โดนโยงแบบไม่รู้ตัว สำหรับ “พิมรี่พาย พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์”ที่โพสต์เปิดรับบริจาคจาก “เพื่อนรัก” คนละ 1 บาท เพื่อเอาไปทำบุญงานกฐินในวันที่ 31 ต.ค. วัดป่าฉัพพรรณรังสี อำเภอจัตุรัส จ.ชัยภูมิ เจ้าตัวให้เหตุผลว่าเงินในบัญชีอาจจะยังไม่พร้อม จึงต้องขายของเอาเงินไปทอดกฐิน เพราะตอนนี้ไม่มีเงิน
“ใจอยากได้บุญ แต่ยอดเงินในบัญชีบอกให้หยุดก่อน!! ขายของหาเงินไปทอดกฐินค่ะเพื่อนรัก ไม่มีตังค์ค่ะ พูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อม! ได้ทั้งของดีไปใช้ ได้ทั้งอนุโมทนาบุญช่วยพิมรอดตาย รีบเอฟคนละชิ้นสองชิ้น สาธุล่วงหน้าเลยค่ะ!!
ขอคนละ 1 บาทเป็นเจ้าภาพ กฐินกับเพื่อนรักพิมรี่ วัดป่าฉัพพรรณรังสี อำเภอจัตุรัส จ.ชัยภูมิ จะเริ่มในวันพรุ่งนี้เวลา 9 โมง สแกนได้เลยนะคะ พรุ่งนี้แล้วนะเพื่อน❤️🙏”
จากนั้นเจ้าตัวยืนยันว่าเงินที่ได้คือโอนเข้าวัด อย่าเอาชื่อของตนเองไปโยงกับข่าวไหน หรือโยงกับบุคคลใด วอนอย่าตัดสินความตั้งใจของตนเองด้วยเรื่องคนอื่น
“พิมเอาเงินไปทำบุญ โอนเข้าวัด ด้วยความตั้งใจที่จะร่วมบุญกับเพื่อนรักทุกคน 🙏
แต่การทำบุญของพิม ไม่ควรถูกเอาไปผูกเป็นเรื่องเดียวกับเรื่องของใคร ใครทำอะไร คนนั้นตอบในส่วนของตัวเอง อย่าเอาชื่อพิมไปเติมในเรื่องที่พิมไม่ได้เกี่ยวข้อง
พิมรับผิดชอบในสิ่งที่พิมทำและคำที่พิมพูด ขอแค่อย่าตัดสินพิมด้วยเรื่องของคนอื่น เจตนาคือทำบุญ ไม่ได้ตั้งใจให้ใครเอาไปต่อเรื่องค่ะ”
ล่าสุดก็ได้อัดคลิปชี้แจงว่าถ้าบริจาคแล้ว เราเป็นสุขก็ควรพอ แต่ถ้าไปตามหาหรือเอ๊ะ คนที่จะเป็นทุกข์ก็คือคนที่บริจาค เพราะถ้าเขาเอาเงินไปทำไม่ดี ผลนั้นก็ตกไปที่คนรับบริจาค และย้ำอีกทีว่าต้องเรี่ยราดเพราะเงินของตัวเองไม่พอ
“ถ้าคุณคิดว่าผู้รับเขาบริสุทธิ์ ผู้ให้บริสุทธิ์ มันจบแล้ว คุณได้อานิสงส์แล้ว บุญถึงพร้อมแล้ว ทุกอย่างมันเสร็จสิ้นแล้ว แต่ถ้าคุณบริจาคไปแล้ว แล้วคุณกลับมาเอ๊ะ นั่นมันคืออกุศลของคุณเอง คุณคิดอกุศล เอาเงินกูคืนมา เอาเงินกูไปไว้ไหน กูอยากสร้างวิลล่า คุณก็มีความทุกข์อยู่ตรงนั้น เขาทุกข์ด้วยไหม เขาอาจจะไม่ทุกข์ หรือเขาทุกข์อยู่หรือเปล่า ก็ไม่รู้ กูทุกข์แล้ว อย่าไปคิด คุณทำบุญไปแล้วคือมันจบแล้ว
แค่คุณเป็นผู้ให้ มันก็จบแล้ว คุณจะเป็นผู้รับอะไรนักหนา เพราะว่าคุณอยากจะเป็นผู้ให้ไม่ใช่เหรอ หรือว่าโอนมาให้ 5 บาท แล้วคนที่รับไป ถ้าเขาเอาไปทำไม่ดี เขาก็รับผลของเขาไป ส่วนเราก็ตั้งใจทำมาหากินปกติ ที่ไหนมีบุญกุศล เราก็ไปแจมด้วย เราก็ไปสาธุ แจมตามกำลังศรัทธาของเรา จบ
แล้วฉันก็ไม่ได้เอาจากเธอเยอะ ฉันเอาเธอแค่บาทเดียว หลักๆ เลยนะที่ฉันต้องเรี่ยไรทำบุญ เพราะว่าเงินฉันไม่พอ ถ้าฉันมีเงินพอ ฉันก็ไม่เรี่ยไรใคร ฉันอายปาก ฉันไม่ชอบ อีกอย่างฉันยังไม่เอาบริษัทของฉันเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพราะฉันอาย ไม่ได้อายอะไร แต่ไม่ชอบกับการที่ต้องมานั่งอธิบาย ว่าที่ไปที่มาคืออะไร ก็คือตังค์กู เดี๋ยวกูจัดการของกูเอง อิฉันชอบทำมาหากิน และชอบจัดสรรเงินของตัวเอง มูลนิธิหรือว่าเงินบริจาคฉันทำไม่เป็น ฉันดีแคร์ไม่เป็น ดิฉันโง่ ดิฉันเรียนน้อย
อันที่สามที่ดิฉันอยากให้เพื่อนรักของฉัน ได้บุญบารมี เพราะว่าเมื่อสมัย 10 ปีที่แล้วที่ฉันเป็นคนชั้นต่ำ พูดจาไม่ดี มีอารมณ์ร้อน แต่วันนั้นเพื่อนรักก็ซื้อของฉัน จนทำให้ฉันมีวันนี้ ฉันเป็นเวอร์ชั่นใหม่ ภายในเจ็ดปีที่ผ่านมา คนที่ทำให้ฉันเปลี่ยนเป็นเวอร์ชันใหม่ ก็คือเพื่อนรัก ฉันก็เลยอยากจะชวนทำกุศลด้วยกัน เท่านั้น บาทนึงก็ถือว่าเป็นกุศล สาธุ ก็เป็นกุศล แต่ก็มาด่ากันว่า อีนี่ชวนไปทำบุญ ระวังโดนหลอก อย่าปรามาส อย่าพูดแบบนั้นออกมา เดี๋ยวเราจะได้บาปโดยไม่รู้ตัว”


