“ทนายเดชา” มาก่อนกาล! เคยเตือนลอยๆ กลางรายการต่อหน้า “บุ๋ม ปนัดดา” จะมีอินฟลูฯ ชื่อดังในวงการสื่อ ประธานมูลนิธิ โดนดำเนินคดีเป็นรายต่อไป ทำเจ้าตัวหน้าเหวอ เผยบุ๋มบอกตัวเองร่ำรวย งานอื้อ เสียภาษีเยอะ แตกต่างจาก “กัน จอมพลัง” มองตร.ดำเนินคดีได้ไม่ยาก ยกเทียบเคส “อัจฉริยะ” ต่างกันแค่รสนิยมการใช้เงิน
“ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์” ออกมาเปิดเผยประเด็นร้อน หลังพบเบาะแสความไม่ปกติเกี่ยวกับเส้นทางการเงินของ “บุ๋ม - ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” ในองค์กรทำดี และสามี “ก๊อต อธิป อนันทวรรณ” มาตั้งแต่ปี 2568 พร้อมระบุว่าลูกความเข้าแจ้งความดำเนินคดีแล้วที่ จ.ภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา
ใบ้กลางรายการ ทำเอาเหวอ ก่อนโวรวย เสียภาษีเยอะ แตกต่างจาก กัน จอมพลัง
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ในรายการ เคลียร์ชัด ชัด ซึ่งมี บุ๋ม ปนัดดา เป็นผู้ดำเนินรายการ ทนายเดชาได้พูดเตือนลอยๆ กลางรายการในหัวข้อการเปิดหน้ากากอินฟลูเอนเซอร์ว่า “จะมีอินฟลูเอนเซอร์หญิงชื่อดังในวงการสื่อและประธานมูลนิธิโดนดำเนินคดีเป็นรายต่อไป” ซึ่งส่งผลให้บุ๋ม ปนัดดา ถึงกับเหวอ ร้องห๊ะ
ในรายการ ทนายเดชา บอกเดี๋ยวจะมีเพิ่ม เมื่อคืนฝัน แล้วฝันผมไม่เคยพลาด จะมีคนอื่นในวงการสื่อโดนอีก คนดังด้วย นั่งจัดรายการ จนบุ๋ม ร้องห๊ะ ทนายเดชาบอกเอกสารครบถ้วน บุ๋มถึงกับชี้ที่ตัวเองถาม “เนี่ยเหรอ วงการดิฉัน แต่ไม่ใช่ดิฉัน?” ทนายเดชาบอกไม่ใช่หรอก บุ๋มรับบริจาคมาก็ซื้อหมดนี่ ไม่ได้ยักอะไร บุ๋มบอกติดตลกว่า “หมดตูดแล้ว” ในรายการบุ๋มถามว่าคนไหน ทนายเดชาแซวชี้ไปที่บุ๋ม แล้วบอกว่า “คนนี้”
ทนายเดชาเผยว่า ในตอนนั้นตนทราบเรื่องทั้งหมดแล้วแต่ไม่ได้บอกตรงๆ โดยก่อนหน้านี้ บุ๋ม ปนัดดา เคยพูดคุยเป็นการส่วนตัวว่าตนเองร่ำรวย มีอาชีพดารานักแสดง เป็นพรีเซ็นเตอร์หลายรายการ เสียภาษีเยอะ และแตกต่างจากอินฟลูเอนเซอร์สายลุยอย่าง “กัน จอมพลัง” แต่ตนก็รู้ทันทีว่าบุคคลนี้แหละคือเป้าหมายรายต่อไป
ชนวนเหตุ จากเพื่อนยิงปืน สู่คดีพูลวิลล่าภูเก็ต
ทนายเดชาเปิดเผยถึงที่มาของหลักฐานว่า เรื่องนี้เริ่มจากช่วงปลายปีที่แล้ว มีลูกความเข้ามาขอคำปรึกษาที่สำนักงาน ซึ่งลูกความรายนี้เป็นเพื่อนกับสามีของบุ๋ม ปนัดดา จากวงการยิงปืน และได้ร่วมกันตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้างทำโครงการพูลวิลล่าที่จังหวัดภูเก็ต
ต่อมาในเดือนมีนาคม ทนายเดชาเริ่มพบความผิดปกติในเส้นทางการเงิน จึงได้แนะนำให้ลูกความเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีที่ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้มีหลักฐานสะสมไว้เป็นจำนวนมากและยังไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน
เปรียบเคส “อัจฉริยะ” ต่างแค่รสนิยมการใช้เงิน
ทนายเดชาได้เปรียบเทียบเคสนี้กับคดีของ “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” ที่ตอนนี้อยู่ในเรือนจำ โดยระบุว่ามีความคล้ายคลึงกันในรูปแบบการจัดการเงินบริจาค โดยอัจฉริยะตั้งชมรมรับเงินบริจาคอ้างว่านำไปช่วยเหลือสังคม แต่กลับนำเงินไปเล่นพนัน
กรณีบุ๋ม ปนัดดา รับเงินบริจาคโดยอ้างว่าจะนำไปช่วยเหลือน้ำท่วมหรือทหารชายแดน แต่กลับพบเส้นทางการเงินโอนไปให้ผู้รับเหมาสร้างพูลวิลล่า และมีการโอนเงินกลับไปยังสามีของตนเอง
นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานข้อความแชตที่ชวนสงสัย เช่น การอ้างว่าจะต้องไปปรึกษาคณะกรรมการก่อน ทั้งที่เงินได้ถูกโอนออกไปแล้ว
ทนายเดชากล่าวทิ้งท้ายว่า จากการหารือกับตำรวจ คดีลักษณะนี้ดำเนินคดีได้ไม่ยาก หากพบความผิดจริงอาจเข้าข่ายข้อหาหนัก ได้แก่ ฉ้อโกงประชาชน, ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ, ฟอกเงิน
อย่างไรก็ตาม ทนายเดชาย้ำว่าทั้งหมดนี้เป็นไปตามพยานหลักฐาน และต้องรอให้ศาลเป็นผู้ตัดสินความผิดถูกตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป


