xs
xsm
sm
md
lg

วัดใจ Netflix ฉายหนังเขมรสุดเวอร์ ทำ "ทหารไทย" เป็น "เขมรแดง" สังหารผู้ลี้ภัยกว่า 4 - 5 หมื่นชีวิต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หลังปล่อยทีเซอร์ออกมาเมื่อเดือนกรกฎาคมล่าสุดภาพยนตร์กัมพูชา Ghost Mountain : Second Killing Field (ตอนเปิดตัวใช้ชื่อโปรเจ็กต์ว่า Blood Border : Cambodia's 2nd Killing Fields) จากการกำกับของ Leak Lyda ก็เตรียมที่จะเข้าฉายในวันที่ 6 พ.ย.นี้แล้ว

โดยหนังว่าด้วยเรื่องราวของครอบครัวกัมพูชาครอบครัวหนึ่งที่ต้องลี้ภัยในช่วงเขมรแตกปีพ.ศ.2522 เข้ามาอยู่ในประเทศไทยเพื่อรอเดินทางต่อไปประเทศที่ 3 แต่กลับโดนทหารไทยหลอกไปทิ้งไว้ที่เทือกเขาดังกเร็ก และบังคับให้กระโดดจากหน้าผา รวมถึงเดินเข้าไปในทุ่งระเบิด ที่พนมกะโมจหรือ "เขาผี" จนผู้ลี้ภัยเสียชีวิตไปกว่า 40,000-50,0000 คน

ด้าน Leak Lyda เจ้าของโปรเจ็กต์ นายทุน และผู้กำกับหนังระบุว่านอกจากคำบอกเล่าของบุคคลที่มีชีวิตจริงอย่าง Dr. Mengly J. Quach นายแพทย์ นักธุรกิจที่มีชื่อเสียงของกัมพูชาซึ่งระบุว่าตนเป็นหนึ่งในคนที่อยู่เหตุการณ์ดังกล่าวเมื่อครั้งยังเป็นเด็กแล้ว กว่าจะเป็นหนังเรื่องนี้เขายังมีการศึกษา ค้นคว้าข้อมูลต่างๆ จนกล้าที่จะใช้คำว่านี่คือหนังที่สร้างจาก "เรื่องจริง" กันเลยทีเดียว

ต้องบอกว่าไม่แปลกที่กัมพูชาเองตั้งใจจะโยนบท "ผู้ร้าย" ให้กับฝั่งไทยเมื่อพิจารณาถึงความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ที่สำคัญที่ต้องยอมรับก็คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวผู้อพยพบางส่วนถูกผลักดันให้กลับประเทศไปจริงๆ

แต่กระนั้นการที่ตัวผู้กำกับเองยืนยันว่านี่คือเรื่องจริงอันเลวร้ายที่เกิดขึ้นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ชาวกัมพูชาและพยายามที่จะทำให้บทผู้ร้ายของทหารไทยในหนังกลายเป็นภาพจำในหัวของคนทั่วไปถึงความโหดร้ายป่าเถื่อนไม่ต่างอะไรจากเขมรแดงที่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันเองโดยเทียบเคียงว่านี่คือทุ่งสังหารที่ 2 ที่ไม่ต่างจากในภาพยนตร์ The Killing Fields ในปี 1984 ก็ดูจะไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย

เพราะเหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันเองของชาวเขมรที่ถูกเรียกขานว่าทุ่งสังหารซึ่งเกิดขึ้นในเมือง "เจืองเอก" (Choeung Ek Genocidal Center) นั้นมาจากเรื่องราวที่เป็นประวัติศาสตร์เหตุการณ์จริงผ่านบันทึกและรายงานของนักข่าวเดอะนิวยอร์กไทมส์ "ซิดนีย์ แชนเบิร์ก" (Sydney Schanberg) และช่างภาพชาวกัมพูชาอย่าง "ดิต ปราน" (Dith Pran)

ขณะที่ Ghost Mountain แม้จะอ้างว่าสร้างจากเรื่องราวของคนที่มีตัวตนจริงแต่ก็เป็นแค่การจิตนาการภาพออกมาตามคำบอกเล่าซึ่งยากจะพิสูจน์ในรายละเอียดที่ข้อเท็จจริง

นอกจากความพยายามจะเดินสายโปรโมทเพื่อให้หนังเรื่องนี้ถูกพูดถึงในเชิงวิชาการยกระดับความน่าเชื่อถือของเรื่องราวในหนังกับชาวต่างชาติแล้ว มีรายงานว่าตอนนี้ผู้กำกับ Leak Lyda กำลังลงทุนทำทุกทางเพื่อให้ Ghost Mountain ได้เข้าฉายใน Netflix อีกด้วย ซึ่งน่าจับตาว่าทาง Netflix จะว่าอย่างไรเพราะถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่จะส่งผลถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเลยทีเดียว

คงต้องรอดูกันว่ากับความพยายามของผู้กำกับที่จะใช้หนังเรื่องนี้สร้างภาพให้ทหารไทยมีความโหดเหี้ยมไม่ต่างอะไรไปจากเขมรแดงนั้นจะสัมฤทธิ์ผลขนาดไหนในยุคที่การสื่อสารแทบจะเป็นหนึ่งเดียวจนทำให้บางประเทศที่เจ้าเล่ห์เล่นมุกว่าตนเองเป็นประเทศยากจนน่าเห็นใจเพราะถูกกระทำย่ำยีไม่ได้ทำให้ชาวโลกเองเชื่อง่ายๆ เหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว

แต่ถ้าจุดประสงค์จริงๆ ของการสร้างไม่ได้คาดหวังอะไรไปไกลกว่าการสร้างความโกรธเกลียดชังของชาวกัมพูชาที่มีต่อไทยให้ยังดำเนินต่อไปก็ต้องบอกว่าประสบความสำเร็จโดยหนังไม่ต้องเข้าฉายเสียด้วยซ้ำไป