“โอปอล สุชาตา” เก็บมงใส่หีบ พร้อมเป็นดารา อยากเป็นนางเอกละครพีเรียด พร้อมเปิดแผนตั้งมูลนิธิปี 70 ปูทางระบบโปร่งใสรับพาร์ตเนอร์ เคลียร์ปม “บัญชีรับบริจาค” ยันไม่กังวล โชว์ความบริสุทธิ์ใจพร้อมให้ตรวจ เผยเคยบริจาคช่วย “องค์กรทำดี” ส่งกำลังใจให้ “บุ๋ม ปนัดดา” ไม่หวั่นซ้ำรอยรุ่นพี่นางงาม มีมูลนิธิเหมือนกัน
“โอปอล สุชาตา ช่วงศรี” มิสเวิลด์ 2025 ปรากฏตัวในงาน OFFICIAL LAUNCH PIYAVATE Cancer Center ณ โรงพยาบาลปิยะเวท เปิดใจถึงก้าวต่อไปหลังอำลาตำแหน่งนางงาม การเตรียมตัวเข้าสู่วงการบันเทิงในฐานะนักแสดง พร้อมเผยความคืบหน้าการยกระดับโครงการ “Opal for Her” สู่การจัดตั้งมูลนิธิอย่างเป็นทางการ เคลียร์ชัดปมบัญชีรับบริจาคท่ามกลางกระแสดรามามูลนิธิในปัจจุบัน
“ช่วงที่ผ่านมาก็แฟชั่นโชว์เยอะ งานต่างประเทศเยอะ งานต่างจังหวัดเยอะ ด้วยความที่เราอำลาตำแหน่งแล้วก็ยังมีอีกหลายอย่างที่เรายังไม่เคยทำ ไม่เคยลอง งานรำที่ชัยภูมิก็เป็นอะไรใหม่ๆ ก็เป็นอะไรที่ตื่นเต้นที่จะได้ทำ ก็ดีใจและเป็นเกียรติที่ทุกคนยังสนับสนุน หวังว่าตัวเองจะได้อยู่ในบทบาทนักแสดง อาจจะนักร้อง ตอนนี้เตรียมพร้อมในพาร์ตของตัวเองอยู่ มีไปฝากเนื้อฝากตัวไว้บ้างแล้วค่ะ ตอนนี้กำลังเคาะและกำลังตามหาแนวทางของตัวเองอยู่ ค้นหาตัวเองในแนวที่ใช่ เรามีความสุขที่จะทำ เราก็เป็นคนฟุ้งๆ นิดนึง”
เก็บมงใส่หีบ
“จะใช้คำว่าถอดหัวโขนก็จะดูยิ่งใหญ่ไป ถ้าเป็นแม่ๆ กะเทยเขาจะพูดว่าเอาเข้าหีบแล้วก็ล็อก ก็จะบ้าง อย่างเวลาออกงานเราก็จะแต่งตัวสบายๆ มากขึ้น เหมือนทุกคนเห็นภาพนางงามมาเยอะแล้ว อยากให้ทุกคนได้เห็นภาพแคชชวล อยากเป็นดาราบ้าง งานที่รับก็จะพยายามทำอะไรที่หลากหลายมากขึ้น (เก็บมงใส่หีบมาเป็นพี่ดารา?) ใส่ตู้แก้วแล้วกันค่ะ ให้คนที่มาที่บ้านได้เชยชมว่าครั้งนึงเราก็เคยเป็น”
อยากเป็นนางเอกละครพีเรียด
“อยากแสดงในบทที่คนสัมผัสได้ถึงอารมณ์ความเรียล อาจจะสายดรามา พีเรียด หลายคนก็อยากเห็นโอปอลเป็นนางเอกพีเรียด“
แพลนเปิดมูลนิธิ Opal for Her เพื่อความยั่งยืน
“มีค่ะ ตอนนี้ยังเป็นแค่โครงการแต่เรามีแพลนที่อยากจะทำให้จริงจังเป็นมูลนิธิเผื่อในอนาคตเรามีแพลนอะไรที่จะทำให้มันยั่งยืนมากขึ้น เผื่อได้จับมือกับพาร์ตเนอร์มากขึ้น เราอะไรได้เยอะขึ้น
กระแสของมูลนิธิช่วงนี้ ถามว่าทำให้คิดหนักขึ้นไหม หรือต้องเบรกไหม ก็ไม่ค่ะ เราดำเนินการตามปกติของเราเลย เราอาจจะยุ่งด้วยช่วงนี้ก็เลยอาจจะไม่มีเวลาที่ทำในตอนนี้เลย แต่มันแพลนที่เราเตรียมทำกันมาตั้งแต่ก่อนที่จะไปประกวดมิสเวิลด์แล้วด้วยซ้ำ ด้วยอะไรหลายๆ อย่างก็พยายามที่จะค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป เรารู้สึกว่าหลายๆ อย่างเรายังช่วยได้ เรายังทำได้โดยที่มันไม่จำเป็นจะต้องมีคำว่ามูลนิธิ ก็ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป เมื่อไหร่ที่พร้อม ทรัพยากรพร้อม บุคลากรพร้อม ตัวเราเองพร้อมที่จะทำจริงจัง เราไม่อยากจะตั้งขึ้นมา ให้ใจกับมันเต็ม 100% อย่างที่เราต้องการจะทำ เราจะต้องมีแพลนให้คนที่ซัปพอร์ตมูลนิธิเรารู้สึกได้ถึงความโปร่งใส ความสบายใจที่อยากจะร่วมงานกับเรา
ถามว่าเมื่อไหร่ ก็ขอให้ได้ภายในปี 70 จะพยายามทำให้ได้ ก็คงเป็นชื่อเดิม เราทำให้มันมาไกลขนาดนี้แล้ว คนรู้จักทั่วโลกแล้ว มันเป็นแต้มต่อที่ดี”
เผยเป็นบัญชีส่วนตัว เปิดใช้มา 2 ปีแล้ว
”ด้วยความที่มันยังไม่ได้เป็นมูลนิธิ ก็เป็นบัญชี โครงการ Opal for Her โดยนางสาว สุชาตา ช่วงศรี เป็นบัญชีส่วนตัวที่เปิดมาหลายปีแล้ว 2 ปีได้ แม่ปุ้ย (ปิยาภรณ์ แสนโกศิก) เป็นคนพาไปเปิดที่ธนาคาร เพราะเราตั้งใจอยากให้มันชัดเจนว่าเราจะต้องแยก แฟนคลับขอบริจาคเข้ามาในด้อม คลิปมันเยอะมาก เราไม่สามารถที่จะรวบรวมได้ ก็เลยตัดปัญหาเพราะบางทีเราจะทบเพิ่ม เราก็ไม่รู้อีกว่าการบริจาคมันเริ่มต้นที่เท่าไหร่ ตรงไหน คิวอาร์โค้ดเราอยู่ในอินเตอร์เน็ต ใครจะบริจาคเมื่อไหร่ก็ได้ ก็เลยเปิดเป็นบัญชีชื่อโครงการ
บัญชีของโครงการก็ให้ทีมหลังบ้านเป็นคนแจกแจงรายรับรายจ่าย การบริจาคแต่ละครั้งเราก็จะแจกแจงกับแฟนคลับ บางทีเราก็จะติดตามตั้งแต่ต้นก็จะรู้ว่าโซฟาในบัญชีตอนนั้นมีประมาณเท่านี้นะ บางทีเราก็ไม่ได้อยากพูดถึงตัวเลขขนาดนั้นเพราะเราไม่ได้อยากให้แฟนคลับคิดว่าจำเป็นจะต้องบริจาคให้เรา”
ไม่กังวลใช้บัญชีส่วนตัว เพราะโปร่งใส
“ไม่ค่อยกังวล เพราะเราโปร่งใสมาตลอดทุกครั้ง แม้ก่อนที่เราจะมีบัญชีโครงการมันคือบัญชีส่วนตัวของโอปอลจริงๆ แต่เป็นบัญชีที่เราไม่ได้ใช้ในทุกวัน เราอยากให้แฟนคลับสบายใจ เราก็ชี้แจงไปกับเขาว่าเท่านี้นะ แล้วเราก็ทบที่เป็นทุนทรัพย์ส่วนตัวเราเข้าไปอีกเพื่อให้ชัวร์ว่าทุกบาททุกสตางค์ได้เข้าไปถึงคนที่ช่วยเหลือจริงๆ ในอนาคตก็เป็นเรื่องของการวางแผนระบบว่าทำยังไงให้วันนี้จะมีการตรวจสอบหากแฟนคลับ ผู้ซัปพอร์ตมีข้อสงสัยอะไร เราพร้อมที่จะมีข้อมูลให้เราได้พิสูจน์และรู้สึกถึงความโปร่งใส ก็เลยไม่กังวล”
เคยบริจาคเงินช่วยเหลือองค์กรทำดี มองการตรวจสอบเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
“เคยช่วยไปค่ะ ส่วนใหญ่จะหลังบ้าน สำหรับเรารู้สึกว่าอย่างน้อยคือได้ช่วย ได้เห็นว่ามันมีการทำ มีการช่วยเหลือจริงๆ เมื่อไหร่ที่ใครรู้สึกว่าไม่สบายใจ ข้องใจในกระบวนการทำเขาก็มีสิทธิ์และควรจะมีโอกาสได้ตรวจสอบและรับความโปร่งใส รู้สึกสบายใจ เราเข้าใจว่าไม่ใช่ทุกคนจะมีเวลาไปช่วยเหลือ ไปลงพื้นที่ เวลาไปทำทุกอย่างเอง เราในฐานะเป็นสะพาน เป็นศูนย์กลาง ก็ต้องสามารถอธิบายความโปร่งใสได้
ก็รู้สึกว่าชี้แจงก็ดีค่ะ ไม่ใช่ทุกคนจะมีเวลาและมีโอกาสที่จะไปทำ เขาให้ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจไป ถ้าเราได้ทำให้เขาสบายใจมันก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง”
ส่งข้อความให้กำลังใจ “บุ๋ม ปนัดดา” ไม่หวั่นตามรอยรุ่นพี่นางงาม มีมูลนิธิเหมือนกัน
“ก็มีส่งไปว่าขอให้ผ่านไปได้ด้วยดี ไม่ว่าจะด้วยสถานการณ์อะไรหรือด้วยอะไรก็ตาม ขอให้มันผ่านไปด้วยดี (ตามรอยเป็นนางงาม มีมูลนิธิเหมือนกัน?) คิดว่าหลายๆ ท่าน รุ่นพี่เขาก็จะมีโปรเจกต์ของเขากันหมด ด้วยเราทำเรื่องมะเร็งเต้านมอย่างจริงจัง และโชคดีที่เรามีแรงซัปพอร์ตจากผู้ใหญ่และหลายๆ ฝ่าย คงจะเป็นเรื่องน่าเสียดายหากเราไม่ได้ทำจริงจังเพราะมันยังช่วยคนอื่นได้อีกเยอะ”


