ซึ่งทุก industry จะต้องปรับตัวเพื่อรับมือปรากฏการณ์นี้
“Music therapy is a game changer that brings a life-changing impact” เพราะจากเดิมที่ผลด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตอาจเป็นผลพลอยได้จากดนตรี แต่ดนตรีบำบัดเราออกแบบประสบการณ์ดนตรีโดยตั้งเป้าหมายด้านสุขภาพ ความเป็นอยู่ที่ดี และการเจริญงอกงามของมนุษย์เป็นหลัก ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการในเวลานี้ และจะเป็นที่ต้องการมากขึ้นในอนาคต
ปัจจุบัน ดร.ณะ ก้าวเข้าสู่บทบาทที่กว้างขึ้น ทั้ง Leadership การจัดตั้งใบประกอบวิชาชีพและจริยธรรมวิชาชีพ การสอน การทำวิจัย รวมถึงการให้คำปรึกษาแก่องค์กรและภาคธุรกิจที่ต้องการพัฒนาบริการด้านดนตรีบำบัด โดยนำองค์ความรู้และ insights ระดับโลกมาสร้างโปรแกรม วางระบบและกลยุทธ์ เพื่อให้ดนตรีบำบัดสามารถขยายการเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้นและยั่งยืน
จาก “ดนตรีที่เปลี่ยนชีวิตคนหนึ่งคน” กำลังขยายไปสู่ความตั้งใจที่จะทำให้ พลังของดนตรีเพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี สามารถส่งต่อไปยังผู้คนได้ในวงกว้างมาก


